วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ปฐมบท:คว้าฝันวันวานมาพลิกโลก ตอนที่ ๑
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Sand Animation
ทีแรกนึกว่า เป็นภาพเคลื่อนไหวของทรายปั้นสนุก ๆ
พอเข้าไปดูโห..... ผิดคาดและเหลือเชื่อ
ลองดูกันครับ
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ครุฑน้อย โดย คอยนุช
| " หนังสืออ่านสนุก ชวนหัว ประชดสังคมได้อย่างแยบคาย จุดประกายฝันให้ผู้อ่านได้เหลือเชื่อ " หนังสือ ครุฑน้อย โดย คอยนุข ISBN 974-90475-9-1 วรรณกรรมเยาวชนรางวัลพิเศษนายอินทร์อวอร์ด ประจำปี 2545 Ed 4th ราคา 90 บาท |
ใคร ๆ ในหมู่บ้านเรียกมันว่าครุฑน้อย...
แม้ครุฑน้อยจะไม่ใช่โจนาธาน ลิฟวิงตั้น (Jonathan Livingston: Seagull)
ที่พยายามบินด้วยปีกของตนเอง
แม้ครุฑน้อยจะไม่ใช่สโนว์บอล (Snowball: Animal Farm)
ที่พยายามจะปฏิวัติสังคมตามแนวทางของตน
และ แม้ครุฑน้อยจะไม่ใช่แฮรรี่ พอตเตอร์ (Harry Potter: Harry Potter)
ที่มีเวทย์มนต์วิเศษ สามารถเอาชนะภัยร้ายในที่สุด
ครุฑน้อย เป็นเพียง ครุฑน้อย ที่ใคร ๆ ในหมู่บ้านเรียกมันว่าครุฑน้อย ที่ทำให้ผมติดตามอ่านจนจบ ด้วยอารมณ์เหมือนติดตามโจนาธาน, สโนว์บอล, และแฮรรี่ ไปพร้อม ๆ กัน
ครับ วันนี้ผมขอเสนอหนังสือดี ๆ ให้สมาชิกชุมชนจิต-ใจ-ดี รู้จักสักเล่มหนึ่ง
ครุฑน้อย โดย คอยนุช
ผมเพิ่งจะอ่านหนังสือ ครุฑน้อย ซึ่งเขียนโดยผู้เขียนที่ใช้นามปากาว่า คอยนุช จบวันนี้
อ่านแล้วได้ความรู้สึกว่าหนังสือเรื่องนี้เขียนดี คนเขียนมีกลวิธีการเขียนเรื่องที่ดีมาก น่าติดตาม อ่านสนุก
เนื้อเรื่องดี ภาษาสวย ยิ่งถ้าอ่านแล้วคิดมากหน่อยจะคิดอะไรได้มากกว่าความเป็นหนังสือนิทานอ่านเล่น
ในสายตาคนส่วนใหญ่
คือวีกรรมอันโดดเดี่ยว
ของผู้กล้าที่แท้จริง "
ครุฑน้อย หน้า 113
สิ่งที่ประทับใจมากกับหนังสือเล่มนี้ คือเป็นนิทานสอนใจได้อย่างดี สอนที่จะให้คิดต่าง มองโลกในแง่ดี เข้าใจอัตลักษณ์แห่งตน และเป็นตัวของตัวเองอย่างมีความสุข
อ่านจบแล้วรู้สึกดี มีความสุขอย่างง่าย ๆ
ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มเล็ก ๆ นี้ จะรวมอรรถรสได้ถึงขนาดนี้
ลองหาอ่านดูครับ...
แล้วจะรู้สมการของผมที่ว่า
Jonathan Livingston + Snowball + Harry Potter = ครุฑน้อย
หมายถึงอะไร....
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ครุฑน้อย คอยนุช โดย it ซียู
ครุฑน้อย ข้อมูลหนังสือจาก www.pantip.com
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552
10 ข้อ ให้ชีวิตเดินช้าและมีความสุขมากขึ้น
ชีวิตทันสมัยทำให้เราทำอะไรได้รวดเร็ว โลกแคบลง ทุกอย่างหามาได้ด้วยปลายนิ้ว
เรากินข้าวเช้าอย่างเร่งรีบ รีบขับรถไปทำงาน ระหว่างขับรถก็คุยโทรศัพท์ไปได้ด้วย ไปถึงที่ทำงานก็รีบ ๆ ทำงาน ทำงานเสร็จรีบกลับบ้าน รีบทำอาหารเย็น รีบกินข้าว รีบนอน จะได้ตื่นเช้าไปทำงานวันรุ่งขึ้น
ชีวิตที่เร่งด่วน เร่งไปเพื่อแข่งกับใครหรือ ?
ลองเปลี่ยนมุมมอง ทำชีวิตให้เดินช้าลงและดื่มด่ำกับความสุขในชีวิตมากขึ้นดีกว่าไหม
10 ข้อ ให้ชีวิตเดินช้าและมีความสุขมากขึ้น
1) ทำน้อย : พอกันทีกับการทำงานเป็นร้อยอย่างพร้อม ๆ กัน คิดก่อนทำ และทำให้น้อย สิ่งใดสำคัญที่สุดก็ทำก่อน ทำสิ่งที่สำคัญสุดเสร็จแล้วถึงค่อยทำสิ่งอื่น พยายามลดภาระงานที่ต้องทำ และหลีกเลี่ยงการทำงานที่ไม่เกิดประโยชน์และเสียเวลาเปล่า
2) อยู่กับปัจจุบัน: คิดถึงปัจจุบันให้มาก อดีตที่ขื่นขมผ่านไปแล้ว อนาคตที่ไม่แน่นอนก็ยังมาไม่ถึง หยุดคิดและกังวลถึงมัน กลับมาอยู่กับปัจจุบันดีกว่า ณ ขณะนี้ เวลานี้เราต้องทำอะไร
3) ตัดสัญญาณ: ลองตัดจากการสื่อสารดูบ้าง ไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องติดตามข่าวสารทุกอย่าง หยุดพักบ้าง ปิดมือถือบ้างเมื่อต้องการพักผ่อนอย่างจริงจัง ลองทำดูเถอะแล้วจะพบว่ามันจะช่วยให้คุณผ่อนคลายไปได้มาก
4) ใส่ใจคนรอบตัว: หลายครั้งหลายหนที่ตัวเราอยูกับครอบครัวหรืออยู่กับเพื่อน แต่ใจเราไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยเลย มัวคิดพะวงถึงแต่เรื่องงาน เดี๋ยวก็รับโทรศัพท์ เดี๋ยวก็โทรไปคุยกับคนอื่น เราได้ยินสิ่งที่พ่อแม่พูดแต่ไม่เคยใส่ใจเลย เราได้ยินปัญหาของเพื่อนแต่เราไม่รับฟัง เราคิดถึงแต่เรื่องอื่น คิดถึงแต่งาน คิดถึงแต่ตัวเอง เปลี่ยนตัวเองสักนิด คนอยู่ตรงหน้าต้องมาก่อน แล้วคุณจะพบว่าคุณได้มิตรภาพที่แท้จริง
5) พอใจธรรมชาติ: เราถูกปิดอยู่ในบ้าน ในรถยนต์ ในออฟฟิต ตลอดเวลาของชีวิต ลองออกไปข้างนอกท่องเที่ยวธรรมชาติบ้าง ใช้เวลาให้นานสุนทรีย์กับธรรมชาติ หายใจเข้าให้ลึก อัดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้เต็มที่ ลองหาเวลาไปเที่ยวธรรมชาติดู ถ้ายังหาเวลาไม่ได้ อย่างน้อยออกไปเดินออกกำลังที่สวนสาธารณะใกล้บ้านบ้างก็ยังดี
6) กินช้า: บอกลาไปเลยกับอาหารฟาสต์ฟู้ด กินอาหารที่มีประโยชน์และกินให้ช้าลง ค่อย ๆ เคี้ยว และรู้สึกถึงรสชาตอาหารทุกคำที่กิน นอกจากจะช่วยให้อิ่มเร็วด้วยปริมาณอาหารที่น้อยลงแล้ว ยังทำให้รู้สึกว่าอาหารอร่อยขึ้นด้วย
7) ขับช้า: จะรีบไปไหน ขับช้าลงสักนิด ถึงที่หมายเหมือนกัน ขับเร็วเพิ่มความเครียด ต้องระมัดระวังกับอุบัติเหตุ และเปลืองน้ำมัน ขับให้ช้าให้ทางแก่เพื่อนร่วมทาง ลองดูแล้วจะรู้ว่าขับรถสนุกและสบาย ง่ายกว่าที่เป็น
8) มีความสุขจากสิ่งรอบตัว: หาความสุขจากสิ่งรอบตัว มองมันในแง่ดี ถ้าต้องล้างจานแทนที่จะล้างให้มันเสร็จ ๆ ไป ลองพิจารณาจานที่ล้างมันสวยไหม มันบิ่นไปบ้างไหม น้ำยาที่ล้างจานหอมไหม ฯลฯ ลองทำดูแล้วจะเห็นว่า ล้างจานไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป เปลี่ยนมุมมองจะเห็นสิ่งรอบตัวนั้นสวยงามกว่าที่เคย
9) ทำงานเดียว: ทำหลายอย่างพร้อมๆ กัน (Multi-tasking) มันเหมือนเครื่องจักร แต่เราไม่ใช่ คนคิดได้ทีละเรื่อง เราทำได้ทีละอย่าง ฉะนั้นจึงทำทีละอย่างให้เสร็จก่อน ถ้าคิดว่าจะต้องเปลี่ยนงานไปมา ก่อนจะเปลี่ยนไปทำงานอื่นหายใจเข้าให้ลึก หยุดสักนิด แล้วค่อยเริ่มงานอื่น
10) หายใจ: ลืมไปหรือเปล่าว่ากำลังหายใจอยู่ ลองอยู่กับลมหายใจเข้า-ออก หายใจให้ลึกและยาว แล้วจะรู้สึกผ่อนคลาย ความเครียดจะค่อย ๆ หายไป เอาใจจดจ่อกับลมหายใจจะทำให้ความคิดอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น แล้วมันจะโล่งสบาย ลองดูสิครับ หายใจให้ลึกและยาว ช้า ๆ สักสองสามครั้ง
แล้วจะเข้าใจว่า
ชีวิตเดินช้าลงและมีความสุขขึ้นเป็นเช่นใด
เรื่อง: แปลและดัดแปลงจาก The 10 Essential Rules for Slowing Down and Enjoying Life More
ภาพ: pC
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552
รวมของ จิต-ใจ-ดี แจกฟรี
รวบรวมไว้ที่บันทึกนี้ครับ
หนังสือสวดมนต์ทำวัตรแปล และคู่มือปฏบัติงานศาสนพิธี (thanks @pruet)
Download | อ่านบันทึก
หนังสือธรรม ชวนม่วนชื่น โดยพระอาจารย์พรหม (thanks @NickyNooaor)
Download | อ่านบันทึก
บทสวดมนต์ ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัล
Download | อ่านบันทึก
ปฏิทินวันพระ 2552 (powered by google calendar)
Download | อ่านบันทึก
ธรรมบรรยาย mp3 แจกฟรี (credit : http://serenely.think-out-loud.net/)
Download | อ่านบันทึก
บทสวดพาหุงมหากา และไฟล์เสียง mp3
อ่านบันทึก
สะกดจิต เพื่อพัฒนาการเรียน (ไฟล์เสียง mp3)
e-mail me to download : อ่านบันทึก
โปรแกรมถอดรหัสไบเบิล
e-mail me to download : อ่านบันทึก
cCleaner โปรแกรมฟรี สำหรับลบไฟล์ขยะ เพิ่มความเร็วเครื่อง
Download | อ่านบันทึก
เอกสารวิจัย ลักษณะของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ
Download | อ่านบันทึก
ชีวิตนี้ต้องการทำอะไร (เอกสารภาษาอังกฤษ )
Download | อ่านบันทึก
เอกสารการเปลี่ยนเพื่อพัฒนาองค์กร
Download | อ่านบันทึก
รวบรวมบันทึก แจกฟรี ที่จิตใจดี
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
แจก หนังสืือสวดมนต์ทำวัตรแปล และคู่มือปฏิบัติงานศาสนพิธี
พร้อมกับคำแนะนำว่า สวดมนต์ ก็ควรจะอ่านคำแปลด้วย
อ่านไปบ่อย ๆ จะได้เข้าใจว่าศาสนาพุทธสอนอะไร
หนังสือสวดมนต์ทำวัตรแปล และคู่มือปฏิบัติงานศาสนพิธีนี้ เกิดจากแรงศรัทธาของ คุณแม่ขันโท หุ่นธานี เนื่องในโอกาสอายุครบ 84 ปี แจกเป็นธรรมทานแก่สาธุชนผู ้สนใจทั่วไป
เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตโดย http://จิต-ใจ-ดี.co.cc (เวปชื่อไทย ๆ ของคนไทย)
หนังสือสวดมนต์ทำวัตรแปล และคู่มือปฏบัติงานศาสนพิธี
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
แจกหนังสือ ชวนม่วนชื่น
อ่านแล้วดีมาก เลยนำมาแจกจ่าย ตามปณิธานของหนังสือเล่มนี้
ลองอ่านแค่บทแรก "เรื่องก้อนอิฐที่ไม่เข้าที่เข้าทางสองก้อน"
แล้วก็จะรู้สึกว่า หนังสือธรรมเล่มนี้ อ่านสนุกจริง
"ชวนม่วนชื่น"
ปล ใครอยากได้ pdf ไฟล์เก็บ ช่วย comment หรือ tweet มานะครับ
ชวนม่วนชื่น
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552
วันนี้ วันที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปี
ข้อมูลจาก FW-Mail ( เก็บไว้ 2 ปีแล้ว เพิ่งมีโอกาสได้ลง :-) )
บีบีซีนิวส์ - อาจารย์พิเศษจากเกาะอังกฤษคิดสูตรคำนวณวันที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปีพบ “24 มกราคม” เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสุขของเทศกาลคริสต์มาสได้เพียงแค่ 1 เดือน ประกอบกับอากาศที่หนาวจัดในเดือนนี้ยิ่งชวนให้หดหู่ใจและดูเปล่าเปลี่ยวไม่น้อย
คลิฟฟ์ อาร์นอลล์สอาจารย์พิเศษประจำมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ยูนิเวอร์ซิตีค้นพบว่าวันที่ “24 มกราคม” เป็นวันที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปี โดยใช้สูตรการคำนวณจากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ หนี้ที่ยังคงคั่งค้างอยู่ ความทรงจำในวันคริสต์มาสอันแสนสนุก ความล้มเหลวที่อยากจะเลิกนิสัยแย่ๆ และความกระตือรือร้นที่อยากทำกิจกรรมในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตามดร.อลัน โคเฮนโฆษกประจำโรยัล คอลเลจ ออฟ เจเนรัล แพรคทิกชันเนอร์ได้แนะนำว่าวิธีการแก้ไขในเบื้องต้นไม่ให้วันดังกล่าวเป็นวันที่น่าเบื่อที่สุดนั้นสามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกายหรือใช้เวลาอ่านหนังสือและหาข้อมูลเกี่ยวกับความเศร้าโศกหดหู่ที่เกิดขึ้น
โคเฮนยอมรับว่าในช่วงหน้าหนาวผู้ป่วยที่มาหาหลายคนมักมีอาการหดหู่ แต่เขายอมรับว่าโรคดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นอาการเลวร้ายจนน่าตื่นตระหนกแต่อย่างใด ซึ่งบรรดาคนที่รู้สึกเช่นนี้ส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเองหลังจากผ่านวันเวลาแสนเศร้านี้ไปแล้ว
สำหรับสูตรที่ใช้ค้นหาวันที่แสนน่าเบื่อนี้คือ 1/8W + (D-d) 3/8 x TQ MxNA
ทั้งนี้ในสูตรดังกล่าว W คือสภาพอากาศ D คือหนี้ที่หักลบด้วย d คือเงินที่ใช้จ่ายในเดือนมกราคม ส่วน T คือเวลาตั้งแต่คริสต์มาส
ขณะที่ Q คือช่วงเวลาที่ไม่สามารถยกเลิกนิสัยแย่ๆที่ต้องการขจัดออกไปจากชีวิต ส่วน M คือระดับความปรารถนาในสิ่งทั่วไป ขณะ NA คือความต้องการทำกิจกรรมต่างๆ
ดร.อาร์นอลล์สเผยจากผลการคำนวณว่าวันที่ 24 มกราคมนั้นอยู่ในช่วงอันตรายที่สุด ที่หลายๆคนจะประสบกับภาวะเศร้าหดหู่ชวนเบื่อหน่าย เนื่องจากเป็นช่วงเวลา 1 เดือนพอดีหลังจากที่หลายๆคนได้สนุกสนานกับเทศกาลคริสต์มาสประกอบกับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บจนไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น
นอกจากนี้อาร์นอลล์สยังระบุอีกว่าพลังงานต่างๆที่ได้สะสมมาอย่างเต็มที่ในช่วงวันหยุดยาวก็จะหมดไปในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม
======
อ่านเล่น ๆ เป็นเกร็ดความรู้แก้เบื่อนะครับ :-)
วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2552
บทสวดพาหุงมหากา
บทสวด พาหุง -
พระคาถาพาหุง (ข้อมูล)เรียกอีกอย่างว่า ชัยมงคลคาถา หรือ บทสวดถวายพระพร เป็นพระคาถาแปดบท ใช้สวดสรรเสริญชัยชนะแปดประการองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมนุษย์ และอมนุษย์ ที่ได้มาด้วยพระพุทธธรรม มิได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์แต่อย่างใด โดยพระมักสวดต่อท้ายทำวัตรเช้า – เย็น เริ่มด้วย บทพาหุง ตามด้วยบทมหาการุณิโก รวมเรียกว่า พาหุงมหาการุณิโก หรือ พาหุงมหากา [wikipedia]
บทสวดพาหุงฯ ในตำนานสมเด็จพระนเรศวร
ในตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๒ คงจะพอจำกันได้ว่ามีอยู่ฉากหนึ่ง ที่พระสุพรรณกัลยาสวดมนต์ให้กับสมเด็จพระนเรศวร ในขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังกวาดต้อนผู้คนข้ามแม่น้ำสะโตง บทสวดมนต์นั้นก็คือบทสวดที่เรียกว่า "พาหุง มหาการุนิโก" (หรือชัยมงคลคาถา ชัยปริตร)..... อ่านต่อ
บทสวด ประวัติ และคำแปล
จากคำสอนของพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ท่านเล่าว่าได้พบกับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว แห่งกรุงศรีอยุธยาในนิมิต และได้ทราบว่าคาถาพาหุงมหากานี้ เป็นบทสวดที่สมเด็จพระพนรัตน์ ได้จารึกถวายต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไว้สวดเป็นประจำระหว่างอยู่ในพระบรมหาราชวัง หรือระหว่างออกศึกสงคราม เพื่อให้มีชัยต่อพระมหาอุปราชแห่งพม่า และกอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากกรุงหงสาวดีได้สำเร็จ.... อ่านต่อ
การสวดมนต์ โดยพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)
“พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาว่า บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์ อาตมาก็มาดูเหตุการณ์โชคลางไม่ดีก็เป็นความจริงของหมอดู อาตมาก็ตั้งตำราขึ้นมาด้วยสติ บอกว่า โยมไปสวดพุทธคุณเท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้ เพื่อให้สติดี แล้วสวด “พาหุงมหากาฯ” หายเลย สติก็ดีขึ้น.... อ่านต่อ
บทสวดพาหุง มหาการุณิโก
พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
มาราติเร กะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะยะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกาวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฉฐะคาถา โย
วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ
มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ
ชะ ยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะ พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัมหมะจาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธีเต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ
วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552
Change we can believe in
| คอลัมน์ จิต-ใจ-ดี ชวนคุย ประเทศสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนผู้นำประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว เป็นคุณบารัค โอบามา ผู้ซึ่งมีสโลแกนหาเสียงอันสวยหรูว่า "Change we can believe in" วันนี้เลยขอคั่นเรื่องลักษณะผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสูง ด้วยการพัฒนาองค์กรด้วยการเปลี่ยนแปลง ก่อน (เรื่องของเรื่องก็คือไปค้นเจอเอกสารสมัยเรียนโดยบังเอิญ เห็นว่าน่าสนใจดี เลยเอามาเผยแพร่ให้อ่าน :-) ) |
เอกสารและรูปประกอบสั้น ๆ อ่านเล่นได้ที่นี่
การพัฒนาองค์กร ด้วยการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนเื่พื่อพัฒนาองค์กร
วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552
เป้าหมายชีวิต ฉันต้องลิขิตเอง
มาต่อกันเรื่องของลักษณะความเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสูง หลังจากที่เกริ่นถึงลักษณะ 9 ประการไปแล้วในครั้งก่อน ๆ ( อ่านได้ที่นี่ ) และ ได้คุยถึงเรื่องการพัฒนาการความสามารถในการจัดการความผิดพลาดและล้มเหลวไปในสัปดาห์ที่แล้ว ( อ่านได้ที่นี่ ) วันนี้จะมาคุยต่อในเรื่องของการตั้งเป้าหมาย
(ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ต)
สำหรับการตั้งเป้าหมาย (GOALS) นี้ มีหลักการอยู่ว่าต้องตั้งเป้าหมายอย่างฉลาด หรือเรียกว่า S.M.A.R.T.
อันประกอบไปด้วย
1) Specific. (ชัดเจน)บอกแค่ว่าจะ จะทำให้หุ่นดี ไม่มีผลครับ ต้องบอกว่า จะ ลดน้ำหนักลงไป 5 กก
ชี้ชัด ๆ ไปเลยว่าจะทำอะไร
2) Measurable. (วัดได้) อย่างเช่นถ้าบอกว่าจะ สร้างหรือรักษาความสัมพันธ์ดี ๆ กับเพื่อนเก่า ก็ควรตั้งไปเลยว่า จะส่งการ์ดวันเกิดและการ์ดอวยพรให้เพื่อนเก่าเสมอ
3) Achievable. (เป็นสิ่งที่ทำได้) เช่น บอกว่าจะเป็นผู้บริหารที่ดีที่สุด แต่ความจริงแล้วไม่มีอะไรดีที่สุดหรอกครับ เขียนเป็นสิ่งที่วัดได้จะดีกว่า เช่น จะเพิ่มยอดขาย ลดการลาออกของลูกน้อง กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป
4) Realistic. (ไม่ไกลเกินความเป็นจริง) เช่น บอกว่า จะหัดเล่นสกีให้ได้ แต่บ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีหิมะ อันนี้ก็ไกลความเป็นจริงไปหน่อย
5) Timely. (เงื่อนไขเวลา) เนื่องจากเรากำลังตั้ง New Year Resolution เป้าหมายก็ควรจะทำให้สำเร็จได้ภายในหนึ่งปีนะครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายแบบ S.M.A.R.T นี้หาอ่านได้จาก
Use S.M.A.R.T. goals to launch management by objectives plan Republic Article
นอกจากตั้งเป้าหมายได้อย่างชาญฉลาดแล้ว เรื่องสำคัญอีกเรื่องก็คือต้องติดตามผลเป็นระยะด้วย ไม่ใช่ว่าตั้งแล้วก็ปล่อยไปเลยตามเลย
เครื่องมือตัวหนึ่งที่ช่วยสำหรับการติดตามดูว่าเราได้ปฏิบัติตามเป้าหมายไว้อย่างไรบ้างชื่อว่า LifeTick
อันเป็นเครื่องมือบนหน้าเวปอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยเหลือผู้ใช้งานตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการให้คุณค่าของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเลยทีเดียว หลังจากนั้น LifeTick ก็จะมีเครื่องมือช่วยเสริมต่าง ๆ เพื่อใช้ในการติดตามผล ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมลล์เตือน มีที่ให้ลงบันทึกประจำวันว่าได้ทำอะไรบ้างเพื่อบรรลุเป้าหมาย แสดงผลการทำงานแบบแผนภูมิ
ลองดูแผนภูมิของ LifeTick ได้ตามรูปข้างล่างนี้ครับ
1) เริ่มตั้งแ่ต่การตั้งคุณค่าของชีวิตเลยทีเดียว ว่าอะไรบ้างที่สำคัญต่อชีวิตเรา เช่น อยากมีสุขภาพดี อยากรวย อยากมีการศึกษาสูง
2) หลังจากนั้นก็มาตั้งเป้าหมาย ซึ่งการตั้งเป้าหมายก็จะให้กรอกด้วยว่ามันสอดคล้องกับ S.M.A.R.T. แล้วหรือยัง ถ้าข้อหนึ่งตั้งไว้ว่าอยากมีสุขภาพดี ก็อาจจะตั้งเป้าหมายว่าจะหุ่นดีขึ้น ด้วยการลดหน้าท้องลงสองนิ้ว
3) หลังจากมีเป้าหมายแล้วก็เริ่มมาสร้างเป็นภาระหน้าที่ (Tasks) ย่อย ๆ เพื่อนำไปปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายแต่ละตัว การตั้งภาระหน้าที่นี้ ก็จะกำหนดได้ว่า จะทำวันไหน ทำทุกวันหรือไม่ LifeTick จะคอยส่ง e-mail เตือนให้เราเมื่อถึงกำหนดเวลา เช่น ต้องออกกำลังกายทุกวันพุธครั้งละ 45 นาที เป็นต้น
4) นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือเสริมอีกมายมาย ไม่ว่าจะมีเนื้อที่ให้จดบันทึก การแสดงรายงานการปฏิบัติงานในรูปแบบกราฟแผนภูมิ ว่าได้ทำภาระหน้าที่ตามที่ตั้งใจไว้อย่างไร
LifeTick มีทั้งแบบฟรีและต้องเสียเงิน ความสามารถบางส่วนฟรี และบางส่วนไม่ฟรี
สำหรับผมแล้ว แค่ความสามารถฟรีที่ LifeTick มีให้ก็สนุกกับการตั้งเป้าหมายและิติดตามผลแล้วหล่ะครับ
ลองเล่นดูนะครับ ได้ผลอย่างไร มาคุยกัน
พบกับ ลักษณะความเป็นผู้ประการที่ประสบความสำเร็จด้านอื่น ๆ อีก ในสัปดาห์หน้าครับ
ภาสกร (pC)
วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552
สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จั่นเจายังวืด! ได้
คอลัมน์ จิต-ใจ-ดี ชวนคุย สวัสดีปีใหม่ ผู้ที่แวะมาเยี่ยมชม ชุมชน จิต-ใจ-ดี แห่งนี้ทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ผมมาเขียนต่อ เรื่องลักษณะความเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จที่เขียนค้างไว้ในครั้งก่อน |
หนึ่งในลักษณะความเป็นผู้ประกอบการที่ผมคิดว่า สำคัญมากในยามที่เกิดวิกฤติเช่นนี้ คือความสามารถในการจัดการกับความผิดพลาดล้มเหลว พูดแล้วเหมือนจะง่ายก็แค่จัดการกับสิ่งที่ผิดพลาดแค่นั้น แ่ต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ง่ายอย่างที่พูดเลย เพราะเราไม่รู้ว่าความผิดพลาดนั้นจะแก้อย่างไร และหลายคนมักยึดติดกับปัญหาหรือความผิดพลาดและยิ่งจมปลักกับปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ
ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่
สังเกตุการเก็บดาบของท่านจั่นเจา ( จาก youtube.com )
เห็นไหมครับ
เห็นความผิดพลาดไหมครับ
และเห็นวิธีแก้ไขความผิดพลาดไหมครับ
จั่นเจาเก็บดาบไม่เข้าฝัก แต่ต้องทำเนียน ถ่ายต่อไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าหยุดหรือโวยวายขึ้นมา ทุกคนก็ต้องเริ่มฉากนี้กันใหม่ เสียเงิน และเสียเวลา และตัวจั่นเจาเองก็อาจจะเฉลียวใจได้ว่ากล้องอาจจะไม่ได้จับอยู่ที่ดาบของเขา ลองคิดดูกรณีที่การเก็บดาบของจั่นเจาอยู่นอกกรอกภาพ การโวยวายว่าดาบไม่เข้าฝักนั้นก็มีแต่เสียกับเสีย เขาจึงแกล้งทำเนียนทำทีว่าเก็บดาบเข้าฝักไปแล้ว ฉากนี้ถ้าไม่สังเกตุกันจริง ๆ ก็คงไม่เห็น
เรืื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า
1) คนเรามันก็พลาดกันได้ อยู่ที่ว่า จะแก้สถานการณ์ไปได้อย่างไร ต่างหาก
2) ความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ต้องเข้าใจกับมันให้ชัดเจน ว่ามันเป็นความผิดพลาดของใคร จากอะไร มีผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือใครบ้าง
3) มีวิธีแก้ไข ปกปิด หรือทำให้ ปัญหามันเล็กลง หรือหายไปได้หรือไม่ เพราะหลายครั้งที่เราพยายามแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มปัญหามากกว่าจะลดปัญหาลง
4) คิดให้เร็ว และแก้ปัญหาให้ไว ถ้ามัวแต่เงอะงะ ไม่ทันกิน และปัญหาจะบานปลายจนแก้ไม่ได้
ผู้อ่านหล่ะครับ ได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้อีก....
สำหรับผมแล้ว ขอยกนิ้วให้ เหอเจียจิ้ง ผู้รับบทเป็นจั่นเจา ที่มีลักษณะของผู้ประสบความสำเร็จในการจัดการความผิดพลาดและล้มเหลวได้เป็นอย่างดี
แล้วคุยกันใหม่ ใน จิต-ใจ-ดี ชวนคุยครั้งหน้า กับลักษณะความเป็นผู้ประกอบการด้านที่เหลืออยู่ ครับ
ภาสกร (pC)
วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552
วิจารณ์หนังสือ อัจฉริยะสร้างได้ (จริงหรือ)
อัจฉริยะสร้างได้ : เคล็ดลับพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ด้าน เพื่อก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ
โดย วนิษา เรซ (Vanessa Race) หรือ หนูดี
สำนักพิมพ์ Red
พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2550
ISBN 978-974-8001-61-6
ปกอ่อน 179 หน้า ราคา 165 บาท
หนังสือเล่มนี้ผมอ่านจบนานแล้ว ว่าจะเขียนถึงหลายที แต่ก็ไม่มีเวลามานั่งเขียนดี ๆ เพราะติดสอบ
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบภายในไม่กี่ชั่วโมง ด้วยเป็นเพราะหนังสือเขียนให้อ่านง่าย ๆ ลักษณะการเขียนทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่ากำลังนั่งคุยสบาย ๆ อยู่กับผู้เขียน (คุณหนูดี) เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึง ทฤษฎีพหุปัญญา หรือ Multiple Intelligences ที่เสนอโดย ศาสตราจารย์ โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner: รูป) ทฤษฎีพหุปัญญา นี้ได้หักล้างแนวคิดเก่า ๆ ที่ว่าความเป็นอัจฉริยะเป็นเรื่องของความฉลาดแต่เพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วความอัจฉริยะนั้นสามารถแสดงออกได้ในหลาย ๆ ด้าน ศาสตราจารย์โฮเวิร์ดได้เสนอแนวคิดนี้ในหนังสือ Frames of Mind (กรอบทางความคิด): 1983 อัจริยะภาพของมนุษย์อย่างน้อยแปดประการได้ถูกนำเสนอ อันประกอบไปด้วย
- ภาษาและการสื่อสาร (Linguistics Intelligence)
- ร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence)
- มิติสัมพันธ์และการจินตภาพ (Spatial Intelligence)
- ตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)
- การเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)
- การเข้าใจผู้อื่นและมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)
- การเข้าใจธรรมชาติ (Naturalist Intelligence)
- ดนตรีและจังหวะ (Musical Intelligence)
นอกจากนี้คุณหนูดียังแทรกเสริม เทคนิคเคล็ดลับต่าง ๆ ที่ใ้ช้พัฒนาอัจฉริยะภาพได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการทำ Mind Maps, การพัฒนาทักษะการพูด ฟัง คิด อ่านและ เขียน รวมไปถึงการร้องเพลง เล่นกีฬา และเรืองอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และง่ายที่จะปฏิบัติตาม
ตอนท้ายของเล่ม เป็นประวัติของคุณหนูดี หรือ วริษา เรซ และข้อมูลเกี่ยวกับงานที่เธอทำอยู่
สิ่งที่ชอบมาก สำหรับหนังสือเล่มนี้ คือ อ่านแล้วมีกำลังใจ ทำให้รู้สึกว่า เราทำได้ เราสามารถที่จะพัฒนาความเป็นอัจฉริยะในทุกด้าน ๆ ของเราได้ เทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่หนังสือแนะนำดูง่ายและไม่ซับซ้อน คุณหนูดีได้ทำให้เห็นว่าการใส่ใจกับกิจกรรมประจำวัน เช่น การนั่งหลังตรง การหายใจ การเคี้ยวอาหาร การฝึกวาดวงกลม ล้วนแต่พัฒนาความอัจฉริยะของเราได้ ขอเพียงแต่ได้ ใส่ใจ และเริ่มทำทำอย่างตั้งใจจริง
ที่จะติสักนิด สำหรับหนังสือเล่มนี้คือ คุณหนูดีเขียนหนังสือได้เหมือนมานั่งเล่ามากไปหน่อย ทำให้ลดทอนความวิชาการของเนื้อหาไป ประวัติของคุณหนูดีเองดูเหมือนจะมากไปนิด อ่านแล้วแกมหมั่นไส้อยู่ในที คนอะไร จะฉลาดพัฒนาตัวเองจนมี พหุปัญญา ได้ขนาดนั้น
สิ่งที่อยากเห็น ผมอยากเห็นคุณหนูดีเขียนหนังสือหรือบทความที่มีความเป็นวิชาการมากขึ้น มีเนื้อหาที่อ่านง่าย แต่ไม่ต้องมีลักษณะของการอ่านที่นั่งฟังหนูดีพูด (ตัดประโยคที่อ้างอิงถึงตัวเอง และสรรพนามออก เช่น "หนูดีคิดว่า หนูดีอย่างนั้น หนูดีอย่างนี้") และเนื่องจากคุณหนูดีได้ทำโรงเรียนและจัดการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้จริงจังน่าจะมีการแสดงผลของผู้ที่นำเทคนิคต่าง ๆ ไปใช้ ว่าพวกเขาเหล่านั้นพัฒนาตนได้มากเพียงใด ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนเทคนิควิธีการที่เขียนอยู่ในหนังสือ และพิสูจน์ให้เห็นว่า อัจฉริยะ นั้นสร้างได้จริง
อย่างไรก็ดี อัจฉริยะสร้างได้ เป็นหนังสือที่ควรหาอ่าน และขอเก็บเป็นหนังสือขึ้นหิ้ง ของ จิต-ใจ-ดี อีกหนึ่งเล่มครับ
เขียนโดย
ภาสกร (pC)
ขอบคุณ
รูปปกหนังสือ จาก http://ldd.go.th/e_library
พี่แอน ลลนา ที่ส่งหนังสือดี ๆ มาให้อ่าน
วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552
ธรรมบรรยาย mp3 แจกฟรี
แนะนำเวปไซต์ที่รวบรวม เสียงบรรยายธรรม ในรูปแบบไฟล์ mp3 แจกฟรี ให้พุทธศาสนิกชน และผู้สนใจได้ดาวน์โหลดไปศึกษาฟรี
เข้าไปดูเนื้อหา และ ดาวน์โหลด ที่นี่

ตอนนี้มีเสียงบรรยายธรรมดังนี้
- ติช นัท ฮันท์
- พระปราโมทย์ ปราโมชโช
- พุทธทาสภิกขุ
- พุทธโอวาส 3 เดือน ก่อนปิรินิพาน
- หลวงตาบัว
- หลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง)
- หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
นอกจากนี้ ที่เวปไซต์ (http://serenely.think-out-loud.net/) ก็มีบทความที่น่าสนใจมากมาย เช่น
- ปาฏิหารย์ของการตื่นอยู่เสมอ
- พระไตรปิฎกฉบับ XML
- การทำงานคือการปฏิบัติธรรม
- ตำนานทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ
เนื้อหาบทความน่าสนใจขนาดนี้ ขอท่านผู้อ่านติดตาม (คลิ๊ก)
สำหรับที่ชุมชนจิต-ใจ-ดี แห่งนี้ ก็จะคอยขึ้นข้อความเมื่อมีบทความใหม่ ในลิงค์ด้านซ้ายมือด้วย
ขอขอบคุณทีมงาน http://serenely.think-out-loud.net/ ที่สร้างเวปไซต์และเผยแพร่ข้อมูลดี ๆ ให้พวกเราได้ติดตาม
วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสูงและต่ำ
| คอลัมน์ จิต-ใจ-ดี ชวนคุย ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจ ของโลกและประเทศไทยกำลังหดตัวลงอย่างรุนแรง ปีนี้ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และการดำเนินการของธุรกิจคงส่งผลให้เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเตรียมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น จิต-ใจ-ดี ขอเสนอผลจากงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของผู้ประกอบการรายย่อยที่ประสบความสำเร็จสูงและต่ำว่าเป็นอย่างไร |
จากงานวิจัยการเปรียบเทียบภูมิหลังและลักษณะความเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสูงและต่ำ ในกิจการ SMEs ฯ [1] ซึ่งได้ทำการ สัมภาษณ์ ส่งแบบสอบถาม และตรวจสอบผลกำไร/ขาดทุน ของผู้ประกอบกิจการในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยกลุ่มตัวอย่างกว่า 200 กิจการ เมื่อปี 2542 (หลังวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง 2540 2 ปี ) พบว่า
1) ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณก็สามารถทำให้กิจการประสบการประสบความสำเร็จได้ เพราะ ภูมิหลังต่าง ๆ เช่น เชื้อชาติ ระดับการศึกษาสูงสุด สถานภาพสมรส อาชีพบิดามารดา และประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนเปิดกิจการนั้น สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงและต่ำไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
2) มีลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ 9 ประการ ที่แยกกลุ่มผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสูงออกจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จต่ำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อันประกอบด้วย
- ใฝ่ความสำเร็จ
- กล้าริเริ่ม
- มีความมั่นใจในตนเอง
- สามารถจัดการความผิดพลาดล้มเหลว
- แสวงหาโอกาสใหม่ๆ
- มีแรงจูงใจและพลังในตนเอง
- มุ่งมันอดทน
- มีวิสัยทัศน์และตั้งเป้าหมายชัดเจน
- แสวงหาข้อมูลและความชียวชาญจากผู้อื่น
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ไม่ต้องตัดพ้อต่อชีวิตโชคชะตาและภูมิหลังที่เราไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่มาเตรียมพร้อมสร้างเสริมลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ กันดีกว่าครับ
ว่าแต่ว่า ลักษณะความเป็นผู้ประกอบการทั้ง 9 นี้ เพียงพอจริงหรือ และจะสร้างเสริมมันได้อย่างไร
ผู้อ่านคิดว่าอย่างไรครับ.....
จิต-ใจ-ดี ชวนคุยครั้งหน้า มาคุยต่อกันเรื่อง การสร้างลักษณะความเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทั้ง 9 นี้ต่อดีกว่าครับ
อ้างอิง
1 การเปรียบเทียบภูมิหลังและลักษณะความเป็นผู้ประกอบการ ระหว่างผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จสูงและต่ำ ในการดำเนินกิจการอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดกลาง ในจังเชียงใหม่, ภาสกร แช่มประเสริฐ, การค้นคว้าแบบอิสระ สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , 2542 (อ่านรายงานฉบับเต็ม จากห้องสมุด มช. ที่นี่)
วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551
หลีกเลี่ยงเส้นทางรถติด ด้วยป้ายจราจรอัจฉริยะ
การเดินทางในกรุงเทพฯ ขณะนี้รถติดมากขึ้นทุกที หวังว่าผู้ว่าฯ คนใหม่คงจะมีนโยบายลดปัญหาลงได้บ้าง
ทางเลือกหนึ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถทำได้ในขณะนี้เลย คือ การใช้ ป้ายจราจรอัจฉริยะ ดังจะเห็นได้ว่าตามสี่แยกหลัก ๆ ในกรุงเทพฯ จะมีป้ายแสดงสภาพการจราจรขณะนั้นแจ้งให้ผู้ขับขี่บนท้องถนน ลักษณะป้ายก็เป็นไปดังรูป


ผู้ขับขี่สามารถเลือกดูสภาพจราจรในขณะนั้น ได้จาก ทางเว็ปไซต์และมือถือได้ทุกทีทุกเวลา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางได้ทันเวลา ซึ่งจะทำให้ลดช่วงเวลาที่จะติดอยู่บนถนนที่ทำให้ทั้งเสียเวลาและอารมณ์
โครงการแบบนี้เป็นประโยชน์ ผู้ใช้มีอารมณ์ดีขึ้น แถมยังลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ลดมลภาวะ
ทีมงาน จิต-ใจ-ดี ขอปรบมือให้
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก
1. โครงการป้ายจราจรอัจฉริยะ
2. โครงการระบบรายงานสภาพการจราจรอัจฉริยะ
3. ภาพรถติด จาก http://www.arrakeen.ch/
วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551
สิ่งพึงทำที่สุดในชีวิต
(จากคอลัมน์ศิลาในน้ำเชี่ยว หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม 2551
ภาพประกอบ ไฟคริสตมาสประดับ ที่เมืองบอสตั้น โดย pC )
สงบเข้าไว้ รอคอยอย่างอดทน ทำอะไรที่ทำได้ไปพลางๆ
ไม่มีอะไรยืนยาวอย่างไม่รู้
ทุกอย่างล้วนต้องเปลี่ยนแปลง อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ
หากคุณรอคอยอย่างสงบและผ่อนคลาย
แต่หากคุณกระวนกระวายวิ่งวุ่
ชีวิตที่ไร้ความทุกข์ยาก คงจะตื้นเขินและน่าเบื่อมากที
ทนทุกข์ เรียนรู้ และเติบโต...
ผมได้พลิกอ่าน หนังสือหิมะกลางฤดูร้อน ของท่านสยาดอ อู โชติกะ พระภิกษุชาวพม่าอยู่บ่อยๆ และได้พบคำพูดที่เรียบง่าย แต่สะกิดใจ สะท้อนความรู้สึกอย่างชงัดงัน โดยเฉพาะในห้วงเวลาแห่งความวุ่
เราเดินอ้อมไม่ได้หรอกนะ หนทางเดียวคือ ต้องเดินฝ่าเข้าไป
ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบในชีวิตนี้ ฉะนั้น อย่าไปโหยหาความสมบูรณ์แบบเลย
อาตมาเองก็ไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ ไม่มีวันจะเป็นไปได้ และไม่เคยคาดหวังด้วย
อาตมาผ่านทุกข์มาไม่น้อยเลย ขณะนี้ก็ยังมีทุกข์ แต่อาตมาอยู่กับความทุกข์ได้อย่
อาตมาถือว่าทุกข์เป็นส่วนหนึ่
หากไม่เคยรู้จักความทุกข์ แม้ในยามทุกข์อาตมาก็ยั
จนยากที่ใครจะเชื่อได้ว่า อาตมากำลังเผชิญกับทุกข์ที่ใหญ่
เป็นธรรมดาครับที่คนเรามักจะรั
เพื่อตีฝ่าออกจากวงล้อมแห่
หากคุณมีสติ ความทุกข์จะช่วยให้คุณเห็นทุกสิ
ควรอยู่หรอกที่เราจะมีอุดมการณ์
แต่อย่าถึงกับบ้าอุดมการณ์จนฟั่
คนเรามักมีอะไรทำมากมายจนลืมว่
เรานึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ แต่มันคือภาพลวงตา
เราอยากจะเป็นคนสำคัญในชีวิ
สิ่งที่พึงทำ คือ ทำในสิ่งที่ตนทำได้โดยไม่ต้
การปล่อยให้คนอื่นมีอิสระที่
(บทความจากคอลัมน์ศิลาในน้ำเชี่ยว หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม 2551 ได้รับจาก fw-mail)
=====
สุขสันต์ช่วงวันหยุดยาว และเตรียมพร้อมรับสิ่งดี ๆ ในปีหน้านี้ครับ.
pC
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551
การ์ตูนพระพุทธเจ้า (ฺ Budda) โดย Osamu Tezuka
การ์ตูนพระพุทธเจ้า ( Buddha ) ลายเส้นสวยงาม เนื้อเรื่องชวนติดตาม เขียนโดย Osamu Tezuka ผู้เคยฝากผลงานอันลือลั่น เจ้าหนูอะตอม (Astro Boy) ไว้ให้เด็กไทยสมัยก่อนได้รู้จัก |
ตอนนี้มีทั้งหมด 12 บท
วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2551
cCleaner โปรแกรมฟรี ที่เครื่องคุณคู่ควร

ปีใหม่ใกล้มาถึง
ตามธรรมเนียมไทย เรามักจะปัดกวาดทำความสะอาดบ้านข้าวของเครื่องใช้ เพื่อเตรียมรับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามา
สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ ถ้าคุณรู้สึกว่ามันทำงานได้ช้าลง ไม่เหมือนเมื่อต้นปีที่ได้เครื่องมาใหม่ ๆ ก็คงถึงเวลาต้องชำระ ล้าง ทำความสะอาด ลบไฟล์ขยะ (temporary files) ที่ไม่พึงประสงค์ออกไป และ จัดระเบียบไฟล์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ได้แล้วหล่ะครับ
ถ้าเป็นระบบปฏิบัติการวินโดว์ ก็จะมีโปรแกรมลบไฟล์ที่ไม่จำเป็น ให้มาอยู่แล้ว
ที่ accessories--> system tools --> disk cleanup
ขอเสียของโปรแกรมที่มีอยู่แล้วก็คือมันทำงานช้ามาก แถมเลือกไม่ได้เสียด้วย ว่าจะลบไฟล์ขยะใดออกบ้าง
cCleaner เป็นโปรแกรมแจกฟรี ที่ได้รับการโหวตให้เป็นเป็น 1 ใน 10 โปรแกรมฟรีที่ได้รับความนิยมสูงสุดประจำปี 2008 นอกจากผู้ใช้งานจะสามารถปรับแต่งการลบไฟล์ที่ไม่พึงประสงค์ออกได้แล้ว ยังสามารถตรวจดูการติดตั้งของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ( Registry ) และแก้ไขให้ได้ด้วย รวมทั้งผู้ใช้สามารถตรวจดูว่ามีโปรแกรมใดบ้างที่ถูกเรียกให้ทำงานอัตโนมัติทุกครั้งทีเครื่องเปิดขึ้นมา บางตัวที่ไ่ม่ได้ใช้ ถ้ายกเลิกไม่ให้มันทำงานก็จะทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้นอย่างมาก
เพราะหลังจากโปรแกรมลบไฟล์ไม่พึงประสงค์ออกจากเครื่อง และจัดระเบียบไฟล์และโปรแกรมต่าง ๆ แล้ว เครื่องก็จะมีเนื้อที่เก็บข้อมูลมากขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น และคุณก็สบายใจและมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น :-)
cCleaner โปรแกรมฟรี ที่เครื่องคุณคู่ควร
download (คลิกตรงนี้ เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรม)





