แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

บุญบั้งไฟ..บ้านเชียงพิณ

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวชุมชนจิต-ใจ-ดี ที่รักและคิดถึง



เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. 52 มีงานบุญบั้งไฟที่บ้านเชียงพิณ ซึ่งเป็นประเพณีบุญเดือน 6 ที่ปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี เมื่อปีที่แล้วพี่ ๆ ที่ทำงานเล่าว่าขบวนแห่บั้งไฟสวยงามมาก ปีนี้ไม่ได้อยู่เวร จึงมาร่วมดูขบวนแห่และให้กำลังใจทีมผู้นำชุมชนและอสม.


ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีหนึ่งของ ภาคอีสาน ของ ไทย ร วมไปถึง ลาว โดยมีตำนานมาจาก นิทานพื้นบ้าน ของภาคอีสานเรื่อง พระยาคันคาก (คางคก) เรื่อง ผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทางพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึง การที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชา พระยาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง ชาวบ้านมีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าทีคอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ ..(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)



งานบุญบั้งไฟในแต่ละปีจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากอบต. มากบ้างน้อยบ้างตามขนาดของหมู่บ้าน


พิธีเปิดงานที่อบต. เริ่มบ่ายสามโมง สถานีอนามัยก็ได้รับเชิญไปร่วมเป็นเกียรติในการเปิดงานด้วย งานนี้หัวหน้าสถานีอนามัยรับหน้าที่ค่ะ ส่วนลูกน้องก็รอดูขบวนแห่ และถ่ายรูป ไปชมบรรยากาศกันค่ะ


บรรยากาศช่วงรอดูขบวนแห่ เมฆฝนครึ้มมา...ลุ้น ๆ กลัวฝนตก



สุนัขเลี้ยงวัว ...เปล่าหรอกพอดีมันข้ามถนนพร้อมกันค่ะ... เลยเก็บภาพมาให้ดู


ชาวบ้านรอดูขบวนแห่ 2 ข้างทาง


หนูก็มารอดูขบวนแห่ด้วยค่ะ ..(ครับ!!)...^_^..
อนาคตหนูจะเป็นผาแดง-นางไอ่ พังคีและนางฟ้า ค่ะ ..(ครับ)

.

ขบวนแห่เดินจากอบต. มาที่วัดทางทิศตะวันออก แสงแดดไล่ตามหลังมา


ช่วงบ่ายแสงแดดจัดจ้า ...นางฟ้าหลบแดด ..พานดอกไม้ที่ถือก็มีประโยชน์..


นางฟ้าสวยใส..ตามวัยน่ารัก....ลูกหลานบ้านเชียงพิณค่ะ



ผาแดง-นางไอ่ และพังคี...นี่ก็ลูกหลานบ้านเชียงพิณ


หมอประจำบ้านขอแจมด้วยคน...




ขบวนนางรำ หมู่ 1 และหมู่ 9 สวย ๆ ทั้งนั้นค่ะ .....กว่า 80 % เป็นอสม. ..


กลุ่มแม่บ้าน ม. 9 ...คุณแม่ (เมีย) กำนันถือป้ายเองค่ะ...

งานบุญบั้งไฟบ้านเชียงพิณ ม. 1 และ ม. 9 ปีนี้แม้ว่าขบวนแห่จะไม่อลังการมากมายแต่กิจกรรมนี้ยิ่งใหญ่ในความรู้สักของชาวบ้านและชุมชนที่ได้ร่วมกันรักษาประเพณีอันดีงามไว้ สืบลูกสืบหลานต่อไป

วันที่ 17 พ.ค. 52 มีการจุดบั้งไฟแข่งขันกันที่ทุ่งนาข้างสถานีอนามัย ไม่ได้ไปร่วมงานด้วย แต่มีรูปมาฝาก



ชาวบ้านรอดูการจุดบั้งไฟห่าง ๆ ...

การทำบั้งไฟปีนี้ ผู้ใหญ่บ้านม. 1 เล่าให้ฟังว่าได้จ้างวานผู้เชี่ยวชาญด้านการทำบั้งไฟมาทำให้ ป้องกันการแตกระเบิดของบั้งไฟก่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า และ

การจุดบั้งไฟ เริ่มตอน บ่าย 2 โมงครึ่ง เมื่อเครื่องบินรอบบ่ายลงสนามบินแล้ว
หยุดจุดเมื่อบ่ายสี่โมงครึ่ง เพราะเครื่องบินจะลงอีกครั้ง..นี่คือการเฝ้าระวังอุบัติเหตุในงานบุญ

ขบวนแห่บั้งไฟและการจุดบั้งไฟ ปีนี้ ไม่มีการแข่งขัน แต่เป็นการทำงานร่วมกันในชุมชน เป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี สั่งสอนลูกหลานให้เป็นคนดี รู้จักการเอื้อเฟื้อแบ่งปัน รู้จักการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม

ความรัก ความสามัคคีเริ่มที่จุดเล็ก ๆ ใน ครอบครัว หมู่บ้าน ...ขยายไปจนถึงชุมชน และประเทศชาติ ก็คาดหวังว่า พวกเราคนไทยทุกคน จะรักสามัคคีเช่นกันนะคะ

ขอบคุณค่ะที่ติดตามอ่านจนจบ.


ขอให้พี่น้องทุกท่านมีความสุขทุกวัน....สวัสดีค่ะ


by สีตะวัน

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เฮือนข้าเจ้า


มาอีกแหละ เรื่องเหนือเหนือ ของเมืองเชียงใหม่...หวังว่าคงยังบ่เบื่อกันนะเจ้า.....สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคนเจ้า วันนี้จะมาอู้ถึงร้านอาหารร้านนึงที่เคยไปแิอ่วมา... ขอเ ปลี่ยนมาใ ช้ภาษากลางเ หมือนเ ดิมนะคะ..เพราะบ่แน่ใจว่าอู้แม่นไวยกรณ์ชาวเจียงใหม่สักเท่าใดเจ้า..

เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปรับประทานขันโตกที่ร้านเฮือนข้าเจ้า...ซึ่งผู้เ ขียนไ ม่เ คยได้ยินเ รื่องราวเ กี่ยวกับร้านนี้มาก่อนเลย ร้านอยู่แถวๆ โรงเรียน PRC Prince's Royal College ร้านนี้มีบรรยากาศที่แปลกตามากค่ะ คือลักษณะของร้านนี้มีเนื้อที่ประมาณไร่เศษ เป็นบ้านไม้สักทั้งหลังแต่เป็นบ้านที่สร้างขึ้นมาใหม่เกิดจากการเอาไ ม้ของบ้านไ ม้สักสิบเอ็ดหลังมาสร้างเป็นบ้านหนึ่งหลัง
แล้่วลานหน้าบ้านเป็นที่ให้แขกรับประทานอาหาร เริ่มตั้งแต่หกโมงไล่ไปจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนมีการแสดงประมาณสองทุ่ม การแสดงส่วน
ใหญ่ก็จะเป็นฟ้อนของภาคเหนือ เช่น ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนที ฟ้อนร่ม เ รียกว่าฟ้อนสารพัดแล้วกันค่ะ อาหารก็เป็นขันโตก คือมีข้าวนึง หรือข้าวสวยแล้วแต่เราจะเลือกส่วนกับข้าวก็จะมี แกฮ้งเล น้ำพริกอ่อง ไก่ทอดน้ำปลา ปลาช่อนทอดกรอบ ผัดผักรวม ยำกุ้งฟู ผลไม้เป็น สัปปะรด แตงโม อ้อย มันน่าสนใจตรงไหนเนี่ย ร้านขันโตกมีกา่รแสดง ร้านไหนไหน ก็มีการแสดงทั้งนั้น แปลกหน่อยก็เป็นบ้านไม้สักเท่านั้นเอง... อย่าเพิ่งงงกันค่ะ นอกจากที่เล่ามาทั้งหมด
ร้านนี้ ก็มีจุดเด่นตรงที่ เขากันพื้นที่ใต้ถุนบ้าน ให้เป็นสถานที่เก็บ
สิ่งของเครื่องใช้เก่าๆ สมัยสามสิบสี่สิบปี่ที่ผ่านมา คล้ายๆ ร้านของชำสมัยก่อน แต่เขาไม่ได้ขายค่ะ เขาให้ชมอย่างเดียว กึ่งๆ พิพิธภัณท์ นั่นเองค่ะ อันแรกที่เห็นแล้วดึงดูดความสนใจ
ของผู้เขียนอย่างมาก เห็นจะเป็นยาสีฟัน ดาร์กี้ ใช่ค่ะ ถูกแล้วค่ะ ยาสีฟันที่ตอนเด็กได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นดาร์ลี่ .... จากความเข้าใจส่วนตัวหลังจากที่เห็นฉลากของยาสีฟันดาร์กี้ คิดว่าปัญหาคงเป็นเรื่องเหยียดสีผิว ซึ่งอเมริกา ค่อนข้างที่จะให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนชื่อและฉลากของยาสีฟัน ยี่ห้อนี้ แต่เมื่อได้ทำการค้นคว้าข้อมูล ก็ความเข้าใจส่วนตัวก็ถูกต้อง แต่แค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้นเพราะว่า การเปลี่ยนชื่อนั้นเกิดขึ้นหลัง
จากที่บริษัทเปลี่ยนเจ้าของ....
แต่เพราะบริษัทต้องการรับผิดชอบเรื่องการกระทบกระเทือน เรื่องการเหยียดสีผิว จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อและฉลาก...หาข้อมูลเ พิ่มเติมได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Darlie นอกเหนือจากนี้ก็มีสินค้าชนิดอื่นๆ อีกมากมายขอยกตัวอย่าง ยาสระผมดิฉัน สบู่คิดถึง ผงซักฟอกเพค ผลิตภัณท์นมตราหมี แป้งหอมอิคคิวซัง ห้างทองเซ่งเฮ็งหลี น้ำอัดลมคิกคาปู้ ที่ผู้เขียนยกตัวอย่างมานี้เป็นแค่บางส่วนนะคะ ถ้าสนใจก็ต้องลองแวะมาเอง ไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ...





























เมื่อการแสดงจบลงประมาณสามทุ่มสิบห้าเจ้าของบ้านก็พาชมบ้านค่ะ บ้านไม้สักที่ว่า สร้างมาจากบ้านสิบเอ็ดหลังนะคะ ไม้แต่ละแผ่นใหญ่ๆทั้งนั้น... คือตอนนี้ ถ้ามาสร้างบ้าน
อย่างนี้ คงไม่เห็นด้วยอ่ะค่ะ คงต้องโคนไม้ไปหลายร้อยต้นทีเดียวบอกตรงๆ ว่าเสียดาย วันนี้ก็แนะนำพอหอมปากหอมคอนะคะ...

อยากจะขอสรุปสั้นๆ สิ่งของเก่าๆ ที่เราหรือบุคคลอื่นเก็บรักษาไว้ บางครั้งมันเชื่อมโยงความทรงจำและความรู้สึกเก่าๆของเราได้ดีทีเดียว จะทิ้งสิ่งของสิ่งใดก็คิดให้ดีก่อนทิ้งบางครั้งมันอาจจะเป็นเครื่องเตือนความทรงจำของเราหรือผู้อื่นได้ ไม่แน่เก็บมากมากอาจจะกลายเป็นผลิตภัณท์หรือห้องแ สดงเ ลย ก็ได้นะคะ แต่อย่าเก็บจนรกบ้านหละกัน :)

สวัสดีค่ะ...แล้วพบกันใหม่ค่ะ....


วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ป๋าเวณียี่เป็ง

ครุ่นคิดอยู่นานว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดี จริงจริงอยากจะตั้งชื่อว่า ยี่เป็งกับสายน้ำปิง แต่พอดีมีโอกาสผ่านไปที่หน้าวัด วัดหนึ่ง มีป้ายติดไว้ว่า "ป๋าเวณีัยี่เป็ง" ก็เลยคิดว่าเอาชื่อนี้ท่าจะดี สื่อถึงความเป็นล้านนาได้ดีทีเดียว อาจจะมีหลายคนสงสัย ป๋าเวณียี่เป็ง นี่คืออะไร จริงจริงก็คืองานลอยกระทงตามภาษากลางนั่นเอง ตรงกับวันเพ็ญเดือนยี่ แล้วทางเหนือเขาทำอะไรในวันลอยกระทงบ้าง

อยากจะขอยกตัวอย่างตามที่ผู้เขียนพบเห็นเองในเชียงใหม่นะคะ อันแรกที่เห็นก็จะเป็นการเอาต้นกล้วยและดอกไม้ต่างๆ มาทำเป็นซุ้มประตูหน้าบ้าน ตอนค่ำๆก็เอากระถางเทียนเล็กๆ มาจุดเรียงไว้หน้าบ้าน อันนี้ไม่ทราบแน่ชัดว่าด้วยเหตุผลอะไรค่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ.... พอตอนกลางคืนก็จะปล่อยโคมลอยกัน เห็นสามีบอกว่าทำเพื่อปล่อยเคราะห์ คงเหมือนกับการลอยกระทงที่คนภาคกลางทำๆกันหนะคะ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะปล่อยโคมกันอย่างเดียวนะคะ พวกเขาก็ลอยกระทงด้วยค่ะ
สำหรับผู้เขียนเองยี่เป็งปีนี้ วันลอยกระทงไปเดินแุถวสะพานนครพิงค์ พอดีเขามีขบวนพาเรดสำหรับผู้ที่ประกวดกระทงกัน เห็นกระทงหลากหลายรูปแบบสวยแปลกตาดีค่ะ โคมที่มาปล่อยกันก็มีหลายร้อยดวงทีเดียว แต่ละอันก็มีสีสันแตกต่างกันออกไป เช่นมีการห้อยประทัด พอปล่อยไปบนฟ้า ก็จะมีไฟเป็นหางยาวลงมา เป็นที่สะดุดตาโดดเด่นกว่าโคมดวงอื่น แต่วันนั้นผู้เขียนไม่ได้ลอยกระทงสักใบเลยค่ะ แต่ว่าปล่อยโคมไปถึงสี่อันที่เดียวก็สนุกดีค่ะ วันนั้นผู้เขียนกับสามีก็ "ม๊วนอกม๊วนใจ" ไปตามตามกันทีเดียวค่ะ