แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ่านหนังสือจรรโลงใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ่านหนังสือจรรโลงใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปฐมบท:คว้าฝันวันวานมาพลิกโลก ตอนที่ ๑

หนังสือ ปฐมบท:คว้าฝันวันวานมาพลิกโลก (The Element:How Finding Your Passion Changes Everything )เขียนโดย Dr. Ken Robinson หนังสือเล่มนี้ผมยืมจากห้องสมุดกลางของเมืองบอสตั้นในรูปแบบ eBook มาอ่าน เริ่มแรกนึกว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง (Self-Improvement) อ่านไปบทแรกถึงเพิ่งรู้ว่าเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย (Elementary) ด้วย เนื้อหาน่าสนใจ เลยขอ "อ่านมาเล่าต่อ" บางส่วน ดังนี้

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

แนะนำหนังสือ คู่มือพุทธบริษัท โดยท่านพุทธทาสภิกขุ


:จาก http://weread.in.th/69 via @pruet

----
หนังสือคู่มือพุทธบริษัทเป็นหนังสือที่รวมคำสอนของท่านพุทธทาสห้าเรื่อง จากหนังสือชุดธรรมโฆษณ์ โดยทั้งห้าเรื่องเป็นเรื่องที่สำคัญต่อพุทธบริษัททั้งนั้น เช่น หลักการตัดสินปัญหาชีวิต หรือหลักการมองสิ่งต่าง ๆ ในด้านใน สำหรับหนังสือที่แจกนี้ ต้นฉบับมาจากสำนักพิมพ์สุขภาพใจ และผมได้เอามาตัดขอบออก เพื่อให้ตัวหนังสือใหญ่ อ่านง่ายในเครื่องอ่านอีบุ๊คนะครับ ขนาดแฟ้มอาจจะใหญ่หน่อย แต่ว่าคุ้มค่ากรรอคอยแน่ครับ

ชื่อหนังสือ: คู่มือพุทธบริษัท โดยท่านพุทธทาสภิกขุ
รูปแบบ: PDF
จำนวนหน้า: 211
ดาวน์โหลด: ในรูปแบบ PDF

by pruet

-----

สมาชิกชุมชนจิตใจดี สามารถดาวน์โหลดได้ที่หน้าไฟล์ใน google group นะครับ

ภาพประกอบ จากอินเตอร์เน็ต

pC

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ครุฑน้อย โดย คอยนุช









" หนังสืออ่านสนุก ชวนหัว
ประชดสังคมได้อย่างแยบคาย
จุดประกายฝันให้ผู้อ่านได้เหลือเชื่อ "


หนังสือ ครุฑน้อย
โดย คอยนุข
ISBN 974-90475-9-1

วรรณกรรมเยาวชนรางวัลพิเศษนายอินทร์อวอร์ด
ประจำปี 2545

Ed 4th ราคา 90 บาท

ใคร ๆ ในหมู่บ้านเรียกมันว่าครุฑน้อย...


แม้ครุฑน้อยจะไม่ใช่โจนาธาน ลิฟวิงตั้น (Jonathan Livingston: Seagull)
ที่พยายามบินด้วยปีกของตนเอง

แม้ครุฑน้อยจะไม่ใช่สโนว์บอล (Snowball: Animal Farm)
ที่พยายามจะปฏิวัติสังคมตามแนวทางของตน

และ แม้ครุฑน้อยจะไม่ใช่แฮรรี่ พอตเตอร์ (Harry Potter: Harry Potter)
ที่มีเวทย์มนต์วิเศษ สามารถเอาชนะภัยร้ายในที่สุด

ครุฑน้อย เป็นเพียง ครุฑน้อย ที่ใคร ๆ ในหมู่บ้านเรียกมันว่าครุฑน้อย ที่ทำให้ผมติดตามอ่านจนจบ ด้วยอารมณ์เหมือนติดตามโจนาธาน, สโนว์บอล, และแฮรรี่ ไปพร้อม ๆ กัน

ครับ วันนี้ผมขอเสนอหนังสือดี ๆ ให้สมาชิกชุมชนจิต-ใจ-ดี รู้จักสักเล่มหนึ่ง

ครุฑน้อย โดย คอยนุช

ผมเพิ่งจะอ่านหนังสือ ครุฑน้อย ซึ่งเขียนโดยผู้เขียนที่ใช้นามปากาว่า คอยนุช จบวันนี้
อ่านแล้วได้ความรู้สึกว่าหนังสือเรื่องนี้เขียนดี คนเขียนมีกลวิธีการเขียนเรื่องที่ดีมาก น่าติดตาม อ่านสนุก
เนื้อเรื่องดี ภาษาสวย ยิ่งถ้าอ่านแล้วคิดมากหน่อยจะคิดอะไรได้มากกว่าความเป็นหนังสือนิทานอ่านเล่น


" สิ่งที่บ้าไร้สาระ
ในสายตาคนส่วนใหญ่
คือวีกรรมอันโดดเดี่ยว
ของผู้กล้าที่แท้จริง "
ครุฑน้อย หน้า 113


สิ่งที่ประทับใจมากกับหนังสือเล่มนี้ คือเป็นนิทานสอนใจได้อย่างดี สอนที่จะให้คิดต่าง มองโลกในแง่ดี เข้าใจอัตลักษณ์แห่งตน และเป็นตัวของตัวเองอย่างมีความสุข

อ่านจบแล้วรู้สึกดี มีความสุขอย่างง่าย ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มเล็ก ๆ นี้ จะรวมอรรถรสได้ถึงขนาดนี้

ลองหาอ่านดูครับ...

แล้วจะรู้สมการของผมที่ว่า

Jonathan Livingston + Snowball + Harry Potter = ครุฑน้อย

หมายถึงอะไร....



ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ครุฑน้อย คอยนุช โดย it ซียู
ครุฑน้อย ข้อมูลหนังสือจาก www.pantip.com

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552

วิจารณ์หนังสือ อัจฉริยะสร้างได้ (จริงหรือ)




อัจฉริยะสร้างได้ : เคล็ดลับพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ด้าน เพื่อก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ
โดย วนิษา เรซ (Vanessa Race) หรือ หนูดี
สำนักพิมพ์ Red
พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2550
ISBN 978-974-8001-61-6
ปกอ่อน 179 หน้า ราคา 165 บาท



หนังสือเล่มนี้ผมอ่านจบนานแล้ว ว่าจะเขียนถึงหลายที แต่ก็ไม่มีเวลามานั่งเขียนดี ๆ เพราะติดสอบ
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบภายในไม่กี่ชั่วโมง ด้วยเป็นเพราะหนังสือเขียนให้อ่านง่าย ๆ ลักษณะการเขียนทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่ากำลังนั่งคุยสบาย ๆ อยู่กับผู้เขียน (คุณหนูดี) เนื้อหาในหนังสือกล่าวถึง ทฤษฎีพหุปัญญา หรือ Multiple Intelligences ที่เสนอโดย ศาสตราจารย์ โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner: รูป) ทฤษฎีพหุปัญญา นี้ได้หักล้างแนวคิดเก่า ๆ ที่ว่าความเป็นอัจฉริยะเป็นเรื่องของความฉลาดแต่เพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วความอัจฉริยะนั้นสามารถแสดงออกได้ในหลาย ๆ ด้าน ศาสตราจารย์โฮเวิร์ดได้เสนอแนวคิดนี้ในหนังสือ Frames of Mind (กรอบทางความคิด): 1983 อัจริยะภาพของมนุษย์อย่างน้อยแปดประการได้ถูกนำเสนอ อันประกอบไปด้วย
  1. ภาษาและการสื่อสาร (Linguistics Intelligence)

  2. ร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence)

  3. มิติสัมพันธ์และการจินตภาพ (Spatial Intelligence)

  4. ตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)

  5. การเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)

  6. การเข้าใจผู้อื่นและมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence)

  7. การเข้าใจธรรมชาติ (Naturalist Intelligence)

  8. ดนตรีและจังหวะ (Musical Intelligence)

คุณหนูดี ได้สรุปอัจริยะภาพแปดประการนั้น ด้วยภาษาที่อ่านง่าย ยกตัวอย่างให้เห็นถึงการแสดงออกถึงอัจฉริยะภาพในด้านต่าง ๆ และยกตัวอย่างบุคคลที่แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะภาพในด้านนั้น ๆ ได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้คุณหนูดียังแทรกเสริม เทคนิคเคล็ดลับต่าง ๆ ที่ใ้ช้พัฒนาอัจฉริยะภาพได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการทำ Mind Maps, การพัฒนาทักษะการพูด ฟัง คิด อ่านและ เขียน รวมไปถึงการร้องเพลง เล่นกีฬา และเรืองอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และง่ายที่จะปฏิบัติตาม

ตอนท้ายของเล่ม เป็นประวัติของคุณหนูดี หรือ วริษา เรซ และข้อมูลเกี่ยวกับงานที่เธอทำอยู่

สิ่งที่ชอบมาก สำหรับหนังสือเล่มนี้ คือ อ่านแล้วมีกำลังใจ ทำให้รู้สึกว่า เราทำได้ เราสามารถที่จะพัฒนาความเป็นอัจฉริยะในทุกด้าน ๆ ของเราได้ เทคนิควิธีการต่าง ๆ ที่หนังสือแนะนำดูง่ายและไม่ซับซ้อน คุณหนูดีได้ทำให้เห็นว่าการใส่ใจกับกิจกรรมประจำวัน เช่น การนั่งหลังตรง การหายใจ การเคี้ยวอาหาร การฝึกวาดวงกลม ล้วนแต่พัฒนาความอัจฉริยะของเราได้ ขอเพียงแต่ได้ ใส่ใจ และเริ่มทำทำอย่างตั้งใจจริง


ที่จะติสักนิด สำหรับหนังสือเล่มนี้คือ คุณหนูดีเขียนหนังสือได้เหมือนมานั่งเล่ามากไปหน่อย ทำให้ลดทอนความวิชาการของเนื้อหาไป ประวัติของคุณหนูดีเองดูเหมือนจะมากไปนิด อ่านแล้วแกมหมั่นไส้อยู่ในที คนอะไร จะฉลาดพัฒนาตัวเองจนมี พหุปัญญา ได้ขนาดนั้น

สิ่งที่อยากเห็น ผมอยากเห็นคุณหนูดีเขียนหนังสือหรือบทความที่มีความเป็นวิชาการมากขึ้น มีเนื้อหาที่อ่านง่าย แต่ไม่ต้องมีลักษณะของการอ่านที่นั่งฟังหนูดีพูด (ตัดประโยคที่อ้างอิงถึงตัวเอง และสรรพนามออก เช่น "หนูดีคิดว่า หนูดีอย่างนั้น หนูดีอย่างนี้") และเนื่องจากคุณหนูดีได้ทำโรงเรียนและจัดการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้จริงจังน่าจะมีการแสดงผลของผู้ที่นำเทคนิคต่าง ๆ ไปใช้ ว่าพวกเขาเหล่านั้นพัฒนาตนได้มากเพียงใด ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนเทคนิควิธีการที่เขียนอยู่ในหนังสือ และพิสูจน์ให้เห็นว่า อัจฉริยะ นั้นสร้างได้จริง



อย่างไรก็ดี อัจฉริยะสร้างได้ เป็นหนังสือที่ควรหาอ่าน และขอเก็บเป็นหนังสือขึ้นหิ้ง ของ จิต-ใจ-ดี อีกหนึ่งเล่มครับ



เขียนโดย

ภาสกร (pC)



ขอบคุณ

รูปปกหนังสือ จาก http://ldd.go.th/e_library
พี่แอน ลลนา ที่ส่งหนังสือดี ๆ มาให้อ่าน

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การ์ตูนพระพุทธเจ้า (ฺ Budda) โดย Osamu Tezuka














การ์ตูนพระพุทธเจ้า ( Buddha ) ลายเส้นสวยงาม เนื้อเรื่องชวนติดตาม


เขียนโดย Osamu Tezuka ผู้เคยฝากผลงานอันลือลั่น เจ้าหนูอะตอม (Astro Boy) ไว้ให้เด็กไทยสมัยก่อนได้รู้จัก



สามารถหาอ่านออนไลน์ได้ฟรี ที่นี่

ตอนนี้มีทั้งหมด 12 บท
(ตัวอย่าง)


ที่มา
1. http://www.mangafox.com
2. wikipedia
3. Thanks to @pruet

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

สปิริตแห่งเซน

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ในชุมชนจิตใจดี ที่รักทุกท่าน






ช่วงนี้ อารมณ์ และความรู้สึก ผูกพันอยู่กับการปล่อยวาง
จึงอยากเล่าเรื่องเซน ให้ฟังอีกสักตอนนะคะ



เซน ..เน้นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ถ่อมตน และมีเป้าหมาย”




สปิริตแห่งเซน

สปิริตหรือจิตใจของเซน มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร
คำว่า “ไม่ถอย – ไม่สู้, ไม่อยู่-ไม่หนี” เป็นคำอธิบายสปิริตแห่งเซนได้ดี (อ่านแล้วก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร?)

ชีวิตเซน เป็นชีวิตที่ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีอยู่แต่วันนี้ หรือพูดให้ลึก ชีวิตเซน คือ ชีวิตดำรงอยู่ขณะเดียว ทีละขณะ ทีละขณะ เริ่มและจบในจุดเดียว (ท่านเขมานันทะ เคยกล่าวว่า ‘ชีวิตคุณมีอยู่เพียงขณะเดียว’ ใครที่ชอบโกอาน หรือปริศนาธรรม เอาไปขบให้แตกว่าท่านหมายความว่าอะไร)

เมื่อทุกข์จงทุกข์ เมื่อสุขจงสุข มีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ อดีตก็ละไปแล้ว อนาคตก็ยังไม่มา จงใช้ชีวิตอยู่กับวันนี้ ทำขณะนี้ให้ดี วันพรุ่งนี้มันจะดูแลตัวของมันเองได้ อย่าไปกังวลเลย....จนแม้แต่ความตายก็ไม่สำคัญสำหรับเซน อยู่ที่จิตอันวิมุตติหลุดพ้นปล่อยว่างวางธรรมทั้งปวงได้เป็นพอ









พระพุทธะ ได้ตรัสสาธกนิยายในพระสูตรให้หมู่พระภิกษุสงฆ์ฟัง
ชายคนหนึ่ง ขณะกำลังเดินทางข้ามท้องทุ่ง ก็ประจันหน้าเข้ากับเสือใหญ่ตัวหนึ่ง เขารีบวิ่งหนีโดยทันใด และเสือก็วิ่งกวดตามเขาไป พอมาถึงหน้าผาเขาก็โหนรากเถาวัลย์ป่าลงไปห้อยต่องแต่งอยู่บนขอบหน้าผานั้น ส่วนเสือก็วิ่งมาดมกลิ่นตามล่าเขาอยู่บนหน้าผานั่นเอง และเมื่อชายคนนั้นมองลงไปข้างล่างเขาก็ต้องสะท้านด้วยความกลัว โน่น...เสืออีกตัวหนึ่งกำลังรอกินเขาอยู่หากเขาหล่นลงไป มีเพียงเถาวัลย์ป่าเส้นนี้เท่านั้นที่ช่วยต่อชีวิตของเขาเอาไว้

หนู 2 ตัว ตัวหนึ่งขาวตัวหนึ่งดำ เริ่มแทะเถาวัลย์ป่าที่เขาโหนอยู่ ทีละน้อย ๆ ในขณะที่กำลังโหนอยู่นั้น เขาก็มองเห็นลูกสตรอเบอรี่หวานฉ่ำห้อยอยู่ใกล้ตัว เขาจึงโหนเถาวัลย์ป่าด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็เอื้อมไปเด็ดลูกสตรอเบอรี่ส่งเข้าปาก โอ .. มันช่างหวานอะไรเช่นนั้น !...

ชีวิตคุณมีอยู่เพียงขณะเดียว อดีตก็ละไปแล้ว อนาคตก็ยังไม่มา ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
“ไม่ถอย-ไม่สู้, ไม่อยู่-ไม่หนี”

*********..........^_^......*********

...ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดีไปนาน ๆ



สวัสดีค่ะ...




ปล. ในการปฏิบัติธรรมอย่างเซน เขามีวิธีการสำคัญอยู่ 3 วิธี คือ ม็อนโด (การสนทนาธรรม) การขบโกอาน (ปริศนาธรรม) และการทำฮาเซน (ทำสมาธิภาวนา)


ที่มา : ปล่อยวางอย่างเซน โดย ละเอียด ศิลาน้อย
พิมพ์ครั้งที่ 13 สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, 2539.
ภาพ : http://thai.cri.cn/learnchinese/lesson20/img/4.jpg

http://www.dek-d.com/contentimg/pueng/spd_200706202353.jpg

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

เสรีนี้หนึ่งเดียว (5)




.......^_^...............

หลงใหลอะไรนักหรือ
ยึดถือสิ่งใดใครนั่น
ดิ้นรนไขว่คว้าสารพัน
เสกสรรพอกเพิ่มเสริมอัตตา
ตื่นเถิดฟ้าสางสว่างแล้ว
นั่นดวงแก้วส่องทางอยู่ข้างหน้า
ตะวันธรรมทอแสงแห่งศรัทธา
ชี้มรรคาสดใสให้ชีวิต



When you down and trouble.
Remind me ...
You’ve got a friend.


ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวหลายคราวครั้ง
ผ่านทั้งรักทั้งชังหวังสลาย
ก็ยังยิ้มยังเย็นไม่เห็นตาย
ใช่โชคร้ายจะจองล้างอยู่ข้างเดียว

ขอเพียงมีกำลังขวัญเข้าฟันฝ่า
กระรอกน้อยก็หาญท้าพญาเหยี่ยว
เมื่อบาดเจ็บไร้ผู้อยู่ยาเยียว
จะเด็ดเดี่ยวเลียแผลให้แก่ตน

ก็ผ่านมาแล้วผ่านไปหลายหลายเรื่อง
ก็เปล่าเปลืองปวดใจหลายหลายหน
ก็ทนเถิดทนให้ธรรมย้ำให้ทน
เพื่อที่สุดหลุดพ้นเลิกทนทุกข์ ....^_^...**@**: -_-


ตะวันกำลังจะตกดิน...ที่ภูเรือ จ. เลย

ที่มา : เรื่อง ....เสรีนี้หนึ่งเดียว โดย อิสรา สำนักพิมพ์ ฟ้าอภัย. 2535.
ภาพ ...canon digital IXUS 60 ...สีตะวัน

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

เสรีนี้หนึ่งเดียว (4)

....า.................อีม !.......


ดวงดาวแห่งความฝัน
ผ่องพรรณพราวพร่างกระจ่างใส
รุ่งโรจน์เรืองรองเต็มห้องใจ
พิสุทธิ์ใสสุกสว่างแม้กลางวัน


คือดาวทองส่องธรรมประจำชีวิต
ทรงสิทธิ์สูงศักดิ์แด่นักฝัน
ตราตรึงซื้งสนิทนิจนิรันดร์
หวังสักวันจะก้าวล่วงสู่ดวงดาว



ฟ้าครามกับน้ำหลาก
สองฝั่งฟากสุดสายตา
ขอบน้ำจรดโค้งฟ้า
ราวจะพบบรรจบกัน

แท้จริงยิ่งห่างไกล
ยิ่งวิ่งไล่ยิ่งเหมือนฝัน
ชีวิตน้อยนิดนั้น
จึงหยุดลงที่ตรงนี้

ตรงใจใสสว่าง
หลีกหลุมพรางห่างโลกีย์
รู้จริงทุกสิ่งมี
แล้วขึ้นฝั่งพ้นวังวน

ก็เท่านี้แหละชีวิต
ป่วยการคิดให้อับเฉา
เมื่อวันนี้ยังมีเรา
ต้องย่างเท้าก้าวต่อไป

ก้าวไปไม่ลดละ
อนาคตย่อมสดใส
แม้อาจพลั้งพลาดไป
หากก้าวใหม่จะมั่นคง
........................^_^......


ที่มา : เรื่อง ....เสรีนี้หนึ่งเดียว โดย อิสรา สำนักพิมพ์ ฟ้าอภัย. 2535.
ภาพ...google..ดวงดาว สายน้ำ ธรรมชาติ

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

สมบัติของผู้ดี (2)

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่าน Web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

วันนี้นำเสนอ สมบัติของผู้ดีภาคห้า และภาคหก ตอนจบค่ะ เป็นกิริยาง่าย ๆ ที่เราสามารถทำให้ดีได้ในชีวิตประจำวัน ขอเชิญติดตามได้แล้วค่ะ



ภาคห้า : ผู้ดีย่อมเป็นผู้ที่มีสง่า
กายจริยา
1. ย่อมมีกิริยา อันผึ่งผาย องอาจ
2. จะยืนจะนั่งย่อมอยู่ในลำดับอันสมควร
3. ย่อมไม่เป็นผู้สะทกสะท้านงกเงิ่น หยุด ๆ ยั้ง ๆ

วจีจริยา
1. ย่อมพูดจาฉะฉาน ชัดถ้อยความ ไม่อุบอิบ อ้อมแอ้ม

มโนจริยา
1. ย่อมมีความรู้จักงาม รู้จักดี
2. ย่อมมีอัชฌาศัยอันกว้างขวาง เข้าไหนเข้าได้
3. ย่อมมีอัชฌาศัยเป็นนักเลง ใครจะพูดหรือเล่นอันใดก็เข้าใจและต่อติด
4. ย่อมมีความเข้าใจ ว่องไว ไหวพริบ รู้เท่าถึงการณ์
5. ย่อมมีใจอันองอาจ กล้าหาญ



ภาคหก : ผู้ดีย่อมปฏิบัติการงานดี
กายจริยา
1. ย่อมทำการอยู่ในระเบียบแบบแผน
2. ย่อมไม่ถ่วงเวลาให้ผู้อื่นคอย
3. ย่อมไม่ละเลยที่จะตอบจดหมาย
4. ย่อมทำการแต่ต่อหน้า

วจีจริยา
1. พูดสิ่งใดย่อมให้เป็นที่เชื่อถือได้
2. ย่อมไม่รับวาจาคล่อง ๆ โดยมิได้เห็นว่าการจะเป็นได้หรือไม่

มโนจริยา
1. ย่อมเป็นผู้รักษาความสัตย์ในเวลา
2. ย่อมไม่เป็นผู้เกียจคร้าน
3. ย่อมไม่เข้าใจว่า ผู้ดีทำอะไรด้วยตนไม่ได้
4. ย่อมไม่เพลิดเพลินจนละเลยให้การเสีย
5. ย่อมเป็นผู้รักษาความเป็นระเบียบ
6. ย่อมเป็นผู้อยู่ในบังคับบัญชา เมื่ออยู่ในหน้าที่
...คอยติดตามชมการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง สมบัติของผู้ดี ทางทีวีนะคะ
สำหรับวันนี้ นำเสนอเพียงเท่านี้ก่อน พบกันใหม่ในโอกาสหน้า...สวัสดีค่ะ

ที่มา : เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี. แบบเรียนจรรยา ‘สมบัติของผู้ดี’ พิมพ์ครั้งที่ 17 . พระนคร : ไทยวัฒนาพานิช 2492. หน้า 8-9

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551

เสรีนี้หนึ่งเดียว (3)



รักเธอก็รักนะ
แต่อิสระย่อมสูงส่ง
นกน้อยในกรอบกรง
ฤารู้ค่าฟ้าเสรี

คิดถึงนะคิดถึง
ทั้งซาบซึ้งคุณความดี
แต่งานยังมากมี
มิอาจล้มอุดมการณ์

ขอฝึกให้กล้าแกร่ง
ทั้งเรี่ยวแรงและวิญญาณ
แปรรักเป็นแรงงาน
ช่วยสร้างหวังกำลังใจ

จะเพาะเมล็ดพันธุ์
หว่านรักนั้นกระจายไกล
มอบแด่ผู้ยากไร้
และฝูงชนในแผ่นดิน



จงโผผินบินฝ่าสู่ฟ้ากว้าง
แม้อ้างว้างเหว่ว้าก็อย่าถอย
เรียนรู้ ฝึกฝน อดทน คอย
อุปสรรคมากน้อยค่อยสร่างซา
ที่โค้งรุ้งทาบแสงตะวันฉาย
คือจุดหมายปลายทางเห็นข้างหน้า
ด้วยดวงใจ ด้วยปีกแกร่งแรงศรัทธา
จะฟันฝ่าสู่เสรีแห่งชีวิต


ที่มา : เรื่อง ....เสรีนี้หนึ่งเดียว โดย อิสรา สำนักพิมพ์ ฟ้าอภัย. 2535.
ภาพ ...canon digital IXUS 60 ...สีตะวัน

สมบัติของผู้ดี


สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่าน Web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

เมื่อวันก่อนได้ดูข่าวบันเทิง ทางทีวี มีข่าวว่าจะมีการทำการ์ตูนแอมิเนชั่น เรื่องสมบัติของผู้ดี ออกอากาศเป็นตอน ๆ (ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ) ซึ่งตรงกับความตั้งใจพอดีว่าจะนำเสนอเรื่องสมบัติของผู้ดี ของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ที่จดบันทึกไว้ในไดอารี่ เมื่อปี 2531 ครั้งแรกเกรงว่าจะเก่าเกินไป แต่เมื่อเห็นมีคนคิดทำเป็นการ์ตูนแอมิเนชั่นนำเสนอ จึงมั่นใจที่จะนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง มีทั้งหมดหลายภาค แต่ที่บันทึกไว้ จะเป็นภาคที่สามารถเข้าใจง่ายและนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน หรือนำไปสั่งสอนลูกหลานและเตือนตัวเองได้ (ในบางครั้ง) คิดว่าจะมีประโยชน์บ้างนะคะ




สมบัติของผู้ดี


ภาคสอง : ผู้ดี ย่อมไม่ทำอุจาดลามก

กายจริยา
1. ย่อมใช้เสื้อผ้า เครื่องแต่งตัวอันสะอาด และแต่งโดยเรียบร้อยเสมอ
2. ย่อมไม่แต่งตัวในที่แจ้ง
3. ย่อมไม่จิ้ม ควัก ล้วง แคะ แกะ เการ่างกายในที่ชุมชน
4. ย่อมไม่กระทำการที่ควรจะทำในที่ลับ ในที่แจ้ง
5. ย่อมไม่หาว เรอ ให้ปรากฏในที่ชุมชน
6. ย่อมไม่จามโดยสียงอันดัง และโดยไม่ป้องกำบัง
7. ย่อมไม่บ้วนขาก ด้วยเสียงอันดัง หรือให้เปรอะเปื้อนให้เป็นที่รังเกียจ
8. ย่อมไม่ลุกลนเลอะเทอะ มูมมามในการบริโภค
9. ย่อมไม่ถูกต้อง หรือหยิบยื่นสิ่งที่ผู้อื่นจะบริโภคด้วยมือตน
10. ย่อมไม่ล่วงล้ำข้ามหยิบของบริโภคผ่านหน้าผู้อื่น ซึ่งควรขอโทษและขอให้เขาส่งได้
11. ย่อมไม่ละลาบละล้วงเอาของผู้อื่นมาใช้ในการบริโภค เช่น ถ้วยน้ำ และผ้าเช็ดมือ
12. ย่อมไม่เอาเครื่องใช้ของตน เช่น ช้อน ส้อม ไปล้วงตักสิ่งบริโภคซึ่งเป็นของกลาง
13. ย่อมระวัง ไม่พูดจาตรงหน้าผู้อื่นให้ใกล้ชิดเหลือเกิน

วจีจริยา
1. ย่อมไม่กล่าวถึงสิ่งโสโครกพึงรังเกียจ ในท่ามกลางประชุมชน
2. ย่อมไม่กล่าวถึงสิ่งควรปิดบัง ในท่ามกลางประชุมชน

มโนจริยา
1. ย่อมพึงใจที่จะรักษาความสะอาด





ภาคสาม : ผู้ดีย่อมมีสัมมาคารวะ

กายจริยา
1. ย่อมนั่งด้วยกิริยาอันสุภาพ เฉพาะหน้าผู้ใหญ่
2. ย่อมไม่ขึ้นหน้าผ่านผู้ใหญ่
3. ย่อมไม่หันหลังให้ผู้ใหญ่
4. ย่อมแหวกที่หรือให้ที่นั่งอันสมควรแก่ผู้ใหญ่หรือสตรี
5. ย่อมไม่ทัดหรือคาบบุหรี่ คาบกล้อง และสูบให้ควันไปรมผู้อื่น
6. ย่อมเปิดหมวกเมื่อเข้าชายคาบ้านผู้อื่น
7. ย่อมเปิดหมวกในที่เคารพ เช่น โบสถ์ วิหาร ไม่ว่าแห่งศาสนาใด
8. ผู้น้อยย่อมเคารพผู้ใหญ่ก่อน
9. ผู้ชายย่อมเคารพผู้หญิงก่อน
10. ผู้ลาย่อมเป็นผู้เคารพก่อน
11. ผู้เห็นก่อนโดยมากย่อมเคารพก่อน
12. แม้ผู้ใดเคารพก่อน ต้องตอบเขาทุกคนไม่เฉยเสีย

วจีจริยา
1. ย่อมไม่พูดจาล้อเลียน หลอกลวงผู้ใหญ่
2. ย่อมไม่กล่าวร้ายถึงญาติมิตรที่รักใคร่นับถือของผู้ฟังแก่ผู้ฟัง
3. ย่อมไม่กล่าววาจาอันติเตียนสิ่งเคารพหรือที่เคารพของผู้อื่นแก่ตัวเขา
4. เมื่อจะขอทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ต้องขออนุญาตตัวเขาก่อน
5. เมื่อตนทำพลาดพลั้งสิ่งใดแก่บุคคลใด ควรออกวาจาขอโทษเสมอ
6. เมื่อผู้ใดได้แสดงคุณต่อตนอย่างไร ควรออกวาจาขอบคุณเขาเสมอ

มโนจริยา
1. ย่อมเคารพ ยำเกรง บิดา-มารดา และอาจารย์
2. ย่อมนับถือ นอบน้อมต่อผู้ใหญ่
3. ย่อมมีความอ่อนหวานแก่ผู้น้อย

วันนี้ขอนำเสนอ สองภาคเบา ๆ ก่อนนะคะ พบกันใหม่ คราวหน้า ...สวัสดีค่ะ

ที่มา : เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี. แบบเรียนจรรยา ‘สมบัติของผู้ดี’ พิมพ์ครั้งที่ 17 . พระนคร : ไทยวัฒนาพานิช 2492. หน้า 8-9
เก็บตกจากไดอารี่ 2531
ภาพ : วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ศิลปะสมัยรัชกาลปัจจุบัน (ร. 9)
อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ออกแบบและสร้าง
Canon Digital IXUS 60...สีตะวัน

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

เสรีนี้หนึ่งเดียว (2)

สวัสดีค่ะ..ท่านผู้อ่าน Web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

ถึงวัน พักผ่อน สบาย ๆ อีกแล้วนะคะ ผู้เขียนวางแผนไว้ในใจว่า จะหา บทกลอนดี ๆ น่ารัก ๆ มาฝากท่านผู้อ่าน Web blog นี้ทุกเช้าวันเสาร์ จะพยายามทำอย่างที่ตั้งใจไว้ค่ะ เพื่อแทนความรู้สึกที่อยากมอบให้กับผู้อ่านทุกท่าน
หนังสือเล่มนี้ ...มีเรื่องราวมากมายให้ติดตาม เป็นความงามจากธรรมชาติ และ เรียนรู้จิตใจตนเอง ..วันนี้ขอนำเสนออีก 4 บทกลอน เป็นกำลังใจ ...เชิญติดตามค่ะ



มีเพื่อนเป็นคู่คิด
ถูกหรือผิดคอยติงเตือน
ถึงใครเขาแชเชือน
เพื่อนไม่ทิ้งยังจริงใจ
ปวดร้าวหลายคราวครั้ง
เพื่อนสร้างหวังให้สู้ใหม่
ร่วมต้านผองมารภัย
พร้อมเสพสุขทุกข์ด้วยกัน
ซึ้งในน้ำใจนี้
เกินวลีเอ่ยรำพัน
จึงร้อยถ้อยจำนรรจ์
แทนมาลัยให้มิ่งมิตร


ทางสายนี้มากด้วยขวากหนาม
แต่จุดหมายคือนิยามความสูงส่ง
หากมุ่งมั่นยึดถือความซื่อตรง
มรรคผลคงอยู่ไม่ไกลเกินไขว่คว้า
ขอเพียงความจริงใจในสำนึก
พร้อมสู้สึกรายทางที่ขวางหน้า
เพียงบากบั่นสรรสร้างทางสัมมา
สิ่งล้ำค่าย่อมไม่พ้นมือคนจริง



พักเถิดพักผ่อนเมื่ออ่อนล้า
หลับเถิดหลับตาอย่าสับสน
ด้วยทุกบททุกตอนละครคน
มีทุกข์ทนมีสุขเศร้าเคล้ากันไป
พักเพื่อเพิ่มแรงเพียรในวันพรุ่ง
มาดมุ่งผดุงธรรม์ไม่หวั่นไหว
ถักทออุดมการณ์งานกว้างไกล
พร้อมจุดไฟแห่งความหวังให้สังคม


....เหนื่อยใช่ไหม
อยากพักใจสักครั้งหรือยังเพื่อน
ทุกข์ร้อนอ่อนระอาอย่าแชเชือน
มาสิเพื่อนนั่งลงที่ตรงนี้
เพื่อพักผ่อนทักทายดอกไม้ไหว
ดูน้ำใสไหลเอื่อยระเรื่อยรี่
ฟังลำนำธรรมรสบทกวี
และดื่มซับสุนทรีย์ให้ชีวิต


ที่มา : เรื่อง ....เสรีนี้หนึ่งเดียว โดย อิสรา สำนักพิมพ์ ฟ้าอภัย. 2535.
ภาพ ...Canon digital IXUS 60 ...สีตะวัน

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เสรีนี้หนึ่งเดียว

สวัสดีค่ะ..ท่านผู้อ่าน Web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน
วันนี้ เป็นวัน พักผ่อน สบาย ๆ จึงหา บทกลอนสบาย ๆ มาฝากทุกท่านค่ะ หนังสือเล่มนี้ ...มีเรื่องราวมากมายให้ติดตาม เป็นความงดงามของธรรมชาติ ..วันนี้ขอนำเสนอ 2 บทกลอน เอาไว้ในใจทุกท่านนะคะเชิญติดตามค่ะ




คือดอกหญ้าธรรมดาดอกหนึ่ง
ไร้ซึ่งผู้คนเอาใจใส่
ลมพัดก็ระเนนเอนลู่ไป
แดดจะไล้หรือฉ่ำฝนก็ทนทาน
คืออิสระเสรีของชีวิต
ด้วยมีสิทธิ์หยัดอยู่เพื่อชูก้าน
กับวิถีเรียบง่ายริมสายธาร
ไม่ทะยานอยากเด่นเช่นใครใคร
คือสัจจะสื่อบอกจากดอกหญ้า
ชีวิตใช่ปรารถนาจะเป็นใหญ่
แต่เล็กน้อยง่ายงามมีน้ำใจ
และสุขได้เพียงหยัดอยู่คู่ตะวัน




จะเก็บดอกหญ้ามาฝาก
ก็เกรงคิดมาก เพราะไร้ค่า
คงเผินเมินไปไม่ศรัทธา
เถอะ...มาจะแถลงให้แจ้งใจ
เห็นเพียงดอกหญ้าอย่าเดียดฉันท์
ด้วยค่านั้นสื่อความจริงยิ่งใหญ่
ชี้ว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไร
กอบโกยคว้าไขว่สิ่งใดกัน
แท้ชีวิตนิดน้อยด้อยภาระ
เรียบ ง่าย สมถะ สละ ขยัน
มีมากก็เอื้ออวยช่วยแบ่งปัน
ใช่ติดพันสมบัติบ้าผูกขาตรึง
จึงเก็บดอกหญ้ามาฝาก
ซึ่งค่ามากกว่าฤทธิ์ความคิดถึง
แม้เข้าใจเพียงน้อยคงพลอยซึ้ง
แอบทึ่งคุณค่าหญ้าริมทาง


ที่มา : เรื่อง ....เสรีนี้หนึ่งเดียว โดย อิสรา สำนักพิมพ์ ฟ้าอภัย. 2535.
ภาพ ... canon digital IXUS 60 ...สีตะวัน
นำเสนอโดย : สีตะวัน

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ชีวิตนี้ ต้องการทำอะไร

สวัสดีครับ

วันนี้ไม่ได้หาข่าวมาแปะให้อ่านนะครับ และก็ไม่มีเวลาเขียนบทความให้อ่านด้วย สำหรับผมแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงชีวิตที่ขี้เกียจ และกำลังค้นหาว่าชีวิตนี้ ควรจะเป็นเช่นไร

หลังจากค้นหาด้วย google เลยเจอหนังสือแจกฟรีชื่อ " What Do You Want to Do with Your Life" ผมแปลชื่อหนังสือเป็นไทยว่า "ชีวิตนี้ ต้องการทำอะไร" เขียนโดย คุณฮานส์ กลินท์ (Mr. Hans Glint) ผมเห็นว่าเป็นหนังสือแจกฟรีที่น่าสนใจมาก อีกทั้งหนังสือนี้เป็นเชิงแบบฝึกหัด ให้ผู้่อ่านทำทีละขั้นตอน เมื่อผู้อ่านอ่านจบแล้ว ก็น่าจะได้คำตอบที่ค้นหา ว่า "ชีวิตนี้ ต้องการทำอะไร? " ดังชื่อหนังสือ

ผู้อ่านสามารถเยี่ยมชมเวปไซต์ ของคุณฮานส์ กลินท์ ได้ที่ http://www.selfhelpstartshere.com/
สำหรับหน้าแรกของเวป ซึ่งเป็นเหมือนบทนำ อธิบายว่าทำไมเขาถึงเขียนหนังสือเล่มนี้ และหนังสือเล่มนี้จะเป็นอย่างไร ผมได้นำมาแปลซึ่งจะแสดงตามข้อความด้านล่าง

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด หนังสือของเขาได้เลยครับ เนื่องจากหนังสือเป็นภาษาอังกฤษความยาวกว่า 130 หน้า ถ้าผู้อ่านท่านใดผ่านมาแล้วรู้สึกสนใจให้แปลเป็นภาษาไทยทั้งฉบับ ช่วยกรุณาลงชื่อไว้ด้วยนะครับ จะได้เป็นแรงใจให้ผมแปล ซึ่งจะทยอยแปลให้

pC

Download หนังสือชีวิตนี้ ต้องการอะไร


ต่อไปนี้เป็นข้อความแปลจากเวปของคุณฮานส์


==================



สวัสดีครับ ผมชื่อ ฮานส์ กลินท์ ผมเป็นผู้ช่วยในการวางแผนการดำเนินชีวิต และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง "ชีวิตนี้ ต้องการทำอะไร"

เป็นเวลาหลายปีที่ผมสงสัยและครุ่นคิดว่า ผมควรทำอะไรกับชีวิตของผมดี และเพื่อที่จะหาคำตอบนี้ ผมได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก อ่านหนังสือเป็นร้อย ๆ เล่ม หวังเพียงว่าจะได้คำตอบที่ผมต้องการ แล้วผมก็พบว่า สิ่งที่ผมกำลังค้นหานั้นมันไม่มีคำตอบ เพราะมันเป็นเรื่องของเราเองที่ต้องค้นหาคำตอบให้ตัวเอง โดยการไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง แล้วตัดสินใจ ว่าเราจะดำเนินชีวิตของเราอย่างไร

มันดูชัดเจนและตรงไปตรงมานะครับ ที่จะพิจารณาดูตัวเองแล้วตัดสินใจว่าเราจะดำเนินชีวิตอย่างไร แต่คุณผู้อ่านก็คงรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องพินิจพิเคราะห์กันอย่างลึกซึ้งและเป็นเรื่องยากที่สุดของชีวิต แล้วคุณก็คงเกิดคำถามว่า จะทำมันได้จริง ๆ หรือ? ทำอย่างไรหล่ะ ? เพราะคุณคงต้องเผชิญกับความคิดมากมายมหาศาลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณเองให้พิจารณา และคุณคงต้องการเห็นทางเลือกของชีวิตที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเสียก่อน ที่จะตัดสินใจอะไรลงไป

เพื่อช่วยคุณในเรื่องนี้ ผมได้เขียนหนังสือขึ้นมาชื่อ "ชีวิตนี้ ต้องการทำอะไร" มีทั้งหมด 136 หน้า ซึ่งมันจะช่วยให้คุณได้เรียบเรียงความคิดของคุณ และเห็นทางเลือกของชีวิตได้ชัดเจนขึ้น มันจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าคุณต้องการมีชีวิตเช่นไร ผมเชื่อว่า หนังสือเล่มนี้เป็นอะไรที่ตรงไปตรงมา อธิบายเป็นขั้นตอน และคุณสามารถใช้มันในการวางแผนชีวิตได้จริง


ผมทำสิ่งต่าง ๆ นี้ไปก็เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ ทุกเพศ ทุกวัย ให้ได้รับคำตอบว่าพวกเขาควรจะทำอะไรกับชีวิตของเขาเอง
ฉะนั้นผมจึงแจกหนังสือเล่มนี้ฟรี คุณสามารถ Download มันได้ที่นี่
คุณสามารถส่งต่อมันไปให้เพื่อน ๆ ของคุณได้ด้วยถ้าคุณเห็นว่าดี

ขอบคุณ และหวังว่าชีวิตของคุณจะเป็นของคุณอย่างแท้จริง

ฮานส์ กลินท์



Download What Do you Want to Do with Your Life

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2550

มหาภารตยุทธ

แนะนำหนังสือที่น่าอ่านอีกสักเล่มหนึ่ง
หากคุณเคยได้ยิน เรื่องเกี่ยวกับศรอรชุนที่ไม่เคยพลาดเป้า (เพลงของแอ๊ดคาราบาว)
เรื่องราวเกี่ยวกับภควัตคีตา นี่เป็นหนังสือที่ไม่ควรพลาด
อ่านสนุก ง่ายต่อการเข้าใจ และแฝงข้อคิดดีๆ มากมาย




" มหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกนั้นมีไม่กี่ชิ้น ที่เป็นรากเหง้าจิตวิญญาณตะวันตกก็ได้แก่ อีเลียด และโอดิสซี ซึ่งรจนาโดยกวีโฮเมอร์ หากเป็นทางตะวันออกของเรา ก็คงไม่พ้นรามายณะ(รามเกียรติ์) และมหาภารตยุทธนี้เอง"

"การอ่านมหากาพย์มหาภารตะ ช่วยให้จิตใจของเรามีความเข้มแข็ง วรรณกรรมชิ้นนี้ สอนให้เราตระหนักถึงความจริงที่ว่า เวรย่อมก่อให้เกิดเวร ความโลภและการใช้ความรุนแรงมีแต่จะนำมนุษย์ไปสู่ความพินาศหายนะ และการชนะที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การชนะธรรมชาติฝ่ายต่ำในตัวของเราเอง..."

จักรวะระตี ราชาโคปาลาจารี ผู้สำเร็จราชการคนแรกของอินเดีย

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2550

ธรรมะแห่งความดับทุกข์ ดูความปรุงแต่ง

การดับทุกข์ไม่ได้ยากอะไร
เพียงแค่เห็นชีวิตของเราเหมือนดูละครหลังข่าว
เห็นแล้วก็ผ่านไป
ไม่ต้องคิดว่าเราเป็นพระเอก นางเอก
ไม่ต้องคิดว่าเราเป็นผู้ร้าย
ดูมันไปเรื่อยๆ
สนุกก็รู้ว่าสนุก
เศร้าก็รู้ว่าเศร้า

แต่ไม่ต้องเอามันมาเป็นความทุกข์ของเรา



บทสรุปที่ได้จากผู้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่มีข้อความบนปกหลังว่า...


"... พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนเรื่องอะไรอื่น นอกจากทุกข์ และความดับทุกข์ ปฏิบัติให้รู้ัจักทุกข์ แล้วดับทุกข์ได้ก็พอแล้ว เรื่องโลก เรื่องชาติหน้า ชาติหลัง นรก สวรรค์ จะมีจริงหรือไม่จริง ไม่ต้องไปรู้ก็ได้ ถึงจะรู้ ก็ใช่ว่าดับทุกข์ได้

.... ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการรู้ัจักทุกข์ และเหตุแห่งทุกข์ เข้าถึงความดับทุกข์ ถ้าเจริญข้อปฏิบัติได้เต็มที่ ก็หมดปัญหา หมดความสงสัย ถึงไม่มีฤทธิ์ ไม่มีเดช ไม่มีตาทิพย์ หูทิพย์ ไม่ได้ไปรู้วาระจิตของใคร ไม่ได้มีวิชาอาคมอะไร ก็ไม่สำคัญ ขอให้จิตสะอาด จิตบริสุทธิ์ ขอให้ดับทุกข์ให้ตัวเองได้เท่านั้น เพราะว่าไม่มีอะไรเหนือกว่าการดับทุกข์ ปัญหาทั้งหลายแหล่ ก็รวมอยู่ในเรื่องของความทุกข์ ดังนั้นสิ่งที่ควรได้ควรถึงก็คือความดับทุกข์...."

เขมรังสี ภิกขุ



คัดลอกจากท้ายปกหนังสือ ธรรมะแห่งความดับทุกข์ ดูความปรุงแต่ง โดย เขมรังสี ภิกขุ




หนังสือเล่มเล็ก ๆ อีกหนึ่งเล่มที่ผู้สนใจศาสนาพุทธควรอ่าน

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2550

โพชฌงค์ พุทธวิธีเสริมสุขภาพ

วันนี้ขอแนะนำหนังสือเล่มเล็กอีกสักเล่ม

โพชฌงค์ พุทธวิธีเสริมสุขภาพ
โดย พระธรรมปฎก




(ข้อความต่อไปนี้คัดปกหลังหนังสือ โดยไม่มีการตัดต่อ)

"... กายกับใจนั้นเป็นสิ่งอาศัยกันและกัน พอกายเจ็บป่วยไม่สบาย คนทั่วไปก็มักจะพาลจิตใจไม่สบาย เศร้าหมอง กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ไปด้วย และในทำนองเดียวกัน เืมื่อจิตไม่สบายก็พลอยให้กายไม่สบายไปด้วย เริ่มต้นตั้งแต่รับประทานอาหารไม่ได้ ร่างกายเศร้าหมอง พิวพรรณซูบซีด เป็นสิ่งที่เนื่องอาศัยกัน

ในทางตรงข้าม คือในทางที่ดี ถ้าจิตใจดี สบาย บางทีก็กลับมาช่วยกาย เช่นในยามเจ็บป่วยถ้าจิตใจสบาย เช่น มีกำลังใจ หรือจิตใจผ่องใสเบิกบาน โรคที่เป็นมาก ก็กลายเป็นน้อย หรือที่จะหายยากก็หายง่ายขึ้น... ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าจะช่วยทำใจของเราหรือรักษาใจของเราได้มากแค่ไหน "


กล่าวโดยย่อ สำหรับหลักปฏิบัติ (ตามที่ผู้เขียนเข้าใจ) ได้ดังนี้:

เมื่อกายดีจิตก็ดี ในทางกลับกันเมื่อจิตดีกายก็ดีตามไปด้วย


สำหรับหลักปฏิบัติโพชฌงค์นั้นมีทั้งหมด 7 ข้อ ประกอบด้วย
1) สติ
การระลึกได้ การรับรู้ของจิตไม่หลุดลอย ไม่หล่นหาย

2) ธรรมวิจัย
การไตร่ตรอง พิจารณา ค้นคว้า ความจริง(ธรรม) ความถูกต้อง สิ่งที่ดีงาม ที่เป็นประโยชน์

3) วิริยะ
มีความเพียรตั้งใจ มีความเข้มแข็ง

4) ปิติ
ทำใจให้มีความสุขอิ่มเอม ไม่เครียดไม่วิตก

5) ปัสสัทธิ
ความสงบเยือกเย็น ผ่อนคลาย

6) สมาธิ
ความตั้งจิตมั่นหรือแน่วแน่อยู่กับสิ่งนั้น ๆ ทำงานใด ๆ ก็ให้ใจแน่วแน่

7) อุเบกขา
วางเฉย การเรียบสงบของจิตที่เป็นกลาง ไม่เอนเอียง เฉยต้องสิ่งที่มากระทบ


อ่านเพิ่มเติม : พลังจิต.com