แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิต แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สิ่งพึงทำที่สุดในชีวิต

สิ่งพึงทำที่สุดในชีวิต

(จากคอลัมน์ศิลาในน้ำเชี่ยว หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม 2551
ภาพประกอบ ไฟคริสตมาสประดับ ที่เมืองบอสตั้น โดย pC )




สงบเข้าไว้ รอคอยอย่างอดทน ทำอะไรที่ทำได้ไปพลางๆ
ไม่มีอะไรยืนยาวอย่างไม่รู้จบได้หรอก
ทุกอย่างล้วนต้องเปลี่ยนแปลง อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ
หากคุณรอคอยอย่างสงบและผ่อนคลาย
แต่หากคุณกระวนกระวายวิ่งวุ่นราวคนบ้า คุณก็กำลังก่อกวนให้สถานการณ์เลวร้ายลง…




ชีวิตที่ไร้ความทุกข์ยาก คงจะตื้นเขินและน่าเบื่อมากทีเดียว
ทนทุกข์ เรียนรู้ และเติบโต...



ผมได้พลิกอ่าน หนังสือหิมะกลางฤดูร้อน ของท่านสยาดอ อู โชติกะ พระภิกษุชาวพม่าอยู่บ่อยๆ และได้พบคำพูดที่เรียบง่าย แต่สะกิดใจ สะท้อนความรู้สึกอย่างชงัดงัน โดยเฉพาะในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวาย สับสนในปัจจุบัน ท่านอูโชติกะได้เขียนไว้ว่า 'โปรดอย่าคิดว่าเรื่องยุ่งยากเหล่านี้มันไร้ค่า แม้จะต้องผจญกับความรวดร้าว ผิดหวัง ท้อแท้ และเศร้าโศกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปมากเพียงใด อาตมาก็ยังคงเห็นว่าชีวิตมันน่าสนใจ ล้ำค่าด้วยความหมาย

เราเดินอ้อมไม่ได้หรอกนะ หนทางเดียวคือ ต้องเดินฝ่าเข้าไป

ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบในชีวิตนี้ ฉะนั้น อย่าไปโหยหาความสมบูรณ์แบบเลย
อาตมาเองก็ไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ ไม่มีวันจะเป็นไปได้ และไม่เคยคาดหวังด้วย

อาตมาผ่านทุกข์มาไม่น้อยเลย ขณะนี้ก็ยังมีทุกข์ แต่อาตมาอยู่กับความทุกข์ได้อย่างสงบและสง่างาม
อาตมาถือว่าทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นส่วนที่สำคัญมากด้วย จะเข้าใจชีวิตได้อย่างไร
หากไม่เคยรู้จักความทุกข์ แม้ในยามทุกข์อาตมาก็ยังคงสงบเย็นได้
จนยากที่ใครจะเชื่อได้ว่า อาตมากำลังเผชิญกับทุกข์ที่ใหญ่หลวงอยู่'

เป็นธรรมดาครับที่คนเรามักจะรักสุข เกลียดทุกข์ จึงมีการต่อต้าน ดึงดัน ขัดขืน
เพื่อตีฝ่าออกจากวงล้อมแห่งความทุกข์ โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งพยายามดึงดันขัดขืนมากเท่าไร ก็ยิ่งทุกข์มากขึ้นเท่านั้น วิธีการที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาดและราบคาบที่สุด คือ การเข้าไปทำความรู้จัก คุ้นเคย และยอมรับกับความทุกข์ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการผลักไสไล่ส่ง กีดกัน ต่อต้าน ความมหัศจรรย์จะพลันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา คือ ความทุกข์นั้นพลันมลายหายไป จับต้องไม่ได้ ประหนึ่งเอาไฟสปอตไลท์เข้าไปส่องสัตว์ในยามกลางคืน สัตว์นั้นก็วิ่งหนีหายไปทันทีโดยที่ไม่ต้องทำอะไร

หากคุณมีสติ ความทุกข์จะช่วยให้คุณเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างลุ่มลึก



ควรอยู่หรอกที่เราจะมีอุดมการณ์บางอย่างในชีวิต จะได้มีเป้าหมายหรือทิศทางที่จะเดิน
แต่อย่าถึงกับบ้าอุดมการณ์จนฟั่นเฟือน อุดมการณ์ที่ประเสริฐสุด คือ มีสติอยู่เสมอเป็นนิตย์

คนเรามักมีอะไรทำมากมายจนลืมว่าสักวันตัวเองก็ต้องตาย
เรานึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ แต่มันคือภาพลวงตา

เราอยากจะเป็นคนสำคัญในชีวิตของคนอื่น อยากจะรู้สึกว่าเราเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนอื่นได้มากมาย

สิ่งที่พึงทำ คือ ทำในสิ่งที่ตนทำได้โดยไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีใครจำได้เมื่องานเสร็จ
การปล่อยให้คนอื่นมีอิสระที่จะโง่งมบ้าง เป็นก้าวสำคัญและยากที่สุดในการพัฒนาจิต เห็นด้วยหรือไม่ครับ!

(บทความจากคอลัมน์ศิลาในน้ำเชี่ยว หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม 2551 ได้รับจาก fw-mail)



=====

สุขสันต์ช่วงวันหยุดยาว และเตรียมพร้อมรับสิ่งดี ๆ ในปีหน้านี้ครับ.

pC


วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2551

สวดมนต์ ทำกรรมฐาน ตามแบบหลวงพ่อจรัญ

หนังสือธรรมะ แจกฟรี


download

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

จิตตานุภาพ



จิตตานุภาพ​ คืออานุภาพของจิต​ ​แบ่ง​เป็น​ ๓ ​ประ​เภท​ ​คือ​
• ​จิตตานุภาพบังคับตนเอง​
• ​จิตตานุภาพบังคับ​ผู้​อื่น​
• ​จิตตานุภาพบังคับเคราะห์กรรม​

จิตตานุภาพบังคับตนเอง​
“ ​ตนของตนย่อม​เป็น​ที่พึ่งแก่ตนเอง​ ” ​เหตุนี้​จึง​ต้อง​หัดบังคับตนเอง​ ​ผู้​อื่น​ถึง​จะ​เป็น​ศัตรูก็​ไม่​เท่า​ตน​เป็น​ศัตรูต่อตนของตนเอง​ ​ถ้า​ยัง​ไม่​สามารถ​บังคับตนของตนเอง​ให้​ดี​ได้​แล้ว​ ​ก็อย่าหวังเลยว่า​จะ​บังคับ​ผู้​อื่น​ให้​ดี​ได้​

จิตตานุภาพบังคับตนเองมี​ ๗ ​ประการ​
• บังคับ​ความ​หลับ​และ​ความ​ตื่น​
​การหัดนอน​ให้​หลับสนิท​เป็น​กำ​ลังสำ​คัญยิ่งนัก​ ​เหตุที่ทำ​ให้​นอน​ไม่​หลับมี​ ๒ ​ประการ​ ​คือ​
๑.๑ ​ร่างกาย​ไม่​สบายพอ​
​อาหารที่ย่อยยากก็​เป็น​เหตุ​ให้​ร่างกาย​ไม่​สบายพอ​ ​ควรนอนตะ​แคงข้างขวา​ ​ถ้า​นอนหงายก็ควร​ให้​เอียงขวานิดหน่อย​ ​ถ้า​ต้อง​การพลิกก็ควรพลิก​จาก​ขวานิดหน่อย​ ​แล้ว​กลับตะ​แคงขวาตามเดิม​ ​นอนย่อม​ให้​อวัยวะทุก​ส่วน​พักผ่อน​ ​อย่า​ให้​เกร็งตึง​และ​ไม่​ควรตะ​แคงซ้าย​
๑.๒ ​ความ​คิดฟุ้งซ่าน​
​เวลานอน​ถ้า​จิตฟุ้งซ่าน​ ​ควรคิด​ถึง​สิ่ง​ใด​สิ่งหนึ่ง​ ​แต่อย่างเดียว​ ​ครั้น​แล้ว​ก็​เลิกละ​ไม่​คิดสิ่ง​นั้น​ ​และ​ไม่​คิดอะ​ไร​อื่น​ต่อไปอีก​ ​กระทำ​ใจ​ให้​หมดจดเหมือนน้ำ​ที่​ใสสะอาด​
​ควรบังคับตัว​ให้​ตื่นตรงตามเวลาที่​ต้อง​การ​ ​ก่อนนอน​ต้อง​คิด​ให้​แน่​แน่ว​ ​สั่งตนเอง​ให้​ตื่นเวลา​เท่า​นั้น​ ​เมื่อ​ถึง​เวลาก็​จะ​ตื่น​ได้​เองตาม​ความ​ประสงค์​

• ทำ​ความ​คิด​ให้​ปลอดโปร่ง​ ​ว่องไว​ ​ใน​เวลาตื่นขึ้น​ ​อย่า​ให้​เซื่องซึม​ “ ​ต้อง​เอา​ความ​คิด​ใน​เวลาตื่น​เช้า​ ​ไปประสานติดต่อ​กับ​ความ​คิดที่​เราทิ้ง​ไว้​เมื่อวันวานก่อนที่​จะ​นอนหลับ​ ” ​ก่อนนอนควรจดบันทึกกิจการที่​เรา​จะ​ต้อง​ทำ​ใน​วันรุ่งขึ้น​นั้น​ไว้​ใน​กระดาษแผ่นหนึ่งเสมอ​ ​พอตื่นขึ้นมาก็หยิบดู​เพื่อปลุก​ความ​คิด​ให้​ตื่น​
• เปลี่ยน​ความ​คิด​ได้​ตาม​ต้อง​การ​ คือเมื่อ​ต้อง​การคิดอย่าง​ใด​ก็​ให้​คิด​ได้​อย่าง​นั้น​ ​ทิ้ง​ความ​คิด​อื่น​ ​ๆ​ ​หมด​ ​และ​เมื่อ​ไม่​ต้อง​การคิดอีกต่อไป​ ​จะ​คิดเรื่อง​อื่น​ก็​ให้​เปลี่ยน​ได้​ทันที​ ​และ​ทิ้งเรื่องเก่า​โดย​ไม่​เอา​เข้า​มาพัวพัน​ ​คือทำ​ใจ​ให้​เป็น​สมาธิ​อยู่​ที่กิจเฉพาะหน้า​ ​การเปลี่ยน​ความ​คิด​เป็น​เหตุ​ให้​ห้องสมองมี​เวลาพักชั่วคราว​ ​ทำ​ให้​สมองมีกำ​ลังแข็งแรงขึ้น​
• สงบใจ​ได้​แม้​เมื่อตก​อยู่​ใน​อันตราย​ ​หรือ​ประสบทุกข์​ อย่า​ให้​เสียใจหมดสติสะดุ้ง​ ​ดิ้นรนจนสิ้นปัญญา​แก้​ไข​ ​เกิด​ความ​ท้อถอย​ไม่​ทำ​อะ​ไรต่อไป​ ​ความ​สงบ​ไม่​ตื่นเต้น​เป็น​เหตุ​ให้​เกิดปัญญาประกอบกิจ​ให้​สำ​เร็จ​ได้​สมหวัง​ ​เรา​จะ​แก้​ไขเหตุร้ายที่​เกิดขึ้นแก่​เรา​ได้​นั้น​ก็มีทาง​จะ​ทำ​อยู่​ ๒ ​ขั้น​
๔.๑ ​ต้อง​สงบใจมิ​ให้​ตื่นเต้น​
๔.๒ ​ต้อง​มี​ความ​มานะพยายาม​
วิธีสงบใจที่ดีที่สุด​ ​หายใจยาว​และ​ลึก​

• เปลี่ยนนิสัย​ความ​เคยชินของตัว​จาก​ร้าย​เข้า​มาหาดี​ การขืนใจตัวเองชั่วขณะหนึ่งอาจ​เป็น​ผลดี​แก่ตัวเองตลอดชีวิต​ ​แต่การทำ​ตามใจตัวขณะ​เดียวก็อาจ​เป็น​ผล​ถึง​การทำ​ลายชีวิตของเรา​ได้​เหมือน​กัน​
• ตรวจตราตัวของตัว​เป็น​ครั้งคราว​โดย​สม่ำ​เสมอ​ ให้​ทราบว่ากำ​ลังใจมั่นคงขึ้น​หรือ​ไม่​ ​ฝ่ายกุศลเจริญขึ้น​หรือ​ไม่​ ​ฝ่ายอกุศลลดน้อยเบาบางหมดสิ้นไป​หรือ​ไม่​ ​ใจ​ยัง​สะดุ้งดิ้นรนหวั่นไหว​อยู่​หรือ​ไม่​
• ป้อง​กัน​รักษาตัว​ด้วย​จิตตานุภาพ​ การสะดุ้งตกใจ​หรือ​เสียใจ​ ​ความ​กลัว​ ​เป็น​เหตุ​ให้​เกิดโรค​และ​โรคกำ​เริบ​ ​และ​เป็น​เหตุ​ให้​คนดี​ ​ๆ​ ​ตาย​ได้​ ​คนไข้​ถ้า​ใจดีหาย​เร็ว​ ​ความ​ไม่​กลัวตายรอดอันตราย​ได้​มากกว่ากลัวตาย​ ​ความ​พยายาม​และ​อดทน​เป็น​เหตุ​ให้​สำ​เร็จสมประสงค์​

จิตตานุภาพบังคับ​ผู้​อื่น​
​จิตตานุภาพอย่างอ่อน​ ​สามารถ​ใช้​สายตา​ ​น้ำ​เสียง​และ​ด้วย​กระ​แสจิตประกอบคำ​พูด​ ​ซึ่ง​จะ​เป็น​เครื่องจูงใจคน​ให้​เชื่อฟัง​ ​ลักษณะ​ไม่​หวาดหวั่นครั่นคร้ามต่อใคร​ ​ๆ​ ​นั้น​ไม่​ใช่​ชีวิตหัวดื้อบึกบึน​ซึ่ง​ไม่​นับว่า​เป็น​จิตตานุภาพ​ ​ต้อง​เป็น​คนสุภาพสงบเสงี่ยม​ ​เคารพนบนอบต่อบุคคลที่ควรเคารพ​ ​แต่ทว่าหัวใจของคนชนิด​นั้น​ไม่​หวาดหวั่นเกรงกลัวใคร​ ​และ​สามารถ​แสดง​ให้​เห็นว่าตัว​เป็น​มนุษย์คนหนึ่ง​อยู่​ใน​โลก​ ​และ​เป็น​มนุษย์ที่รู้จักคิด​ ​รู้จักพูด​ ​รู้จักทำ​
​คนที่​สามารถ​เป็น​นายตนเอง​ ​ไม่​ตก​เป็น​ทาสของหัวใจคน​อื่น​ ​และ​สามารถ​ดึงดูดหัวใจคน​เข้า​มา​เชื่อฟังเกรงกลัว​นั้น​ ​ถ้า​สังเกต​ให้​ดี​แล้ว​จะ​เห็น​ได้​ว่ามีลักษณะ​ ๔ ​ประการ​
• ​สายตา​แข็ง​ ​มีอำ​นาจ​ใน​ตัว​
• ​เสียงชัดแจ่มใส​
• ​ท่าทางสงบเสงี่ยม​และ​เป็น​สง่า​
• ​รู้จักวิธีชักจูงหัวใจคน​ให้​หันมา​เข้า​ใน​คลอง​ความ​คิดของตัว​
​พยายามอ่านหนังสือหน้าหนึ่ง​โดย​ไม่​กะพริบตา​เลยทำ​ให้​สายตา​แข็ง​ได้​ ​อ่านหนังสืออย่างช้า​ ​ๆ​ ​ให้​ชัดถ้อยคำ​ทุก​ ​ๆ​ ​ตัว​และ​ให้​ได้​ระยะ​เสมอ​กัน​ทำ​ให้​เสียงชัดแจ่มใส​
​เวลาพูด​ ​พยายามพูด​ให้​เป็น​จังหวะอย่า​ให้​ช้าบ้าง​เร็ว​บ้าง​และ​ให้​ชัดถ้อยคำ​เสมอ​ ​ไม่​ให้​อ้อมแอ้ม​หรือ​กลืนคำ​เสียครึ่งหนึ่ง​ ​เป็น​การฝึกหัด​ให้​เสียงชัดเจนแจ่มใส​
บุคคลที่มีสง่า​ ​คือคนที่บังคับร่างกาย​ให้​อยู่​ใน​อำ​นาจหัวใจ​ได้​เสมอ​ ​มีท่าทางสงบเสงี่ยม​เป็น​สง่า​ไม่​แสดงอาการโกรธ​ ​เกลียด​ ​กลัว​ ​รัก​ ​ขมขื่น​ ​ตกใจ​ ​สะดุ้ง​ ​เศร้า​โศก​ ​ให้​ปรากฏ​ ​ไม่​ทำ​อิริยาบถเคลื่อนไหวอัน​ใด​โดย​ไม่​จำ​เป็น​ ​และ​โดย​บอก​ความ​กำ​กับ​ของใจ​ ​มีหน้าตา​แจ่มใส​ ​อิริยาบถสงบเสงี่ยม​เป็น​สง่า​อยู่​ทุกขณะ​ ​การเคลื่อนไหวทุกอย่างทำ​ด้วย​ความ​หนักแน่นมั่นคง​ ​อย่า​ให้​รวด​เร็ว​จน​เป็น​การหลุกหลิก​ ​หรือ​ผึ่งผายจน​เป็น​การเย่อหยิ่ง​ ​หรือ​อ่อนเปียกจน​เป็น​การเกียจคร้าน​ ใน​เวลายืน​ให้​น้ำ​หนักตัวถ่วง​อยู่​ทั่ว​ตัวเสมอ​ ​ไม่​ให้​ถ่วงแต่​ส่วน​ใด​ส่วน​หนึ่ง​
​รู้จัก​ใช้​วิธีชักจูงหัวใจคน​ให้​หัน​เข้า​มา​ใน​คลอง​ความ​คิดของเรา​
• ​หลีกเลี่ยง​ไม่​ให้​เกิดมีสิ่งที่​จะ​ชักจูง​ให้​เขา​ละทิ้งข้อแนะนำ​ของเรา​
• ​จูงใจ​เขา​ให้​หัน​เข้า​มา​ใน​ทางที่​เรา​ต้อง​การทุกที​

วิธีป้อง​กัน​ตัว​ไม่​ให้​จิตตานุภาพของ​ผู้​อื่น​บังคับเรา​ได้​
​ให้​ทำ​มโนคติ​ให้​เห็นประหนึ่งว่า​ ​กระ​แสดวงจิตของเรา​แผ่ซ่านป้อง​กัน​อยู่​รอบตัวเรา​ ​จิตตานุภาพของ​ผู้​อื่น​ไม่​สามารถ​จะ​เข้า​ถึง​ตัวเรา​ได้​ ​ให้​ทำ​เวลา​เข้า​นอนครั้งหนึ่ง​ ​และ​ขณะที่​อยู่​ใกล้​บุคคลที่​เราระ​แวงว่า​เขา​จะ​ใช้​จิตตานุภาพบังคับเรา​

จิตตานุภาพบังคับเคราะห์กรรม​
​เครื่องมือที่​จะ​ชักนำ​เอา​เคราะห์ดี​เข้า​มา​ ​คือ​ ​ความ​พยายามเข้มแข็ง​ไม่​ท้อถอยหนักแน่นระมัดระวัง​ ​เชื่อแน่​ใน​ความ​พากเพียรบากบั่นของตัว​ ​มัก​จะ​เป็น​คนเคราะห์ดี​อยู่​เสมอ​ ​และ​มีคุณสมบัติอย่าง​อื่น​อีกคือ​ ​ความ​มุ่งหมาย​และ​อย่า​ให้​นึก​ถึง​เคราะห์ร้าย​ ​ตั้ง​ความ​มุ่งหมาย​ถึง​ผลอัน​ใด​ใน​ชีวิต​ไว้​เท่า​นั้น​ ​เพื่อ​ให้​ก้าวหน้ามุ่งตรงไปจนบรรลุสมประสงค์​
​ความ​มุ่งหมายจำ​ต้อง​ให้​สูง​ไว้​เสมอ​ ​เพื่อ​จะ​ได้​มี​ความ​พยายามอย่างสูง​ด้วย​ ​แต่การก้าวไปสู่ที่มุ่งหมาย​นั้น​ ​ต้อง​ก้าวอย่างระมัดระวัง​ไม่​ก้าว​ให้​ผิด​ “ ​ควรมี​ความ​ปรารถนา​ให้​สูง​อยู่​เสมอ​ ​แต่​จะ​ต้อง​ระมัดระวังมิ​ให้​เดินพลาด​ ”
การ​ไม่​ยอมแพ้​เคราะห์ร้าย​ ​เป็น​เหตุ​ให้​เคราะห์ร้ายพ่ายแพ้​เองเมื่อประสบเคราะห์​
• ​จะ​ต้อง​ไม่​ให้​ใจเสีย​ ​เชื่อมั่น​ใน​ความ​รู้​ความ​สามารถ​ของตัว​ ​รวบรวมกำ​ลัง​ให้​พรั่งพร้อม​
• ​ตั้ง​ความ​มุ่งหมาย​ให้​ดี​และ​ตกลงแน่ว่า​จะ​มุ่งไปทางไหน​
• ​ใช้​ความ​ระมัดระวัง​ให้​มากขึ้น​ ​กุมสติ​ให้​มั่น​ ​อย่างไรก็ดี​จะ​ปล่อย​ให้​เป็น​ไปตามยถากรรม​ ​ทำ​การต่อสู้ดังกล่าว​แล้ว​นั้น​ไม่​ได้​เป็น​อันขาด​


การต่อสู้​กับ​เคราะห์​
• ​จะ​ต้อง​สงบใจ​ ​ไม่​ตื่นเต้น​ ​ไว้​ใจตัว​และ​เชื่อแน่ว่า​ ​เรามีจิตตานุภาพ​เป็น​เครื่องมือรวมกำ​ลังสติปัญญาของเรา​ให้​พรั่งพร้อม​ ​เช่นเดียว​กับ​นายเรือที่​ไม่​รู้จักเสียใจ​ ​รวบรวมกำ​ลังเรือ​และ​กำ​ลังคน​ให้​บริบูรณ์​
• ​ต้อง​ยึดที่หมาย​ให้​แน่น​ ​กล่าวคือระลึก​ถึง​ผลที่​เรา​ต้อง​การบรรลุ​นั้น​ให้​แน่วแน่ยิ่งขึ้น​ ​เปรียบเสมือนนายเรือที่ตั้งเข็มทิศ​ให้​ตรง​ ​และ​ให้​รู้​แน่ว่า​จะ​ต้อง​การ​ให้​เรือบ่ายเบี่ยงไปทางไหน​
• ​ใช้​ความ​ระมัดระวัง​ให้​มากยิ่งกว่า​เมื่อก่อน​จะ​เกิดเหตุร้ายอีกหลาย​เท่า​ ​และ​ความ​วินิจฉัยที่ถูก​ต้อง​ ​ทำ​ทางปฏิบัติของเรา​เหมือนอย่างหางเสือเรือ​ ​ที่​จะ​ช่วย​ให้​เรือบ่ายเบี่ยงไปทางทิศที่​ต้อง​การ​จะ​ไป​
• ​ไม่​สามารถ​จะ​ก้าวไปข้างหน้า​ได้​ก็อย่าถอยหลัง​ ​ให้​หยุด​อยู่​กับ​ที่​
• ​ให้​รู้สึกว่า​เคราะห์​นั้น​ทำ​ให้​เราดีขึ้น​ ​เป็น​ครูของเรา​ ​เป็น​ผู้​เตือนเรา​ ​เป็น​ผู้​ลวงใจเรา​ ​อย่า​เห็นว่า​เคราะห์กรรม​เป็น​ของเลว​ ​ไม่​น่าปรารถนา​ ​ควรคิดว่า​เป็น​ของดีที่ทำ​ให้​เรา​เข้มแข็งมั่นคงขึ้น​ ​ให้​รู้สึกเสมอว่า​เรา​เกิดมา​เรียน​ทั้ง​เคราะห์ร้าย​และ​เคราะห์ดี​ ​เคราะห์​เป็น​บทเรียนของเรา​ ​ที่​จะ​ทำ​ให้​เรา​แจ้งโลก​แล้ว​จะ​ได้​พ้นโลก​ ​ดังนี้​ ​จะ​ไม่​รู้จักเคราะห์ร้ายเลย​ใน​ชีวิต​


ที่มา
http://www.kanlayanatam.com/sara/sara61.htm

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2551

สะกดจิต เพื่อพัฒนาการเรียน

เคยได้เขียนเรื่องเกี่ียวกับการสะกดจิตไว้นะครับ

ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านกรุณา คลิก อ่านที่นี่ก่อน

สะกดจิตติดตลก 1

สะกดจิตติดตลก 2


ผู้เขียนได้ทดลองด้วยตนเอง แล้วคิดว่าได้ผลดีมาก


วันนี้เลยมีของฝาก อยากจะเผยแพร่เพื่อการพัฒนาการเรียนของนักเรียนนักศึกษา

เป็นเสียงสะกดจิตเพื่อพัฒนาการเรียนแบบสั้น ๆ ( 6MB)

Download คลิกที่นี่<--(หลังจากวางไฟล์ให้ download หนึ่งสัปดาห์แล้ว จะเอาออกเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ท่านใดต้องการไฟล์ติดต่อขอทาง e-mail นะครับ จะจัดส่งให้) เริ่มง่าย ๆ ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือทบทวน เปิดหนังสือ เตรียมจะอ่าน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม นั่งสบาย ๆ ค่อย ๆ หลับตา แล้วฟัง ใช้เวลาแค่ 7 นาที แต่คิดว่า ประสิทธิภาพในการเรียนรู้จะดีขึ้น คุ้มค่าเวลา 7 นาทีที่เสียไป สำหรับไฟล์ ที่นำมาเผยแพร่วันนี้เป็นแบบสั้น แบบเต็ม ๆ นั้น ยาวประมาณครึ่งชั่วโมง และมีรายละเอียดเยอะกว่ามาก ก็ขอแจกไว้เป็นตัวอย่าง และแนะนำการสะกดจิตเพื่อพัฒนาศักยภาพตัวเอง (คิดว่า คงไม่ละเมิตลิขสิทธิ์ของ เจ้าของ CD จนเกินไปนะครับ)


สำหรับผู้ที่ฟังแล้วสนใจอยากได้แบบเต็ม หรือ CD สะกดจิตแบบอื่น หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่ม
ทิ้งข้อความบอกไว้นะครับ