แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งแวดล้อม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิ่งแวดล้อม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รู้สู้ flood : รู้จักน้ำท่วมให้มากขึ้น (Ep 1)

เตรียมตัวรับน้ำท่วมอย่างมีสติและรู้เท่าทัน

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

น้ำร้อน หรือ น้ำเย็น ที่จะกลายเป็นน้ำแข็งก่อน

เอาแก้วมาสองใบ ใบหนึ่งใส่น้ำร้อน ใบหนึ่งใส่น้ำเย็น แล้วเอามันทั้งคู่ใส่ช่องแช่แข็ง (ช่องฟรีส) น้ำในแก้วไหนจะกลายเป็นน้ำแข็งก่อน ?




ในปี 1963 เด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาคนหนึ่ง ชาวแทนซาเนีย (Tanzania) นามอีราสโต้ บี เปมบ้า (Erasto B. Mpemba) กำลังง่วนอยู่กับวิชาทำอาหาร ระหว่างที่กำลังทำไอศกรีมให้แข็งตัวอยู่นั้น เขาก็สังเกตพบว่า ส่วนผสมที่ทำไอศกรีมที่กำลังร้อนอยู่นั้นเมื่อเอาไปเข้าช่องแช่แข็งมันกลาย เป็นไอศกรีมเร็วกว่าส่วนผสมไอศกรีมที่เย็นแล้ว



แม้จะเป็นการสังเกตเล็ก ๆ และดูขัดกับความรู้สึก แต่เด็กชายอีราสโต้ ก็กล้าที่จะถามครู ว่า


"ทำไมน้ำร้อนกลายเป็นน้ำแข็งเร็วกว่าน้ำเย็น เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?"


ด้วยว่ามันเป็นเหตุการณ์ขัดกับสามัญสำนึก คุณครูจึงตอบคำถามของอีราสโต้เชิงเย้ยหยันว่า



"สิ่งที่เธอพบนั้นมันไม่ใช่ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่แท้จริงหรอก มันเป็นแค่เหตุการณ์บังเอิญของเธอเท่านั้น"



โชคยังดี ที่อีราสโต้ ไม่ลดละความพยายามที่จะหาความจริง


เขาเข้าไปพบ ศาสตราจารย์ทาง ฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย และเริ่มทำการทดลองวิทยาศาสตร์ขึ้น



แก้วสองใบ บรรจุน้ำในปริมาตรเท่ากัน ใบหนึ่งมีน้ำเย็นอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส อีกใบหนึ่งมีน้ำร้อนอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เอาแก้วทั้งสองเข้าไปในช่องแช่แข็ง



และผลการทดลองก็ยืนยันตามที่อีราสโต้ค้นพบ


น้ำที่ก่อนเคยอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เริ่มเป็นน้ำแข็งก่อน !!!!



ในปี 1969 อีราสโต้ ได้เผยแพร่ผลการทดลองนี้ และปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ขัดความรู้สึกนี้ ก็ถูกเรียกขานตามชื่อของเขา


" Mpemba Effect "





เรื่องนี้ ทำให้ผมรู้ว่า



  • อย่าเย้ยหยัน ความคิดของเด็ก ๆ

  • ความช่างสังเกต ทำให้เราค้นพบสิ่งต่าง ๆ

  • จงกล้าที่จะถามว่า ทำไม กับเรื่องพื้นฐาน เพราะมันทำให้เราค้นหา ความจริงแท้ของมัน

  • เมื่อมีปัญหาค้างใจ จงวิ่งหาคำตอบให้ถึงที่สุด

  • ที่ แทนซาเนีย เขาสอนเด็กทำไอติม ด้วย



ประเทศแทนซาเนีย (จาก wikipedia)


แล้วคุณหล่ะ คิดว่าอย่างไร ?



* ข้อมูลเรื่อง Mpemba Effect และประเทศแทนซาเนีย จาก wikipedia.org
* ภาพถ่ายสองรูปแรก ถ่ายเล่นเอง นานแล้ว เพิ่งจะหาวิธีใช้มันได้

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เครื่องลดมลพิษ พลังจิต


พระอาจารย์รัตน์​ ​รัตนญา​โณ


พระ​ไทยประสบ​ความ​สำ​เร็จผลิดเครื่องลดมลภาวะ​โลกร้อน​ ​ได้​สำ​เร็จ​ ​นำ​ไปทดลอง​ใช้​ใน​ประ​เทศฟิลิปปินส์​ได้​ผล​เป็น​ที่น่าพอใจ​ ​มีตัวแทน​จาก​องค์การบริหารการบิน​และ​อวกาศแห่งชาติ​หรือ​นาซ่า​ ​และ​ดร​.​อาจอง​ ​ชุมสาย​ ​ณ​ ​อยุธยา​ ​วิศวกร​ผู้​ออกแบบระบบลงจอดของยาน​ ​อวกาศไวกิ้งเพื่อลงจอดบนดาวอังคาร​ ​จะ​เข้า​พบเพื่อศึกษา​เครื่องดังกล่าว​ด้วย





​เมื่อเวลา​ 10.00 ​น​.​วันที่​ 1 ​สิงหาคม​ 2551 ​ที่สำ​นักสงฆ์บูรณรักษ์ธรรม​ ​อำ​เภอแม่ริม​ ​จังหวัดเชียง​ใหม่​ ​พระอาจารย์รัตน์​ ​รัตนญา​โณ​ ​เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง​ ​อำ​เภอแม่สะ​เรียง​ ​จังหวัดแม่ฮ่องสอน​ ​ได้​เปิดแถลงข่าว​กับ​สื่อมวลชนว่า​ ​ได้​ประสบ​ความ​สำ​เร็จ​ใน​การคิด​ค้น​และ​ประดิษฐ์​เครื่องลดมลภาวะทางอากาศ​ได้​สำ​เร็จ​ ​ซึ่ง​เครื่องดังกล่าวประกอบ​ด้วย​พีรามิดรูปทรงสามเหลี่ยม​ ​มุม​ 60 ​องศา​ ​จำ​นวน​ 7 ​ก้อน​ ​โดย​นำ​พิรามิดมาจัดเรียงแนวตั้ง​แล้ว​พันรอบ​ด้วย​สายยาง​ ​ก่อนบรรจุน้ำ​เข้า​ไป​ ​ภาย​ใน​ติดตั้งปั๊มน้ำ​ภาย​ใน​ ​เมื่อปั๊มน้ำ​ทำ​งาน​ ​แรงดัน​จาก​ปั๊มน้ำ​จะ​ทำ​ให้​น้ำ​หมุนวนรอบพีรามิด​เป็น​จนเกิด​เป็น​เกลียว​ ​วน​จาก​ขวา​ไปซ้ายตามศูนย์​แรงดึงดูดของกา​แลกซี่ทางช้างเผือก​ ​แรงดึงดูดที่​เกิดขึ้น​จะ​ถูกผลักขึ้น​ ​มาด้านบนของเครื่อง​และ​จะ​ทำ​ให้​น้ำ​บริ​เวณรอบ​จะ​วิ่งมา​แทนที่​ ​และ​ทำ​ให้​อากาศไหลตัวจนเกิดลม​ ​ขึ้น​ ​และ​ขณะที่​เครื่องทำ​งาน​จะ​มีการดึง​ความ​ชื้น​และ​ดึงดูดฝน​ให้​ตกลงมารอบรัศมีของ​ ​เครื่อง​ใน​ระยะ​ 5 ​กิ​โลเมตร​ ​นอก​จาก​นี้​ยัง​จะ​ดึงมลพิษทางอากาศ​เข้า​มาทำ​ลายจนทำ​ให้​อากาศสะอาด​

​สำ​หรับพีรามิด​ซึ่ง​เป็น​องค์ประกอบสำ​คัญของเครื่องทำ​จาก​แร่ชนิดหนึ่ง​ซึ่ง​ถูก​ ​ค้น​พบ​ใน​ถ้ำ​แห่งหนึ่ง​ใน​ ​อำ​เภอแม่สะ​เรียง​ ​จังหวัดแม่ฮ่องสอน​ ​ซึ่ง​เแร่ดังกล่าว​ยัง​ไม่​มีการต้งชื่อ​ใน​ทางวิทยาศาสตร์​ ​โดย​แร่ดังกล่าว​จะ​ถูกนำ​มาผสม​กับ​ซี​เมนท์​และ​ทำ​เป็น​รูปพีรมิดก่อนนำ​ไปจัดเรียง​ ​ไว้​ใน​เครื่อง​

​พระอาจารย์รัตน์​ ​กล่าวว่า​ ​เครื่องลดมลภาวะที่ทำ​ขึ้น​ ​เป็น​การผสมผสาน​กัน​ระหว่าง​ ​หลักการทางวิทยาศาสตร์​และ​พลังจิต​จาก​สมาธิ​ ​ซึ่ง​ใน​การทำ​งาน​จะ​ใช้​พลังงาน​จาก​วัตถุ​ 80 ​เปอร์​เซ็นต์​ ​ส่วน​ที่​เหลืออีก​ 20 ​เปอร์​เซ็นต์​เป็น​พลังจิต​ ​หากใครผลิตเลียนแบบก็​ไม่​สามารถ​ใช้​ได้​เนื่อง​ ​จาก​ไม่​มี​ส่วน​ผสมของพลังจิต​ ​โดย​เครื่องลดมลภาวะ​ได้​ใช้​เวลาศึกษา​และ​ทดลองมานานกว่า​ 3 ​ปี​ ​จึง​ประสบ​ความ​สำ​เร็จ​ ​โดย​ใน​ช่วงที่จังหวัดเชียง​ใหม่​ประสบปัญหาสมลพิษทาวงอากาศจน​ต้อง​ประกาศภาวะฉุก​ ​เฉิน​ใน​ปี​ 2548 ​ได้​นำ​เครื่องลดมลภาวะ​ไปติดตั้งบริ​เวณแจ่งศรีภูมิ​ ​อำ​เภอเมืองเชียง​ใหม่​ ​และ​ปรากฏว่าทำ​ให้​อากาศบริ​เวณดังกล่าวมีค่ามลพิษน้อยกว่าจุด​อื่น​อย่างเห็น​ได้​ ​ชัด​ ​อย่างไรก็ดี​เครื่องที่คิด​ค้น​ขึ้นมา​ ​ไม่​คิด​จะ​ทำ​ขายเชิงพาณิชย์​ ​แต่​ต้อง​การ​ช่วย​เหลือ​ผู้​ที่​ได้​รับ​ความ​เดือดร้อนอย่างแท้จริง​ ​โดย​ขณะนี้​ได้​ผลิตเครื่อง​ได้​ทั้ง​หมด​ 9 ​เครื่อง​ ​หาก​ใน​พื้นที่​ใด​ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง​สามารถ​มายืมเครื่องไป​ใช้​ฟรี​




​พระอาจารย์รัตน์​ ​กล่าว​ด้วย​ว่า​ ​ต้นปีที่ผ่านมา​ ​ได้​มีบริษัทเอกชน​จาก​ประ​เทศฟิลิปินส์​ได้​ยืมเครื่องไป​ใช้​ ​ปรากฏว่า​สามารถ​ลดมลพิษ​ได้​กว่าร้อยละ​ 80 ​และ​บริษัทดัง​ ​กล่าว​ได้​พยายามขอจดสิทธิบัตรแต่​เรา​ไม่​ยอม​เพราะ​ผิดสัตถุประสงค์​ ​อย่างไรก็ตามขณะนี้​เครื่องลดมลภาวะ​ได้​รับ​ความ​สนใจ​จาก​นักวิทยาศาตร์​เป็น​อย่าง​ ​มาก​ ​โดย​ก่อนหน้านี้​ได้​มี​เจ้าหน้าที่​จาก​องค์การสหประชาชาติ​เดินทางมาทดลอง​และ​ ​ศึกษา​ถึง​ 2 ​ครั้ง​ ​ซึ่ง​ใน​วันที่​ 6 ​สิงหาคมนี้​ ​จะ​มีทีมแพทย์​ ​จาก​ประ​เทศเยอรมัน​เข้า​มาศึกษา​ ​จาก​นั้น​ใน​วันที่​ 9 ​สิงหาคม​ ​จะ​มีตัวแทน​จาก​องค์การบริหารการบิน​และ​อวกาศแห่งชาติ​หรือ​นาซ่า​ ​เข้า​พบนอก​จาก​นี้​ใน​วันที่​ 20 ​สิงหาคมดร​.​อาจอง​ ​ชุมสาย​ ​ณ​ ​อยุธยา​ ​วิศวกร​ผู้​ออกแบบระบบลงจอดของยาน​ ​อวกาศไวกิ้งเพื่อลงจอดบนดาวอังคาร​ ​จะ​เข้า​พบเพื่อศึกษา​เครื่องดังกล่าว​ด้วย​เช่น​กัน

จาก พลังจิต.com

วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2551

'​ยานสำ​รวจ​ใต้​น้ำ​' ​ไทยก็ทำ​เอง​ได้

2 เมษายน พศ 2551

กองทัพเรือเปิดพิมพ์​เขียว​ '​ยาน​ใต้​น้ำ​' ​ลำ​แรกของไทย​ ​หนุนงานวิจัย​ใต้​ทะ​เล​ ​ใช้​ปฏิบัติงานซ่อมบำ​รุงท่อแทนนักประดาน้ำ​ได้​ ​และ​ท่องเที่ยว​ใต้​ทะ​เล​ ​เตรียมพร้อมขึ้นโครงต่อเรือ​ ​คาดปลายปี​เห็นของจริง​

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์​ : ​พล​.​ร​.​ต​.​รศ​. ​พงศ์สรร​ ​ถวิลประวัติ​ ​นายทหารโครงการสำ​นักงานวิจัย​และ​พัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ​ (สวพ​.​ทร​.) ​กระทรวงกลา​โหม​ ​เปิดเผย​ถึง​ความ​คืบหน้า​ใน​การสร้างยาน​ใต้​น้ำ​ลำ​แรก​ ​โดย​ฝีมือคนไทยว่า​

​ขณะนี้ทีมงาน​ได้​ออกแบบยาน​ใต้​น้ำ​เสร็จสิ้น​แล้ว​ ​พร้อมส่งต่อพิมพ์​เขียว​ให้​กับ​ ​บริษัท​ ​อู่กรุงเทพฯ​ ​จำ​กัด​ ​นำ​ไปสร้างต้นแบบเพื่อทดสอบการ​ใช้​งานจริง​ ​โดย​อยู่​ระหว่างขั้นตอนการวางกระดูกงู​ ​และ​ขึ้นโครงเรือ​

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

​โครงการสร้างยาน​ใต้​น้ำ​เกิดขึ้นภาย​ใต้​แนวคิดนำ​ยาน​ใต้​น้ำ​มา​ใช้​ประ​โยชน์​ใน​กิจการพลเรือน​ ​เช่น​ ​การสำ​รวจแหล่งทรัพยากร​ใต้​น้ำ​ ​การสำ​รวจวิจัยพื้นผิวท้องทะ​เล​ ​การท่องเที่ยว​ ​ภารกิจซ่อมแซมโครงสร้าง​ใต้​ทะ​เล​ ​เช่น​ ​ฐานแท่นขุดเจาะ​ ​ท่อ​ใต้​ทะ​เล​ ​และ​สายเคเบิล​ใต้​น้ำ​ ​เป็น​ต้น​

​โดย​พัฒนา​เทคโนโลยี​เป็น​ของตัวเอง​ ​จาก​การสนับสนุนของสำ​นักวิทยาศาสตร์​และ​เทคโนโลยีกลา​โหม​ (สวท​.​กห​.) ​และ​สำ​นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์​และ​เทคโนโลยี​แห่งชาติ​ (สวทช​.) ​ภาย​ใต้​งบประมาณโครงการ​ 30 ​ล้านบาท​

"กองทัพเรือมีศักยภาพ​ใน​การพัฒนา​เรือผิวน้ำ​ได้​เอง​ ​ดัง​นั้น​ ​การพัฒนายาน​ใต้​น้ำ​มี​ความ​เป็น​ไป​ได้​ ​ใน​ส่วน​ที่​เสี่ยงต่ออันตราย​และ​เรา​ไม่​สามารถ​พัฒนา​ได้​เอง​ ​จะ​รับถ่ายทอดเทคโนโลยี​จาก​บริษัทสร้างยาน​ใต้​น้ำ​ ​ประ​เทศอังกฤษ​ " ​นายทหารโครงการ​ ​กล่าว​

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

​ระบบหลักของยาน​ใต้​น้ำ​ขนาด​เล็ก​แบ่งออก​เป็น​ 6 ​ระบบ​ ​คือ​ ​ระบบตัวเรือรับแรงกด​ ​ระบบออกซิ​เจนสำ​หรับการหายใจ​ ​และ​ระบบฟอกอากาศ​ ​ตรวจจับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ขณะ​อยู่​ใต้​น้ำ​ ​ระบบการขึ้นลงของยาน​ด้วย​ถังบัลลาสต์ควบคุม​ด้วย​แรงดันลม​ ​และ​ ​โซลิด​ ​บัลลาสต์ที่​ใช้​ตะกั่ว​ช่วย​ถ่วงน้ำ​หนัก​

“​ยาน​ใต้​น้ำ​ ​คล้าย​กับ​เรือดำ​น้ำ​ย่อ​ส่วน​ ​แต่​ใช้​เทคโนโลยี​ไม่​สูงมาก​ ​ส่วน​เรือดำ​น้ำ​มีระบบควบคุม​ ​วิทยุสื่อสาร​ ​ระบบตรวจจับคลื่นเสียง​” ​นายทหารโครงการ​ ​กล่าว​

​คณะวิจัย​ได้​กำ​หนดขนาดมิติ​ ​ตลอดจนขีด​ความ​สามารถ​ของยาน​ใต้​น้ำ​ที่​จะ​ดำ​เนินการสร้าง​ให้​ลำ​เรือมีขนาด​ความ​ยาว​ 11 ​เมตร​ ​ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรอบยาน​ 1.8 ​เมตร​ ​ระวางน้ำ​หรือ​น้ำ​หนักประมาณ​ 27 ​ตัน​ ​ความ​เร็ว​ใต้​น้ำ​ประมาณ​ 5 ​นอต​ ​ขีด​ความ​สามารถ​ปฏิบัติการน้ำ​ลึก​ไม่​เกิน​ 50 ​เมตร​ ​บรรทุกลูกเรือ​ 3 ​คน​ ​ระยะ​เวลาปฏิบัติการ​ใต้​น้ำ​ 3 - 5 ​ชั่วโมง​

“​แม้กองทัพเรือ​ได้​ปลดระวางเรือดำ​น้ำ​ไปเมื่อประมาณ​ 70 ​ปีที่​แล้ว​ ​แต่การพัฒนาต้นแบบยาน​ใต้​น้ำ​จะ​เป็น​องค์​ความ​รู้​ใน​การสร้างยาน​ใต้​น้ำ​จะ​ช่วย​ให้​ไทย​สามารถ​พัฒนายาน​ใต้​น้ำ​ขึ้น​ใช้​เอง​ได้​ใน​ประ​เทศ​ ​โดย​มีราคาถูกลงเมื่อเปรียบเทียบ​กับ​นำ​เข้า​ ​แม้อุปกรณ์บาง​ส่วน​จะ​ต้อง​นำ​เข้า​จาก​ต่างประ​เทศ​ ​เช่น​ ​ระบบวิทยุสื่อสาร​ใต้​ทะ​เล​ ​ระบบควบคุมใบจักร​” ​นายทหารโครงการ​ ​กล่าว​

​ปัจจุบันยาน​ใต้​น้ำ​อยู่​ระหว่างการสร้าง​ ​และ​คาดว่า​จะ​แล้ว​เสร็จ​ใน​ช่วงสิ้นปี​ 2551 ​จาก​นี้​จะ​ต้อง​นำ​ไปทดสอบประสิทธิภาพการ​ใช้​งาน​ ​และ​ระบบควบคุมอีกประมาณ​ 4-5 ​เดือน​ ​ต้นแบบของยาน​ใต้​น้ำ​เมื่อเสร็จสิ้น​แล้ว​จะ​ส่งต่อ​ให้​กับ​หน่วยงาน​ให้​ทุนเพื่อนำ​ไปพิจารณาการ​ใช้​ประ​โยชน์ต่อไป

จุฑารัตน์​ ​ทิพย์นำ​ภา


กรุงเทพธุรกิจ

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ลุงเหลือ​ยอดนักประดิษฐ์

ถ้า​พูด​ถึง​งานอดิ​เรก​ใน​ช่วงบั้นปลายชีวิตของคนชรา​ทั่ว​ไป​ส่วน​ใหญ่​ ​คง​จะ​หนี​ไม่​พ้นการปลูกต้นไม้​ ​นั่งเล่นหมากรุก​ ​อยู่​กับ​บ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน​ ​หรือ​เข้า​วัดฟังเทศน์ฟังธรรม​ ​หากแต่มีชายชราคนหนึ่งที่วันๆ​ ​หนึ่ง​ ​เกือบตลอด​ 24 ​ชั่วโมง​ ​ใช้​เวลาหมดไป​กับ​การนั่งคิดสร้างสรรค์​ ​ประดิษฐ์คิด​ค้น​สิ่งต่างๆ​ ​ตามหัวคิดแบบชาวบ้านๆ

นักประดิษฐ์ชาวบ้าน​ ​นักวิทยาศาสตร์​ ​ป​.4 ​หรือ​ใคร​จะ​ให้​นิยามอะ​ไรก็ตาม​ ​แต่คน​ใน​แถบ​ ​อ​.​แม่​แตง​ ​จ​.​เชียง​ใหม่​ ​จะ​คุ้นตา​กัน​ดี​กับ​ชายชราร่างสูง​ใหญ่​วัยเกือบ​ 80 ​ปี​ ​ที่ผมเผ้ามี​แต่​จะ​ลดน้อยถอยลง​ ​ฟันฟางก็หักหมดปาก​ ​วันๆ​ ​ง่วน​อยู่​กับ​กองเศษวัสดุ​เหลือ​ใช้​มากมายที่คนนำ​ไปทิ้งขว้าง​ ​เศษขยะต่างๆ​ ​เหล่านี้​ ​ชายชราคนเดียว​กัน​กลับมองว่าของทุกอย่างล้วน​ ​มีประ​โยชน์ทุกชิ้น​ไม่​ควร​จะ​ทิ้งอย่างไร้ค่า​ ​ฉะ​นั้น​ ​บ้านไม้สองชั้น​ทั้ง​หลัง​จึง​เต็มไป​ด้วย​เศษวัสดุสิ่งของมากมายหลากหลายชนิดที่​แออัดยัดเยียด​อยู่​ใน​ทุกพื้นที่ของบริ​เวณบ้าน

ชายชราที่กำ​ลังเอ่ย​ถึง​คนนี้​ ​มีชื่อว่า​ "ลุงเหลือ​ ​เปรมปราคิน" ​อดีตลูกจ้างประจำ​ของกรมชลประทาน​ ​ที่​เริ่มต้นทำ​งานตั้งแต่อายุ​ 22 ​ปี​ ​จนกระทั่ง​ถึง​วัย​ ​ปลดเกษียณ

"ตอนเด็กๆ​ ​ผมชอบแกะนู่นแกะนี่​ ​ชอบสงสัยว่า​เครื่องยนต์กลไกมัน​เป็น​อย่างไร​ ​และ​ผมก็​เรียนรู้ทุกอย่าง​ด้วย​ตัวเองตลอด​ ​ตั้งแต่​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้าทุกชนิด​ ​คอมพิวเตอร์​ ​เครื่องยนต์กลไก​ ​การออกแบบโครง​ ​สร้างต่างๆ​ ​รี​โมตคอนโทรล​ ​เครื่องไฮดรอลิกส์​ ​ช่างเชื่อม​ ​ช่างไฟฟ้า​ ​ช่างก่อสร้าง​ ​และ​อื่นๆ​ ​อีกทุกชนิด​ ​ทุกวันนี้ผมก็​ยัง​ศึกษา​ค้น​คว้า​ใน​เรื่องที่ผม​ยัง​ไม่​รู้อีกมากมาย​ ​ผมว่าการเรียนรู้​ไม่​มีที่สิ้นสุด​ ​ตราบ​ใด​ที่​เรา​ยัง​มีลมหายใจ​อยู่​"



สิ่งประดิษฐ์มากมายหลายชนิด​ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ ​หมวก​กัน​น็อคที่​สามารถ​ฟังเพลง​ได้​ ​เครื่องตัดหญ้า​แบบ​ใช้​รี​โมตคอนโทรล​ ​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์​ ​เครื่องบินบังคับวิทยุ​ ​แม้กระทั่งเครื่องบิน​เล็ก​ที่​ใช้​ขับ​ได้​จริง​ ​สิ่งประดิษฐ์​เหล่านี้ล้วนเกิด​จาก​เศษวัสดุ​เหลือ​ใช้​ทั้ง​นั้น

แต่​ใน​จำ​นวนสิ่งประดิษฐ์มากมายหลากหลายที่ผ่านมันสมอง​ ​ผ่านหัวคิดสร้างสรรค์​ ​จินตนาการของนักประดิษฐ์ชาวบ้านๆ​ ​แบบลุงเหลือ​ ​ก็คง​ไม่​มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนน่าทึ่ง​เท่า​กับ​สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้​ ​นั่นก็คือ​ "จานดาวเทียมกระทะ​เหล็ก" ​ของลุงเหลือนั่นเอง

"ช่วงที่มีจานดาวเทียม​เข้า​มา​เมืองไทย​ใหม่ๆ​ ​ที่สร้างขึ้นมาที่สถานีจานดาวเทียมที่ศรีราชา​ ​กว้าง​ 29 ​เมตร​ ​หนัก​ 200 ​กว่าตัน​ ​ลงทุนไป​ทั้ง​หมด​ 141 ​ล้านบาท​ ​ผมก็สนใจ​ ​และ​พยายามศึกษา​ค้น​คว้ามาตลอด​ ​โดย​หา​ความ​รู้​จาก​หนังสือ​ทั่ว​ไป​ทั้ง​อเมริกา​และ​อังกฤษ​ ​ผมอ่านภาษาอังกฤษ​ไม่​ออกหรอก​ ​แต่​เราก็​ใช้​ตัว​ช่วย​ให้​คอมพิวเตอร์ทำ​การแปล​ให้​ ​ผมก็ศึกษา​ค้น​คว้ามา​เรื่อยๆ​ ​จนจานดาวเทียม​เป็น​ที่​แพร่หลายมากขึ้น​ ​ราคาก็​เริ่มลดลงประมาณ​ 38,000 ​บาท​ ​แต่​เงินเดือนของผม​ไม่​กี่บาท​ ​ผม​จึง​รวบรวมเงินเก็บ​เท่า​ที่มี​ไปขอซื้อจานดาวเทียม​ ​แต่ขอซื้อเฉพาะจานอย่างเดียว​เขา​ไม่​ให้​ ​ผมก็​เลยคิด​ค้น​ทำ​เองเลย​ ​โดย​ทดลองเอาสิ่งของ​ใกล้​ตัว​ ​เช่น​ ​เหล็กอะลูมิ​เนียมตู้​กับ​ข้าว​ ​กระทะที่​เรา​ใช้​ทำ​กับ​ข้าว​ ​โดย​คิดว่าอะ​ไรที่มันสะท้อนคลื่น​ได้​นั้น​ก็​สามารถ​ทำ​ได้​หมด"



จานดาวเทียมกระทะ​เหล็กของลุงเหลือ​ ​จึง​ถูกนำ​ไปติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ​ ​ทั้ง​ใกล้​และ​ไกล​ ​เพื่อ​ให้​นักเรียน​ได้​เรียนรู้ระบบการศึกษาทาง​ไกล​ผ่านดาวเทียม​ ​จาก​จานกระทะ​เหล็กของลุงเหลือ​ ​ด้วย​ความ​คิดที่ว่า​ ​ความ​รู้​ไม่​ควรถูกปิดกั้น​ ​แต่ควร​จะ​กระจายไปทุกที่ทุกตำ​บล

เพราะ​เป็น​คนที่​เรียนรู้ทุกอย่าง​อยู่​ตลอดเวลา​ ​ใน​บั้นปลายชีวิตของลุงเหลือ​จึง​คิดว่าทำ​อย่างไร​จึง​จะ​ให้​ได้​งานมากที่สุด​เท่า​ที่​จะ​มาก​ได้​ ​และ​เวลาที่​เหลือ​อยู่​ก็มี​แต่ถดถอยลงไปทุกขณะ​ ​ลุงเหลือ​จึง​ใช้​เวลาอย่างคุ้มค่า​ ​และ​เป็น​ประ​โยชน์มากที่สุด

วันเวลา​ใน​ช่วงกลางวัน​ใน​แต่ละวัน​ ​ถ้า​ไม่​หมดไป​กับ​การประดิษฐ์คิด​ค้น​สิ่งต่างๆ​ ​ก็​จะ​มีคนที่สนใจเรื่องจานดาวเทียม​ทั้ง​ใกล้​และ​ไกล​เดินทางมาขอคำ​แนะนำ​บ้าง​ ​หรือ​บางวันลุงเหลือก็​จะ​เดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ​ ​ที่​เชิญมา​ ​ให้​ไปสอน​ให้​กับ​ครู​ ​อาจารย์​ ​นักเรียน​ ​ไม่​เว้นแม้​แต่สอนนักการภารโรงเกี่ยว​กับ​การบำ​รุงรักษา​ ​ส่วน​ใน​ช่วงกลางคืนลุงเหลือก็​ไม่​ได้​ทิ้งเวลา​ให้​เปล่าประ​โยชน์​ ​ศึกษา​ค้น​คว้า​ใน​อินเตอร์​เน็ต​ ​บางทีก็​เขียนโปรแกรมออโต้​แวร์​ ​เพื่อนำ​มาสร้างสื่อการเรียนการสอนบันทึกลงแผ่นซีดี​แจกจ่ายไปตามโรงเรียนต่างๆ​ ​อีก​ด้วย

"ผม​ไม่​คิดที่​จะ​ทำ​ขาย​ ​หรือ​จดลิขสิทธิ์​ ​ผมอยาก​ให้​ความ​รู้กระจายไป​ใน​ทุกพื้นที่​ ​ดัง​นั้น​ ​ผมถือว่ามัน​เป็น​กุศลที่ผม​ได้​มอบ​ให้​กับ​คน​อื่น​ ​อันดับแรกคือ​ ​ร่างกายผม​ไม่​ป่วย​ยัง​แข็งแรงดี​ ​สองผม​ความ​จำ​ยัง​ดี​ยัง​ทำ​ประ​โยชน์​ได้​ ​และ​สามคือ​ ​ผมพอ​อยู่​พอกิน​ไม่​ได้​อยากร่ำ​รวยอะ​ไร​ ​ฉะ​นั้น​ ​เรื่องเงินเรื่อง​เล็ก​ ​ถ้า​ตัวเรา​อยู่​สุขสบาย​แล้ว​ล่ะก็​ ​วิธีคิดเหล่านี้ผม​ได้​มา​จาก​พระราชดำ​รัสของ​ใน​หลวง​ ​คือคิดอะ​ไร​ให้​มันง่ายๆ​ ​เข้า​ไว้​อย่าสลับซับซ้อน​ ​คน​อื่น​เขา​จะ​ได้​ทำ​ตาม​ได้​"

เพราะ​เหตุ​ใด​ชายชราวัย​ใกล้​ 80 ​ปี​ ​และ​เป็น​นักประดิษฐ์ฝีมือชาวบ้าน​ ​จึง​สามารถ​เรียนรู้​ ​สร้างสรรค์​ ​คิด​ค้น​สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ​ ​ไว้​อย่างมากมาย​ ​ถ้า​หาก​ไม่​มี​ความ​เชื่อเกี่ยว​กับ​เรื่องของการเรียนรู้ตลอดเวลา​ ​ที่สำ​คัญก็คือว่า​เมื่อเรียนรู้​แล้ว​ ​ลุงเหลือเอา​ความ​รู้ของตนเองไปทำ​คุณประ​โยชน์​ให้​กับ​สังคมต่อไปอีก​ ​ใน​ยุคสมัยที่คน​ส่วน​ใหญ่​มัก​จะ​เป็น​ผู้​รับมากกว่าการ​เป็น​ผู้​ให้​ ​ลุงเหลืออาจ​จะ​มีคำ​ตอบ​ให้​กับ​การนำ​ความ​รู้​เพื่อไปสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ​ ​ให้​กับ​ผู้​อื่น​อีกมากมาย​ ​เพราะ​การ​เป็น​ผู้​ให้​ย่อมมี​ความ​หมายต่อการ​เป็น​ผู้​รับอย่างแน่นอน

ที่มา มติชน

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

Biologically-Inspired Desktop Wall Paper

ใครที่ชอบรูปประกอบเรื่อง แบบเมื่อวาน
รูปดอกไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า กว่า 50 รูป
เอามาทำเป็น desktop wall paper สวย สบายตา ดีนะครับ




Download ได้ที่นี่

Credit: Mike Swansan

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2550

โปรแกรมไล่(อี) หนู

เมื่อมีปัญหาสัตว์ไม่พึงประสงค์อยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ยุง หนู หรือ แมลงสาป
ครั้นจะ ตบยุง ทำกับดักหนู หรือ แมลงสาป
ก็จะเป็นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตโดยไม่จำเป็น

จิต-ใจ-ดี จึงขอเสนอแนวทาง ไล่สัตว์ไม่พึงประสงค์ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์



(ต่อไปนี้เป็นข้อความอธิบายโปรแกรมจาก thaiware.com )

โปรแกรม ไล่สัตว์ไม่พึงประสงค์ (Anti-MAL) : โปรแกรมนี้ จริงๆ แล้วเป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนา ต่อมาจาก โปรแกรม ไล่ยุง (Anti Mosquitoes) ของคุณ ศรัณยู บุณยรัตพันธุ์ ที่เคยโด่งดังเป็นอย่างมาก และสร้างสถิติ ของเว็บ Thaiware.com คือว่า คน ดาวน์โหลด 5 หมื่นคน ภายใน 3 วัน แต่ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Anti-MAL ก็เพราะว่า มันไม่ได้มีอะไรไว้ไล่ยุงอย่างเดียวแล้ว ทางผู้พัฒนา ทำให้ โปรแกรมนี้ สามารถที่จะ ไล่หนู กับ ไล่แมลงสาบ รวมไปถึง ไล่ยุง ได้ด้วย เรียกได้ว่า งานนี้บริษัทกำจัดแมลง ยังอายละครับ ไม่มีสารพิษตกข้าง และ ขอยืนยันว่า โปรแกรมนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างแน่นอนครับ ... โดยโปรแกรมนี้จะให้ คอมพิวเตอร์ของท่านได้ส่งสัญญาณความถี่ ที่ สามารถไล่ยุงได้ ออกมาทางลำโพงครับ โดยในโปรแกรมมีให้เลือกหลาย Channel ครับ ก็ลองเลือกกันดู ครับ ...

ข้อมูลจาก thaiware: full story



โปรแกรม : Download


อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์ร่วมโลก

( ตอนนี้ผู้เขียนกำลังทดลองใช้ ได้ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ ที่นี่ เร็ว ๆ นี้ โปรดติดตาม )

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2550

บ้านดิน

เนื่องจากวันนี้ี ไปโพสต์ข้อความที่ ภัยพิบัติ.blogspot.com เรื่องเกี่ยวกับไฟไหม้ป่า และคำนวณปริมาณคาร์บอนไดออกไซค์ ที่เราปล่อยออกมาต่อปี เพราะคาร์บอนไดออกไซค์เป็นสาเหตุให้เกิดปรากฎการณ์โลกร้อน (Global Warming) นอกจากนี้ก็ยังแถมข้อมูลและบทความเกี่ยวกับการละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลก

คุณรู้หรือไม่ว่า

ปีนี้น้ำแข็งที่ขั้วโลกจะละลายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ?
น้ำที่ละลายจากน้ำแข็งขั้วโลก ยิ่งเป็นตัวเร่งให้น้ำแข็งละลายมากขึ้น ?
ยิ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์มากขึ้น วัวควายจะยิ่งผอมลง ?

ถ้ายังไม่รู้โปรด คลิ๊กไปอ่านโดยพลัน
http://paipibat.blogspot.com



เนื่องจากรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ก็มาหาวิธีแก้เหตุ

ได้ข้อมูลน่าสนใจ สำหรับ เรา ๆ ท่าน ๆ ที่ชอบของฟรี

แจกฟรี CD สอนสร้างบ้านดิน

บ้านสายรุ้ง ศูนย์เรียนรู้การสร้างบ้านดินได้รับทุนได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) แจก ซีดี สอนสร้างบ้านดิน ฟรี ! ภาพยนตร์วีดีโออธิบายทุกขั้นตอนของการสร้างบ้านดิน ตั้งแต่วิธีตรวจสอบดิน วิธีทำก้อนอิฐ การก่อ ฉาบ ติดตั้งประตูหน้าต่าง ฯลฯ

ผู้สนใจทั่วไป ต้องการรับซีดี กรุณาสอด ซีดีเปล่า ซองเปล่าติดแสตมป์มูลค่า 5 บาท พร้อมจ่าหน้าซองจ่าหน้าถึงตนเอง ส่งมาที่ "บ้านสายรุ้ง" เลขที่ 500 หมู่ 11 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150 (วงเล็บมุมซอง ซีดีสอนสร้างบ้านดิน) (หมดเขต 31 ธันวาคม พ.ศ.2550 ) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

06789-8035 หรือ 067894035
หรือ budpage02@yahoo.com


from buddapage: full story

บ้านที่สร้างจากดินเย็นสบาย และใช้วัสดุธรรมชาติ ลดความสิ้นเปลืองทรัพยากรโลก

อีกทางหนึ่ง ที่ช่วยลดปัญหาโลกร้อนด้วยตัวคุณเอง


Link เกี่ยวข้อง: http://www.baandin.com/