วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551
น้ำร้อน หรือ น้ำเย็น ที่จะกลายเป็นน้ำแข็งก่อน
เอาแก้วมาสองใบ ใบหนึ่งใส่น้ำร้อน ใบหนึ่งใส่น้ำเย็น แล้วเอามันทั้งคู่ใส่ช่องแช่แข็ง (ช่องฟรีส) น้ำในแก้วไหนจะกลายเป็นน้ำแข็งก่อน ?
ในปี 1963 เด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาคนหนึ่ง ชาวแทนซาเนีย (Tanzania) นามอีราสโต้ บี เปมบ้า (Erasto B. Mpemba) กำลังง่วนอยู่กับวิชาทำอาหาร ระหว่างที่กำลังทำไอศกรีมให้แข็งตัวอยู่นั้น เขาก็สังเกตพบว่า ส่วนผสมที่ทำไอศกรีมที่กำลังร้อนอยู่นั้นเมื่อเอาไปเข้าช่องแช่แข็งมันกลาย เป็นไอศกรีมเร็วกว่าส่วนผสมไอศกรีมที่เย็นแล้ว
แม้จะเป็นการสังเกตเล็ก ๆ และดูขัดกับความรู้สึก แต่เด็กชายอีราสโต้ ก็กล้าที่จะถามครู ว่า
"ทำไมน้ำร้อนกลายเป็นน้ำแข็งเร็วกว่าน้ำเย็น เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?"
ด้วยว่ามันเป็นเหตุการณ์ขัดกับสามัญสำนึก คุณครูจึงตอบคำถามของอีราสโต้เชิงเย้ยหยันว่า
"สิ่งที่เธอพบนั้นมันไม่ใช่ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่แท้จริงหรอก มันเป็นแค่เหตุการณ์บังเอิญของเธอเท่านั้น"
โชคยังดี ที่อีราสโต้ ไม่ลดละความพยายามที่จะหาความจริง
เขาเข้าไปพบ ศาสตราจารย์ทาง ฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย และเริ่มทำการทดลองวิทยาศาสตร์ขึ้น
แก้วสองใบ บรรจุน้ำในปริมาตรเท่ากัน ใบหนึ่งมีน้ำเย็นอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส อีกใบหนึ่งมีน้ำร้อนอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เอาแก้วทั้งสองเข้าไปในช่องแช่แข็ง
และผลการทดลองก็ยืนยันตามที่อีราสโต้ค้นพบ
น้ำที่ก่อนเคยอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เริ่มเป็นน้ำแข็งก่อน !!!!
ในปี 1969 อีราสโต้ ได้เผยแพร่ผลการทดลองนี้ และปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ขัดความรู้สึกนี้ ก็ถูกเรียกขานตามชื่อของเขา
" Mpemba Effect "
เรื่องนี้ ทำให้ผมรู้ว่า
- อย่าเย้ยหยัน ความคิดของเด็ก ๆ
- ความช่างสังเกต ทำให้เราค้นพบสิ่งต่าง ๆ
- จงกล้าที่จะถามว่า ทำไม กับเรื่องพื้นฐาน เพราะมันทำให้เราค้นหา ความจริงแท้ของมัน
- เมื่อมีปัญหาค้างใจ จงวิ่งหาคำตอบให้ถึงที่สุด
- ที่ แทนซาเนีย เขาสอนเด็กทำไอติม ด้วย
ประเทศแทนซาเนีย (จาก wikipedia)
แล้วคุณหล่ะ คิดว่าอย่างไร ?
* ข้อมูลเรื่อง Mpemba Effect และประเทศแทนซาเนีย จาก wikipedia.org
* ภาพถ่ายสองรูปแรก ถ่ายเล่นเอง นานแล้ว เพิ่งจะหาวิธีใช้มันได้
วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เครื่องลดมลพิษ พลังจิต
พระอาจารย์รัตน์ รัตนญาโณ
พระไทยประสบความสำเร็จผลิดเครื่องลดมลภาวะโลกร้อน ได้สำเร็จ นำไปทดลองใช้ในประเทศฟิลิปปินส์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีตัวแทนจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซ่า และดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา วิศวกรผู้ออกแบบระบบลงจอดของยาน อวกาศไวกิ้งเพื่อลงจอดบนดาวอังคาร จะเข้าพบเพื่อศึกษาเครื่องดังกล่าวด้วย
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2551 ที่สำนักสงฆ์บูรณรักษ์ธรรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พระอาจารย์รัตน์ รัตนญาโณ เจ้าอาวาสวัดดอยเกิ้ง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า ได้ประสบความสำเร็จในการคิดค้นและประดิษฐ์เครื่องลดมลภาวะทางอากาศได้สำเร็จ ซึ่งเครื่องดังกล่าวประกอบด้วยพีรามิดรูปทรงสามเหลี่ยม มุม 60 องศา จำนวน 7 ก้อน โดยนำพิรามิดมาจัดเรียงแนวตั้งแล้วพันรอบด้วยสายยาง ก่อนบรรจุน้ำเข้าไป ภายในติดตั้งปั๊มน้ำภายใน เมื่อปั๊มน้ำทำงาน แรงดันจากปั๊มน้ำจะทำให้น้ำหมุนวนรอบพีรามิดเป็นจนเกิดเป็นเกลียว วนจากขวาไปซ้ายตามศูนย์แรงดึงดูดของกาแลกซี่ทางช้างเผือก แรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจะถูกผลักขึ้น มาด้านบนของเครื่องและจะทำให้น้ำบริเวณรอบจะวิ่งมาแทนที่ และทำให้อากาศไหลตัวจนเกิดลม ขึ้น และขณะที่เครื่องทำงานจะมีการดึงความชื้นและดึงดูดฝนให้ตกลงมารอบรัศมีของ เครื่องในระยะ 5 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังจะดึงมลพิษทางอากาศเข้ามาทำลายจนทำให้อากาศสะอาด
สำหรับพีรามิดซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องทำจากแร่ชนิดหนึ่งซึ่งถูก ค้นพบในถ้ำแห่งหนึ่งใน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเแร่ดังกล่าวยังไม่มีการต้งชื่อในทางวิทยาศาสตร์ โดยแร่ดังกล่าวจะถูกนำมาผสมกับซีเมนท์และทำเป็นรูปพีรมิดก่อนนำไปจัดเรียง ไว้ในเครื่อง
พระอาจารย์รัตน์ กล่าวว่า เครื่องลดมลภาวะที่ทำขึ้น เป็นการผสมผสานกันระหว่าง หลักการทางวิทยาศาสตร์และพลังจิตจากสมาธิ ซึ่งในการทำงานจะใช้พลังงานจากวัตถุ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นพลังจิต หากใครผลิตเลียนแบบก็ไม่สามารถใช้ได้เนื่อง จากไม่มีส่วนผสมของพลังจิต โดยเครื่องลดมลภาวะได้ใช้เวลาศึกษาและทดลองมานานกว่า 3 ปี จึงประสบความสำเร็จ โดยในช่วงที่จังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาสมลพิษทาวงอากาศจนต้องประกาศภาวะฉุก เฉินในปี 2548 ได้นำเครื่องลดมลภาวะไปติดตั้งบริเวณแจ่งศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ และปรากฏว่าทำให้อากาศบริเวณดังกล่าวมีค่ามลพิษน้อยกว่าจุดอื่นอย่างเห็นได้ ชัด อย่างไรก็ดีเครื่องที่คิดค้นขึ้นมา ไม่คิดจะทำขายเชิงพาณิชย์ แต่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง โดยขณะนี้ได้ผลิตเครื่องได้ทั้งหมด 9 เครื่อง หากในพื้นที่ใดที่ประสบปัญหาภัยแล้งสามารถมายืมเครื่องไปใช้ฟรี
พระอาจารย์รัตน์ กล่าวด้วยว่า ต้นปีที่ผ่านมา ได้มีบริษัทเอกชนจากประเทศฟิลิปินส์ได้ยืมเครื่องไปใช้ ปรากฏว่าสามารถลดมลพิษได้กว่าร้อยละ 80 และบริษัทดัง กล่าวได้พยายามขอจดสิทธิบัตรแต่เราไม่ยอมเพราะผิดสัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตามขณะนี้เครื่องลดมลภาวะได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาตร์เป็นอย่าง มาก โดยก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติเดินทางมาทดลองและ ศึกษาถึง 2 ครั้ง ซึ่งในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ จะมีทีมแพทย์ จากประเทศเยอรมันเข้ามาศึกษา จากนั้นในวันที่ 9 สิงหาคม จะมีตัวแทนจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซ่า เข้าพบนอกจากนี้ในวันที่ 20 สิงหาคมดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา วิศวกรผู้ออกแบบระบบลงจอดของยาน อวกาศไวกิ้งเพื่อลงจอดบนดาวอังคาร จะเข้าพบเพื่อศึกษาเครื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน
จาก พลังจิต.com
วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2551
'ยานสำรวจใต้น้ำ' ไทยก็ทำเองได้
กองทัพเรือเปิดพิมพ์เขียว 'ยานใต้น้ำ' ลำแรกของไทย หนุนงานวิจัยใต้ทะเล ใช้ปฏิบัติงานซ่อมบำรุงท่อแทนนักประดาน้ำได้ และท่องเที่ยวใต้ทะเล เตรียมพร้อมขึ้นโครงต่อเรือ คาดปลายปีเห็นของจริง
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พล.ร.ต.รศ. พงศ์สรร ถวิลประวัติ นายทหารโครงการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ (สวพ.ทร.) กระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสร้างยานใต้น้ำลำแรก โดยฝีมือคนไทยว่า
ขณะนี้ทีมงานได้ออกแบบยานใต้น้ำเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมส่งต่อพิมพ์เขียวให้กับ บริษัท อู่กรุงเทพฯ จำกัด นำไปสร้างต้นแบบเพื่อทดสอบการใช้งานจริง โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการวางกระดูกงู และขึ้นโครงเรือ โครงการสร้างยานใต้น้ำเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดนำยานใต้น้ำมาใช้ประโยชน์ในกิจการพลเรือน เช่น การสำรวจแหล่งทรัพยากรใต้น้ำ การสำรวจวิจัยพื้นผิวท้องทะเล การท่องเที่ยว ภารกิจซ่อมแซมโครงสร้างใต้ทะเล เช่น ฐานแท่นขุดเจาะ ท่อใต้ทะเล และสายเคเบิลใต้น้ำ เป็นต้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง จากการสนับสนุนของสำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (สวท.กห.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้งบประมาณโครงการ 30 ล้านบาท "กองทัพเรือมีศักยภาพในการพัฒนาเรือผิวน้ำได้เอง ดังนั้น การพัฒนายานใต้น้ำมีความเป็นไปได้ ในส่วนที่เสี่ยงต่ออันตรายและเราไม่สามารถพัฒนาได้เอง จะรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทสร้างยานใต้น้ำ ประเทศอังกฤษ " นายทหารโครงการ กล่าว ระบบหลักของยานใต้น้ำขนาดเล็กแบ่งออกเป็น 6 ระบบ คือ ระบบตัวเรือรับแรงกด ระบบออกซิเจนสำหรับการหายใจ และระบบฟอกอากาศ ตรวจจับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ขณะอยู่ใต้น้ำ ระบบการขึ้นลงของยานด้วยถังบัลลาสต์ควบคุมด้วยแรงดันลม และ โซลิด บัลลาสต์ที่ใช้ตะกั่วช่วยถ่วงน้ำหนัก “ยานใต้น้ำ คล้ายกับเรือดำน้ำย่อส่วน แต่ใช้เทคโนโลยีไม่สูงมาก ส่วนเรือดำน้ำมีระบบควบคุม วิทยุสื่อสาร ระบบตรวจจับคลื่นเสียง” นายทหารโครงการ กล่าว คณะวิจัยได้กำหนดขนาดมิติ ตลอดจนขีดความสามารถของยานใต้น้ำที่จะดำเนินการสร้างให้ลำเรือมีขนาดความยาว 11 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรอบยาน 1.8 เมตร ระวางน้ำหรือน้ำหนักประมาณ 27 ตัน ความเร็วใต้น้ำประมาณ 5 นอต ขีดความสามารถปฏิบัติการน้ำลึกไม่เกิน 50 เมตร บรรทุกลูกเรือ 3 คน ระยะเวลาปฏิบัติการใต้น้ำ 3 - 5 ชั่วโมง “แม้กองทัพเรือได้ปลดระวางเรือดำน้ำไปเมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว แต่การพัฒนาต้นแบบยานใต้น้ำจะเป็นองค์ความรู้ในการสร้างยานใต้น้ำจะช่วยให้ไทยสามารถพัฒนายานใต้น้ำขึ้นใช้เองได้ในประเทศ โดยมีราคาถูกลงเมื่อเปรียบเทียบกับนำเข้า แม้อุปกรณ์บางส่วนจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ระบบวิทยุสื่อสารใต้ทะเล ระบบควบคุมใบจักร” นายทหารโครงการ กล่าว ปัจจุบันยานใต้น้ำอยู่ระหว่างการสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปี 2551 จากนี้จะต้องนำไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน และระบบควบคุมอีกประมาณ 4-5 เดือน ต้นแบบของยานใต้น้ำเมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะส่งต่อให้กับหน่วยงานให้ทุนเพื่อนำไปพิจารณาการใช้ประโยชน์ต่อไป จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา ![]()
![]()
วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ลุงเหลือยอดนักประดิษฐ์
นักประดิษฐ์ชาวบ้าน นักวิทยาศาสตร์ ป.4 หรือใครจะให้นิยามอะไรก็ตาม แต่คนในแถบ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จะคุ้นตากันดีกับชายชราร่างสูงใหญ่วัยเกือบ 80 ปี ที่ผมเผ้ามีแต่จะลดน้อยถอยลง ฟันฟางก็หักหมดปาก วันๆ ง่วนอยู่กับกองเศษวัสดุเหลือใช้มากมายที่คนนำไปทิ้งขว้าง เศษขยะต่างๆ เหล่านี้ ชายชราคนเดียวกันกลับมองว่าของทุกอย่างล้วน มีประโยชน์ทุกชิ้นไม่ควรจะทิ้งอย่างไร้ค่า ฉะนั้น บ้านไม้สองชั้นทั้งหลังจึงเต็มไปด้วยเศษวัสดุสิ่งของมากมายหลากหลายชนิดที่แออัดยัดเยียดอยู่ในทุกพื้นที่ของบริเวณบ้าน
ชายชราที่กำลังเอ่ยถึงคนนี้ มีชื่อว่า "ลุงเหลือ เปรมปราคิน" อดีตลูกจ้างประจำของกรมชลประทาน ที่เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 22 ปี จนกระทั่งถึงวัย ปลดเกษียณ
"ตอนเด็กๆ ผมชอบแกะนู่นแกะนี่ ชอบสงสัยว่าเครื่องยนต์กลไกมันเป็นอย่างไร และผมก็เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองตลอด ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด คอมพิวเตอร์ เครื่องยนต์กลไก การออกแบบโครง สร้างต่างๆ รีโมตคอนโทรล เครื่องไฮดรอลิกส์ ช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ช่างก่อสร้าง และอื่นๆ อีกทุกชนิด ทุกวันนี้ผมก็ยังศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่ผมยังไม่รู้อีกมากมาย ผมว่าการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่"
![]() |
สิ่งประดิษฐ์มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน็อคที่สามารถฟังเพลงได้ เครื่องตัดหญ้าแบบใช้รีโมตคอนโทรล เครื่องใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องบินบังคับวิทยุ แม้กระทั่งเครื่องบินเล็กที่ใช้ขับได้จริง สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ล้วนเกิดจากเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งนั้น
แต่ในจำนวนสิ่งประดิษฐ์มากมายหลากหลายที่ผ่านมันสมอง ผ่านหัวคิดสร้างสรรค์ จินตนาการของนักประดิษฐ์ชาวบ้านๆ แบบลุงเหลือ ก็คงไม่มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนน่าทึ่งเท่ากับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ นั่นก็คือ "จานดาวเทียมกระทะเหล็ก" ของลุงเหลือนั่นเอง
"ช่วงที่มีจานดาวเทียมเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นมาที่สถานีจานดาวเทียมที่ศรีราชา กว้าง 29 เมตร หนัก 200 กว่าตัน ลงทุนไปทั้งหมด 141 ล้านบาท ผมก็สนใจ และพยายามศึกษาค้นคว้ามาตลอด โดยหาความรู้จากหนังสือทั่วไปทั้งอเมริกาและอังกฤษ ผมอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรอก แต่เราก็ใช้ตัวช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำการแปลให้ ผมก็ศึกษาค้นคว้ามาเรื่อยๆ จนจานดาวเทียมเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ราคาก็เริ่มลดลงประมาณ 38,000 บาท แต่เงินเดือนของผมไม่กี่บาท ผมจึงรวบรวมเงินเก็บเท่าที่มีไปขอซื้อจานดาวเทียม แต่ขอซื้อเฉพาะจานอย่างเดียวเขาไม่ให้ ผมก็เลยคิดค้นทำเองเลย โดยทดลองเอาสิ่งของใกล้ตัว เช่น เหล็กอะลูมิเนียมตู้กับข้าว กระทะที่เราใช้ทำกับข้าว โดยคิดว่าอะไรที่มันสะท้อนคลื่นได้นั้นก็สามารถทำได้หมด"
![]() |
จานดาวเทียมกระทะเหล็กของลุงเหลือ จึงถูกนำไปติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งใกล้และไกล เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จากจานกระทะเหล็กของลุงเหลือ ด้วยความคิดที่ว่า ความรู้ไม่ควรถูกปิดกั้น แต่ควรจะกระจายไปทุกที่ทุกตำบล
เพราะเป็นคนที่เรียนรู้ทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา ในบั้นปลายชีวิตของลุงเหลือจึงคิดว่าทำอย่างไรจึงจะให้ได้งานมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และเวลาที่เหลืออยู่ก็มีแต่ถดถอยลงไปทุกขณะ ลุงเหลือจึงใช้เวลาอย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์มากที่สุด
วันเวลาในช่วงกลางวันในแต่ละวัน ถ้าไม่หมดไปกับการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ ก็จะมีคนที่สนใจเรื่องจานดาวเทียมทั้งใกล้และไกลเดินทางมาขอคำแนะนำบ้าง หรือบางวันลุงเหลือก็จะเดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ ที่เชิญมา ให้ไปสอนให้กับครู อาจารย์ นักเรียน ไม่เว้นแม้แต่สอนนักการภารโรงเกี่ยวกับการบำรุงรักษา ส่วนในช่วงกลางคืนลุงเหลือก็ไม่ได้ทิ้งเวลาให้เปล่าประโยชน์ ศึกษาค้นคว้าในอินเตอร์เน็ต บางทีก็เขียนโปรแกรมออโต้แวร์ เพื่อนำมาสร้างสื่อการเรียนการสอนบันทึกลงแผ่นซีดีแจกจ่ายไปตามโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
"ผมไม่คิดที่จะทำขาย หรือจดลิขสิทธิ์ ผมอยากให้ความรู้กระจายไปในทุกพื้นที่ ดังนั้น ผมถือว่ามันเป็นกุศลที่ผมได้มอบให้กับคนอื่น อันดับแรกคือ ร่างกายผมไม่ป่วยยังแข็งแรงดี สองผมความจำยังดียังทำประโยชน์ได้ และสามคือ ผมพออยู่พอกินไม่ได้อยากร่ำรวยอะไร ฉะนั้น เรื่องเงินเรื่องเล็ก ถ้าตัวเราอยู่สุขสบายแล้วล่ะก็ วิธีคิดเหล่านี้ผมได้มาจากพระราชดำรัสของในหลวง คือคิดอะไรให้มันง่ายๆ เข้าไว้อย่าสลับซับซ้อน คนอื่นเขาจะได้ทำตามได้"
เพราะเหตุใดชายชราวัยใกล้ 80 ปี และเป็นนักประดิษฐ์ฝีมือชาวบ้าน จึงสามารถเรียนรู้ สร้างสรรค์ คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ไว้อย่างมากมาย ถ้าหากไม่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนรู้ตลอดเวลา ที่สำคัญก็คือว่าเมื่อเรียนรู้แล้ว ลุงเหลือเอาความรู้ของตนเองไปทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมต่อไปอีก ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้รับมากกว่าการเป็นผู้ให้ ลุงเหลืออาจจะมีคำตอบให้กับการนำความรู้เพื่อไปสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้กับผู้อื่นอีกมากมาย เพราะการเป็นผู้ให้ย่อมมีความหมายต่อการเป็นผู้รับอย่างแน่นอน
ที่มา มติชน
วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
Biologically-Inspired Desktop Wall Paper
รูปดอกไม้ ต้นไม้ ใบหญ้า กว่า 50 รูป
เอามาทำเป็น desktop wall paper สวย สบายตา ดีนะครับ

Download ได้ที่นี่
Credit: Mike Swansan
วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2550
โปรแกรมไล่(อี) หนู
ครั้นจะ ตบยุง ทำกับดักหนู หรือ แมลงสาป
ก็จะเป็นการเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตโดยไม่จำเป็น
จิต-ใจ-ดี จึงขอเสนอแนวทาง ไล่สัตว์ไม่พึงประสงค์ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

(ต่อไปนี้เป็นข้อความอธิบายโปรแกรมจาก thaiware.com )
โปรแกรม ไล่สัตว์ไม่พึงประสงค์ (Anti-MAL) : โปรแกรมนี้ จริงๆ แล้วเป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนา ต่อมาจาก โปรแกรม ไล่ยุง (Anti Mosquitoes) ของคุณ ศรัณยู บุณยรัตพันธุ์ ที่เคยโด่งดังเป็นอย่างมาก และสร้างสถิติ ของเว็บ Thaiware.com คือว่า คน ดาวน์โหลด 5 หมื่นคน ภายใน 3 วัน แต่ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Anti-MAL ก็เพราะว่า มันไม่ได้มีอะไรไว้ไล่ยุงอย่างเดียวแล้ว ทางผู้พัฒนา ทำให้ โปรแกรมนี้ สามารถที่จะ ไล่หนู กับ ไล่แมลงสาบ รวมไปถึง ไล่ยุง ได้ด้วย เรียกได้ว่า งานนี้บริษัทกำจัดแมลง ยังอายละครับ ไม่มีสารพิษตกข้าง และ ขอยืนยันว่า โปรแกรมนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างแน่นอนครับ ... โดยโปรแกรมนี้จะให้ คอมพิวเตอร์ของท่านได้ส่งสัญญาณความถี่ ที่ สามารถไล่ยุงได้ ออกมาทางลำโพงครับ โดยในโปรแกรมมีให้เลือกหลาย Channel ครับ ก็ลองเลือกกันดู ครับ ...
ข้อมูลจาก thaiware: full story

โปรแกรม : Download
อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์ร่วมโลก
( ตอนนี้ผู้เขียนกำลังทดลองใช้ ได้ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ ที่นี่ เร็ว ๆ นี้ โปรดติดตาม )
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2550
บ้านดิน
คุณรู้หรือไม่ว่า
ปีนี้น้ำแข็งที่ขั้วโลกจะละลายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ?
น้ำที่ละลายจากน้ำแข็งขั้วโลก ยิ่งเป็นตัวเร่งให้น้ำแข็งละลายมากขึ้น ?
ยิ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์มากขึ้น วัวควายจะยิ่งผอมลง ?
ถ้ายังไม่รู้โปรด คลิ๊กไปอ่านโดยพลัน
http://paipibat.blogspot.com
เนื่องจากรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ก็มาหาวิธีแก้เหตุ
ได้ข้อมูลน่าสนใจ สำหรับ เรา ๆ ท่าน ๆ ที่ชอบของฟรี
แจกฟรี CD สอนสร้างบ้านดิน
บ้านสายรุ้ง ศูนย์เรียนรู้การสร้างบ้านดินได้รับทุนได้รับทุนสนับสนุนจาก สถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) แจก ซีดี สอนสร้างบ้านดิน ฟรี ! ภาพยนตร์วีดีโออธิบายทุกขั้นตอนของการสร้างบ้านดิน ตั้งแต่วิธีตรวจสอบดิน วิธีทำก้อนอิฐ การก่อ ฉาบ ติดตั้งประตูหน้าต่าง ฯลฯ

ผู้สนใจทั่วไป ต้องการรับซีดี กรุณาสอด ซีดีเปล่า ซองเปล่าติดแสตมป์มูลค่า 5 บาท พร้อมจ่าหน้าซองจ่าหน้าถึงตนเอง ส่งมาที่ "บ้านสายรุ้ง" เลขที่ 500 หมู่ 11 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ 36150 (วงเล็บมุมซอง ซีดีสอนสร้างบ้านดิน) (หมดเขต 31 ธันวาคม พ.ศ.2550 ) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
06789-8035 หรือ 067894035
หรือ budpage02@yahoo.com
from buddapage: full story
บ้านที่สร้างจากดินเย็นสบาย และใช้วัสดุธรรมชาติ ลดความสิ้นเปลืองทรัพยากรโลก
อีกทางหนึ่ง ที่ช่วยลดปัญหาโลกร้อนด้วยตัวคุณเอง
Link เกี่ยวข้อง: http://www.baandin.com/


