แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนดี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

"ปุ๋ย"ภรณ์ทิพย์ นางงามใจบุญมอบ 30 ล้านช่วยเด็กใต้


" ปุ๋ย" ภรณ์ทิพย์ ไซมอน (นาคหิรัญกนก) อดีตนางงามจักรวาล ขวัญใจคนไทย บินโดยเครื่องบินส่วนตัวเดินทางจากสหรัฐอเมริกา มาเปิดตัวโครงการมอบทุนการศึกษามากถึง 60 ทุน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท เพื่อผลิตครูในบ้านเกิด ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ Angel′s Wing Foundation International

ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ กล่าวว่า หวังให้นักเรียนนักศึกษาภาคใต้ได้ศึกษาต่อจนก้าวเป็นคุณครูที่เข้าใจสภาพ ปัญหาและสืบสานวัฒนธรรมในพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง โดยจะเริ่มโครงการนำร่องที่ จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดแรก

โดยนักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 มีความใฝ่ฝันอยากเป็นแม่พิมพ์ของชาติและมีจิตสำนึกในวัฒนธรรมท้องถิ่น แสดงความจำนงค์ยื่นประวัติขอรับทุนได้ที่มูลนิธิ Angel′s Wing ติดต่อ เบอร์ 081-564-8623 และเทศบาลเมืองภูเก็ต


"ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์" เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2511 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นอดีตนางงามจักรวาลชาวไทยคนที่ 2 และยังดำรงตำแหน่ง "ผู้แทนสหประชาชาติ" สำหรับโครงการช่วยเหลือเด็กและสตรีในระดับนานาชาติ และเป็นประธานตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กอีกหลายแห่ง นอกเหนือจากการเป็นนางแบบ นักร้อง นักแสดงกิตติมศักดิ์ และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ



ที่มา

รูปประกอบจาก ThaiTownUSA

ข้อมูลจาก มติชน 27 สิงหาคม 08


วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

มอบรางวัลแท็กซี่เก็บเงินคืนทัวริสต์

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่นายจักรินทร์ แช่มเดช อายุ 52 ปี คนขับแท็กซี่ พลเมืองดี ซึ่งเก็บกระเป๋าเงินจำนวน 300,000 บาท ส่งคืนให้แก่ นายฮาฮิม อีสซา นักท่องเที่ยวชาวโอมานเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รมว. วัฒนธรรมเป็นประธานในพิธี ซึ่งนายสมศักดิ์ กล่าวว่า วธ.ขอแสดงความชื่นชมการกระทำความ ดีของแท็กซี่น้ำใจงามซึ่งเป็นคนดีของสังคมเพราะ ที่ผ่านมา วธ. ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมคุณธรรมและจริยธรรม และสร้างจิตสำนึกให้ ประชาชนประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคม แต่ทุกวันนี้สังคมไทยมีสภาพที่เสื่อมโทรม และคนดีก็หายากขึ้นทุกวัน ดังนั้น วธ. จึงอยากยกย่องให้นายจักรินทร์เป็นพลเมืองดี ที่กระทำตนเป็นต้นแบบความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เยาวชนและประชาชน รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ กับประเทศไทย โดยทางกระทรวงได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในการเป็นคนดี คิดดี และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมต่อไป

ด้านนายจักรินทร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่สามารถนำทรัพย์สินส่งคืนสู่เจ้าของได้ และเห็นว่าการที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้านเรา และลืมสิ่งของไว้บนรถแท็กซี่ คนขับรถแท็กซี่ก็ควรจะมีน้ำใจนำไปส่งคืนเจ้าของ และที่สำคัญไม่ควรอยาก ได้เงินของผู้อื่น.

ที่มา เดลินิวส์

รปภ.คนซื่อเก็บกระเป๋าส่งคืนทัวริสต์


เมื่อ เวลา 11.20 น. วันที่ 22 ส.ค. นายสมชาย กล้าหาญ อายุ 34 ปี รปภ. หมู่บ้านรีเจ้นท์ปาร์ค ซอยนาเกลือ 14 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำกระเป๋าสะพายสีดำ ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลืมทิ้งไว้ บริเวณริมชายหาดพัทยา มอบให้ ด.ต.จำลอง ประดิษฐ์จา หน.ตู้จราจรตลาดลานโพธิ์นาเกลือ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อติดต่อเจ้าของมารับคืน โดยนายสมชายเปิดเผยว่า หลังเลิกงานเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. พาครอบครัวไปเที่ยวเล่นริมชายหาด หลังโรงแรมลองค์บีช แอนด์ สปา พบครอบครัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเล่นน้ำทะเลอยู่ใกล้ ๆ กัน สักพักใหญ่ ๆ ก็พากันกลับไป โดยลืมกระเป๋าไว้ ตนนั่งรอเจ้าของกลับมาเอาคืนอยู่นาน แต่ไม่มาสักที จึงนำมาให้ตำรวจ

หลังจาก ด.ต.จำลอง ตรวจดูในกระเป๋า พบมีเงินสด 3 แสนรูเปีย หรือราว 2 แสนบาทเศษ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย 1 เครื่อง กล้องส่องทางไกล 1 ตัว และบัตรประจำตัว ระบุชื่อ นายอามีน จูลีซาร์มานส์ยาห์ อายุ 51 ปี ชาวอินโดนีเซีย มีบัตรเข้าพักที่โรงแรมไอบีชโฮเต็ล ย่านพัทยาเหนือ จึงประสานไปทางโรงแรม เพื่อแจ้งมารับทรัพย์สินคืน ต่อมานายอามีนพร้อมครอบครัว เดินทางมารับกระเป๋า และทรัพย์สินคืนด้วยสีหน้าดีใจ พร้อมกล่าวขอบคุณและมอบเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าตอบแทนความซื่อสัตย์ และมีน้ำใจให้กับ รปภ.คนซื่อ.

ที่มา เดลินิวส์

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

จากจับกังก่อสร้าง สู่เหรียญทองโอลิมปิก

น้องเก๋ ประภาวดี


ความผิดหวัง...โอลิมปิกเกมส์ 2004 กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ถึงจะทำให้ชีวิต "น้องเก๋" ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เซซวนไปบ้าง แต่เหรียญทอง โอลิมปิก 2008 ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงจิตใจที่มุ่งมั่นเข้มแข็ง

สี่ปีที่แล้ว เก๋ถามพ่อ... "พ่อ...หนูเลิกเล่นกีฬายกน้ำหนัก พ่อจะว่าอะไรไหม พ่อก็ว่า...ตามใจหนู หนูโตอายุตั้ง 20 แล้ว ตัดสินใจเองได้หมดทุกอย่างแล้ว" คุณพ่อจันทร์แก้ว อายุ 48 ปี กล่าว

นัย ความหมาย พ่อจะว่าอะไรไหม? คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่สำหรับพ่อรู้อยู่เต็มอกว่า เก๋หมายถึง...ถ้าเลิกก็จะไม่มีรายได้มาเลี้ยงพ่อแม่ และน้องๆอีก 3 ชีวิต

ช่วง นั้น พ่อแม่เก๋ยังยึดอาชีพกรรมกรก่อสร้าง มีรายได้รายวัน วันละ 200 บาท แต่เก๋มีรายได้จากการเล่นกีฬา บริหารรายรับให้พอกับรายจ่ายอย่างเต็มที่

เก๋ส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน ระยะห่างแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับว่า ครอบครัวเดือดร้อนมากขนาดไหน เฉลี่ยแล้วอาทิตย์...สองอาทิตย์ จะส่งมาทีละ 3,000-4,000 บาท

จริงๆ แล้ว พ่อก็รู้ว่าลูกมีรายได้ไม่ได้มากขนาดนั้น อาศัยว่าเก็บมากกว่าจ่าย เป็นคนไม่ค่อยใช้เงิน ไม่เที่ยว นิสัยตั้งแต่เด็กไม่มีเงิน...ไม่กินก็ได้ ไม่เคยงอแงร้องขอ

ไม่ร้องขอ เพราะรู้ว่าอ้อนไปพ่อแม่ก็ไม่มีเหมือนกัน

"เก๋จึงพูดให้พ่อแม่สบายใจว่า...ไม่ต้องเป็นห่วง เก็บตัวฝึกซ้อม ข้าว ขนม...มีกินทุกมื้อ"

ฐานะยากจนขัดสนเป็นลูกกรรมกรก่อสร้าง แต่ละช่วงชีวิตจึงดำเนินไปอย่างยากลำบาก แต่นิสัยส่วนตัว เก๋เป็นเด็กร่าเริง เข้มแข็งดีมาก

ที่ว่าเก๋นิสัยขี้แง ก็แค่ตอนเด็กๆ อายุ 3-4 ขวบ...เหมือนเด็กทั่วไป

คุณพ่อจันทร์แก้ว บอกว่า ตั้งแต่เก๋เข้าอนุบาล พ่อแม่ต้องออกไซต์ งานรับจ้างต่างจังหวัด มาไกลถึงกรุงเทพฯ ทำได้ 1 ปี ก็ย้ายไประยอง แล้วก็ย้ายไปเรื่อยๆ...ส่วนเก๋มีตากับยายคอยเลี้ยงดู




"ชีวิตจับกัง...กรรมกร ไม่มีวันสบายหาเงินง่าย ใครไม่ทำ... ไม่รู้หรอกว่าลำบากสุดๆ"

ช่วงที่เก๋ยังเล็ก พ่อแม่ทำงานสองแรงแข็งขันมีรายได้คนละ 170-180 บาทต่อวัน

รายได้รวมกันวันละไม่ถึง 400 บาท ไหนจะกินจะใช้ ไหนจะต้องส่งลูก ที่กำลังเรียน ต้องใช้จ่ายอย่างกระเบียดกระเสียร และบ่อยครั้งที่ขอเบิกล่วงหน้า ครั้งละ 1,000 บาท วันที่ขอเบิกค่าแรงล่วงหน้า มักจะเป็นวันที่ 15 ของแต่ละเดือน คุณแม่ภาวลีย์จะเป็นตัวแทนทั้งพ่อและแม่กลับบ้านหาลูก เพื่อเอาเงินไปให้ยายเก็บไว้ใช้จ่าย

"ไม่เบิกล่วงหน้า ก็ไม่มีเงิน...แล้วก็ต้องมาทำงานตามใช้หนี้ เหมือนเป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด" เก๋ เรียนชั้นประถม ทุกเช้ายายจะมาส่งหน้าปากซอย รอรถโรงเรียน หน้าปากซอยจะมีอู่ซ่อมรถยนต์ เปิดเป็นยิมฝึกซ้อมนักกีฬายกน้ำหนัก เก๋ก็เห็นจนชินตา กระทั่ง เก๋เรียนชั้น ป.4 ก็มีคนในยิม เอ่ยปากชวน...อยู่ว่างๆไม่ได้ทำอะไร ก็มาออกกำลังกายด้วยกัน

" เด็กละแวกบ้านหลายคนก็มาเล่นอยู่ก่อนแล้ว เห็นอยู่กับยาย กลัวเหงา...ก็เลยชวนมาเป็นเพื่อนเล่นกัน ไม่ได้คิดว่าจะเล่นจริงจังจนติดทีมชาติ"

ลูก เก๋โตขึ้นเรื่อยๆ นับวันพ่อกับแม่ก็ยิ่งลำบากมากขึ้น กัดฟันส่งลูกจนจบ ป.6 จะขึ้น ม.1 ค่าเทอมแพงขึ้น เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ

"พ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้ลูกเรียนอีกแล้ว" พ่อพูดกับเก๋ตรงๆ "ทำยังไงได้ เราอาชีพหาเช้ากินค่ำ ก็ชวนลูกไปทำงานด้วยกันที่กรุงเทพฯ..."

เก๋ผันสถานะจากเด็กนักเรียนเป็นกรรมกรหิ้วปูน ขนอิฐ โครงการก่อสร้างคอนโดฯสูง 4 ชั้น ย่านลาดพร้าว 71 ได้ค่าแรงวันละ 100 บาท ถึงจะมีชีวิตที่ลำบาก แต่น่าภูมิใจที่เก๋ไม่เคยบ่นว่ารู้สึกเสียใจ

พ่อเคยปลอบ "ถ้ามีเงินเมื่อไหร่...ค่อยมาเรียนก็ได้ เรื่องเรียนไม่มีใครแก่เกินเรียน น้องเก๋ก็เข้าใจ บอกว่า...ไม่เป็นไรพ่อ หนูมีเงินค่อยเรียน กศน.ก็ได้" เก๋เป็นจับกังอยู่ไม่นาน พี่ๆที่ค่ายยกน้ำหนักก็ให้คนมาตามถึงกรุงเทพฯ ให้เก๋มาเรียนหนังสือ โดยมีข้อแม้ว่า ต้องเป็นนักกีฬายกน้ำหนัก คุณพ่อจันทร์แก้ว...ถามลูกว่า เอามั้ย เก๋ตอบตกลง

ชีวิตเก๋เหมือนตกกระไดพลอยโจนต้องมาเล่นกีฬายกน้ำหนัก นึก ถึงวันนั้น รู้สึกสะท้อนใจทุกที ไม่ต้องพูดถึง ว่าจะได้ไปส่งลูกให้ถึงฝั่งฝัน เอาแค่เงินติดตัวมีแค่ 500 บาท ก็ให้ลูกไปทั้งหมด เป็นทั้งค่ารถ ค่ากิน ค่าเล่าเรียนให้เก๋ได้เริ่มอนาคตใหม่

" โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ถึงจะเรียนฟรี ก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายจิปาถะ ในช่วงเวลาที่ยาวนานนี้ ต้องยกความดีให้กับคุณตา คุณยาย ที่คอยดูแลน้องเก๋ อย่างใกล้ชิด" ตา ยายอายุมากแล้ว ไม่มีอาชีพมั่นคง นอกจากหาผักปลาไปขาย ถึงจะได้เงินไม่มาก แต่ก็ทำให้ 3 ชีวิตดำเนินต่อไปได้แบบถูลู่ถูกัง ยามมีปัญหา แม้ว่าคุณแม่น้องเก๋เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่เก๋ก็ปรึกษาแม่มากกว่าพ่อ

คุณแม่ภาวลีย์ อายุ 53 ปี บอกว่า ปกติลูกสาวคนนี้ เป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย วันนี้ถือว่าประสบความสูงสุดแล้ว แม่ก็คงไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง "เก๋เป็นหลักของครอบครัวมาจนพ่อแม่ไว้ใจ มั่นใจว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา"

คุณพ่อจันทร์แก้ว บอกอีกว่า เก๋...เป็นคนสุขุมรอบคอบ ทำอะไรคิดหน้าคิดหลัง จะห่วงพ่อแม่น้องก็เรื่องเดียว...มีรายได้พอกินพอใช้หรือเปล่า ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่ปีกี่เดือน เก๋จะถาม

"พ่อเหนื่อยไหมทำงาน...พ่อเลิกอาชีพก่อ สร้างได้ไหม" พ่อก็ว่า "ถ้าพ่อเลิกจะให้พ่อไปทำอะไร จะทำอะไรก็ต้องใช้ทุน เก๋ก็ยังบอก... เอาไหม หนูให้" สองปีที่แล้ว เก๋ใช้เงินสดก้อนใหญ่เกือบ 8 แสนบาท ซื้อบ้านที่ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เงินก้อนนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงที่เหน็ดเหนื่อยกับกีฬายกน้ำหนัก พ่อเห็นลูกซื้อบ้านไปแล้ว คงเหลือเงินไม่มากก็อยากให้ลูกเก็บเงินไว้ก่อน

"คิดว่า ถ้าลงทุนค้าขาย พ่อเคยแต่ทำนากับกรรมกรก่อสร้าง...ไม่มีหัวทางนี้ ส่วนแม่ก็ไปไหนไปกันกับพ่อ ไม่มีหัวการค้าเหมือนกัน" คุยกันไปคุยกันมา ความคิดสุดท้ายจบตรงที่ "ขายลูกชิ้นทอด" ถึงจะต้องใช้เงินทุนหลักหมื่น เก๋ก็ทยอยส่งมาให้ทีละสี่พัน...ห้าพัน ไปซื้อรถพ่วงข้างมอเตอร์ไซค์ ตู้ เตา กระทะทอดลูกชิ้น ได้จนครบ

อาชีพ ใหม่ของคุณพ่อ ทำมาได้กว่า 6 เดือนแล้ว ตะลอนวิ่งขายในตำบลหนองปลิง วันละกว่า 10 กิโลเมตร หักทุน...หักน้ำมันแล้ว เหลือวันละ 200 กว่าบาท รายได้นี้ กับปากท้องคนทั้งครอบครัว จันทร์แก้วบอกว่า ยังไงก็ไม่พอ " ถึงวันนี้...น้องเก๋ยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก ส่งเงินมาให้ที่บ้านทุกเดือนไม่เคยขาด ถ้าไม่มีเก๋ ครอบครัวเจริญรัตนธารากูล คงไม่ลืมตาอ้าปากได้อย่างวันนี้"

ก่อน เดินทางไปแข่งโอลิมปิกที่ปักกิ่ง น้องเก๋ไม่ได้ตั้งความหวังไว้เกินตัว หรือวางแผนอนาคตที่จะทำอะไรต่อไปหลังจากกลับมา คุณพ่อจันทร์แก้วยังบอกลูกว่า พ่อเองก็ไม่ได้หวังอะไร เพียงแต่อยากให้ลูกได้ไปโอลิมปิกสักครั้ง ช่วงชีวิตที่ดำเนินมาอย่างยากลำบาก แม้ว่าวันนี้ความสำเร็จของน้องเก๋ จะทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แต่คุณพ่อจันทร์แก้วก็ยืนยันว่า...ไม่มีใครลืมตัว

"เงินรางวัลที่ได้มา คงไม่ทำให้ครอบครัวเรามีชีวิตที่เปลี่ยนไป เคยลำบากทำงานหาเงินอย่างไร ก็คงทำ"



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2551

ยอดนักอ่านศิลาจารึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณ








เป็น เรื่องน่ายินดีที่ประ เทศไทยของเรามีราชบัณฑิตอยู่มากมาย หลากหลายสาขาด้วยกัน ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นปูชนียบุคคลที่น่าศึกษาด้วยกันทั้งสิ้น วาไรตี้วันอาทิตย์จะพาไปรู้จักนักปราชญ์แห่งราชบัณฑิตยสถาน...เริ่มกัน ที่ อาจารย์ ประเสริฐ ณ นคร ปรมาจารย์ด้านการอ่านศิลาจารึก

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้หนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการอ่านศิลาจารึก มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับและอ้างถึงในวงวิชาการอย่างกว้างขวาง อาทิ การชำระประวัติศาสตร์สุโขทัย ถิ่นเดิมและตระกูลภาษาไทย หลักการสอบค้นเมืองสมัยสุโขทัย การแบ่งกลุ่มไทยตามตัวหนังสือ พจนานุกรมไทยอาหม ตัวอักษรไทยในล้านนา ที่มาของอักษรไทยล้านนาและไทยลื้อ นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทั้งภายในและต่างประเทศ ไม่ต่ำกว่า 100 บทความ

ชีวิตในด้านการศึกษา อ.ประเสริฐ เท้าความให้ฟังว่า เมื่อจบมัธยมฯ 8 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ผมไม่มีเงินเพื่อที่จะเสียค่าเล่าเรียนให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ปีละ 20 บาท จึงคิดจะไปเป็นครูประชาบาล เงินเดือน 8 บาท เพื่อเก็บเงินมาเรียน ม.ธรรมศาสตร์ แต่บังเอิญ สอบชิงทุน ก.พ.ได้ไปเรียนวิชาเกษตรที่ฟิลิปปินส์จึงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีใน สาขาวิศวกรรมการเกษตรจากมหา วิทยาลัยฟิลิปปินส์

จากนั้นกลับมารับราชการเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเกษตร บางเขน สอนทางด้านคำนวณและวิศวกรรมการเกษตร อยู่ 12 ปี สอบได้ทุนไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกทางวิชาสถิติและการผสมพันธุ์พืชที่ มหา วิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา

“ผมเป็นหนี้ตาสีตาสาเรื่องทุนเล่าเรียน จึงไม่เคยคิดหนีไปรับเงินเดือนสูง ๆ ที่อื่น และยังสอนหนังสือใช้หนี้ตาสีตาสามาจนทุกวันนี้” เป็นคำกล่าวของอาจารย์ที่วัยย่างเข้าสู่ 89 ปี

เริ่มสนใจด้านโบราณเมื่อครั้งที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่คอร์แนล อยากรู้ว่าคนไทยมาจากไหน จึงไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด พบบทความที่ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ เขียนถึงชาติไทยเอาไว้ เมื่ออ่านดูแล้วรู้สึกว่าน่าจะมีข้อผิดพลาด รวมทั้งกลับมาเมืองไทย สังเกตว่า เมื่อพบศิลาจารึกในเมืองไทยก็มักจะส่งไปให้ เซเดส์ ที่กรุงปารีสอ่านและแปลให้เสมอ ซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ 70 ปีกว่าแล้ว ถ้าท่านเกิดเป็นอะไรไป นั่นหมายความว่าจะไม่มีใคร อ่านศิลาจารึกของไทยได้เลย จึงคิดว่าคนไทยจะต้องอ่านศิลาจารึกได้ ถ้าไม่มีใครอ่าน ผมคนนี้จะอ่านศิลาจารึกให้ได้ จึงเริ่มศึกษาศิลาจารึกตั้งแต่นั้นมา

เมื่อศึกษาแล้วพบว่า มีการอ่านศิลาจารึกผิดพลาดที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับชาติ ไทยอยู่หลายแห่ง รวมทั้งจารึกที่กล่าวถึงสมเด็จพระมหาธรรมราชายกทัพจากสองแควมาไหว้พระพุทธ บาท จึงเขียนจดหมายถึงเซเดส์ เมื่อเซเดส์อ่านพิจารณาแล้วเห็นว่าสิ่งที่ผมอธิบายถูกต้องจึงเห็นควรแก้ไข และยังบอกอีกว่าหากพบที่ผิดพลาดตรงไหนอีกก็ให้แจ้งมา จะได้แก้ไขเพิ่มเติมให้

“รู้สึกทึ่งในตัวเซเดส์ เพราะท่านเป็นนักประวัติศาสตร์ระดับโลก ถ้าท่านจะไม่ตอบผม ทิ้งจดหมายเสียก็ได้ เพราะตัวผมก็ไม่ได้มีชื่อเสียงในการอ่านศิลาจารึกแต่อย่างใด แต่นี่ท่านยอมรับฟัง แสดงว่าท่านเป็นปราชญ์โดยแท้จริง”

ผมสนใจทางวิทยาศาสตร์ด้วย โดย ขอให้น้องชายที่เรียนอยู่ที่อังกฤษส่งตำรามาให้ ซึ่งได้ส่งเรื่องระเบิดอะตอมมิก เรื่องจักรวาลขยายตัว ตำราทฤษฎีเลขเฉพาะมาให้ จากการศึกษาเรื่องนี้ ทำให้เพื่อน ๆ เมื่อเห็นผม จะล้อว่า “อะตอมมิกบอมส์ มาแล้ว” ผมมานั่งคิดว่าเรามาจากนอกโลกหรืออย่างไร ไม่ได้อยู่ในโลกนี้หรือ เลยท้อถอย ประกอบกับเมื่อเราค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หนังสือและเครื่องมือก็ไม่มี อีกทั้งเมื่อพูดกับเพื่อน ๆ หรือคนอื่น ๆ ก็มักจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง บอกว่า ผมมาจากโลกไหน

จึงหันมาค้นคว้าทางภาษาไทย เมื่อ พ.ศ. 2486 ผมทำเรื่องโคลงนิราศหริภุญชัย และเรื่องนางนพมาศ พ.ศ. 2487 ซึ่งผมได้เลิกค้นคว้าทางภาษาไทยและประวัติศาสตร์ไปเป็นเวลา 16 ปี เพราะถูกปรามว่าการเขียนแก้ไขประวัติศาสตร์อาจทำให้ถูกคว่ำบาตรว่าเป็นลูก ศิษย์คิดล้างครู มาจนถึง พ.ศ. 2503 คุณธนิต อยู่โพธิ์ ขอให้ผมไปสัมมนาโบราณ คดีที่สุโขทัย ผมจึงกลับเข้ามาอยู่ในวงวรรณคดีและประวัติศาสตร์อีกครั้ง และเมื่อหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ทรงขอให้ผมมาสอนวิชาการอ่านศิลาจารึกจนถึงครั้งที่ 3 ผมจึงรับสอนในมหาวิทยาลัยศิลปากรตั้งแต่ พ.ศ. 2512 จนถึงปัจจุบันนี้

“ก่อนหน้าที่จะมาสอนเด็กอ่านศิลาจารึกกันไม่ได้ จึงนึกย้อนไปเมื่อเรียนที่ฟิลิปปินส์ วิชาจิตวิทยา อาจารย์บอกว่า คนเราจะต้องมีความสำเร็จถึงจะทำให้เกิดความสนใจ ผมมานั่งคิดดูว่าไม่ตรงกับทางพุทธศาสนาที่สอนไว้ว่า ต้องมี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา จะสำเร็จได้ต้องมีความสนใจ ถกเถียงกันอยู่นานก็ไม่ได้ข้อยุติ จึงนำแนวคิดนี้มาสอนเด็ก โดยแทนที่จะ เอาศิลาจารึกสันสกฤตที่ยาก ให้เด็กอ่าน ก็เอาหนังสือของประเทศลาวให้อ่าน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันกับอักษรไทย ผิดกันไปบ้าง เด็กรู้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นศัพท์เฉพาะ ซึ่งเด็กสามารถเดาได้ เด็กจะอ่านได้ภายในครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง พวกเขาจะภูมิใจที่สามารถอ่านศิลาจารึกของลาวได้

จากนั้น จะเป็นศิลาจารึกที่ยากขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้อ่านไปตามลำดับขั้น เด็กจะเกิดความภาคภูมิใจ อยากเรียนรู้ พอเอาอักษรขอมภาษาสันสกฤตให้อ่าน เด็กก็อ่านออกได้ นี่คือ เทคนิคในการสอนการอ่านศิลาจารึกของผม”

เนื่องจากผมชอบ การคำนวณ อยู่แล้ว จึงศึกษาทาง ด้านโหราศาสตร์ด้วย เมื่อครั้งเรียนอยู่ชั้นมัธยมฯ มีการดูดวง ชะตาราศีให้กับเพื่อน ๆ จึงมีความรู้เกี่ยวกับคัมภีร์สุริยยาตร์ สามารถที่จะคำนวณได้โดยดูจากปฏิทินที่ทำขึ้นมา จะบอกว่าทุกปีในวันขึ้นเถลิงศก พ.ศ.นี้ จะตรงกับวันที่เท่าไร นอกจากนั้นยังบอกอีกว่าขึ้นกี่ค่ำ ซึ่งจะทำให้คำนวณได้

ทางด้านดนตรี ศ.ดร. ประเสริฐได้ แต่งเนื้อร้องทั้งเพลงไทยเดิม และเพลงไทยสากลอย่างละไม่ต่ำกว่า 30 เพลง ในจำนวนนี้ มีทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ 5 เพลง คือ ใกล้รุ่ง ชะตาชีวิต ในดวงใจนิรันดร์ แว่ว และเกษตร ศาสตร์ เพลงที่ 3 และ 4 แปลมาจากเนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ภาษาอังกฤษแบบวรรคต่อวรรค เพื่อรักษาพระราชดำริไว้ รวมทั้งได้แต่งทำนองเพลงสดุดีพระเกียรติ บรรจุเนื้อร้องภาษาอังกฤษของคุณพระช่วงเกษตรฯ โดยมีครูอวบ เหมะรัชตะ เป็นผู้ขัดเกลาทำนองเพลง และได้แปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทยไว้ด้วย

“ผมมักจะบอกนักศึกษาอยู่เสมอว่า คนไทยถ้าอยาก จะไปอยู่แนวหน้าสาขาใดได้ ทั้งหมด แต่คนไทยไม่เอาจริง เพราะถ้าเอาจริงก็จะต้องไปอยู่แนวหน้าได้ ขอให้เอาจริง ต้องได้แน่ ดูอย่างผม อยู่ทางคำนวณ ทางสถิติ แต่ตอนนี้ทุกคนคิดอย่างเดียวกันว่า ผมเป็นอาจารย์ เป็นครูทางภาษาไทย ได้เป็นปูชนียบุคคลทางครูภาษาไทย ได้เป็นนักเขียนอาวุโสดีเด่นของปี และนักแปลอาวุโสดีเด่น

แต่ถ้าจะให้ผมวาดภาพให้ คงต้องแสดงความเสียใจด้วย เพราะสมัยเรียนผมวาดภาพคะแนนเต็ม 10 ได้ 2 นี่เป็นเพราะว่า คนเรามีขีดจำกัดเหมือนกัน ถ้าตอนนี้ให้ผมไปวาดรูปก็คงจะยังได้ 2 คะแนน อยู่ดี” ท่านอาจารย์กล่าวอย่างมีอารมณ์ขันทิ้งท้าย

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร คงเป็นตัวอย่างที่ดีได้กับประโยคที่ว่า “รู้อะไรให้เชี่ยวชาญเถิด จะเกิดผล”.

จุฑานันทน์ บุญทราหาญ



ที่มา เดลินิวส์

วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2551

เพิ่งไปจับยาบ้าดต.ขับรถกลับ เหนื่อยหลับในชนท้าย6ล้อดับ [1 มี.ค. 51 - 04:33]



เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ก.พ. ร.ต.ท.สมบูรณ์ ขอบโคกกรวด ร้อยเวร สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนสายคลองห้า-บางขันธ์ หมู่ 6 ต.คลองสาม รุดไปตรวจสอบพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กง 1351 นครปฐม สภาพหัวทิ่มลงข้างทางพังยับเยิน ยางล้อหน้าและล้อหลังด้านซ้ายแตก ตรงเบาะนั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อ ด.ต.อดุลย์ เดชพ่วง อายุ 38 ปี ผบ. หมู่งานสืบสวน ภ.จ.ปทุมธานี ลักษณะศพคอพับมาทางเบาะซ้าย เลือดอาบใบหน้า อกยุบ คอหัก ศีรษะซ้ายมีแผลแตก มอบศพให้หน่วยกู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ห่างกันเล็กน้อยพบรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 85-4016 นครราชสีมา จอดอยู่ข้างทาง โดยมีนายออ สวยกลาง อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ 10 ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา คนขับยืน รอตำรวจด้วยสีหน้าตื่นตกใจ พร้อมให้การว่าก่อนเกิดเหตุ ขับรถบรรทุกขวดเปล่ามาเต็มคันรถ จากโรงงานบางกอก

กล๊าสเพื่อจะไปส่งที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ถึงที่เกิดเหตุรถเก๋งที่ ด.ต.อดุลย์ขับตามหลังมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายอย่างจัง ก่อนที่รถเก๋งจะเสียหลักแฉลบหัวทิ่มข้างทาง เมื่อจอดรถลงไปดูพบว่าคนขับเสียชีวิตไปแล้ว จึงแจ้งให้ตำรวจทราบ ขณะเดียวกันจากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ด.ต.อดุลย์พร้อมพวกได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาวางแผนล่อซื้อจับกุมแก๊ง ยาบ้า หลังจากนั้นแยกย้ายกันกลับที่พักกระทั่งมาประสบอุบัติเหตุ ในเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าขณะที่ ด.ต.อดุลย์ขับรถตามหลังรถบรรทุกอาจเกิดเสียหลัก หรือไม่ก็หลับในเพราะความอ่อนเพลียจากการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่มาตลอดทั้ง คืน

ต่อมาได้มีนางมยุรี เดชพ่วง อายุ 31 ปี ภรรยา ด.ต. อดุลย์ที่ทราบข่าวเดินทางไปที่เกิดเหตุ ทันทีที่เห็นศพสามี นางมยุรีถึงกับโผเข้ากอดร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ พร้อมเปิดเผยว่าแต่งงานอยู่กินกับ ด.ต.อดุลย์ มีลูกด้วยกัน 2 คน ปกติสามีเป็นคนดีรักครอบครัว ไม่ดื่มสุรา ไม่เที่ยวเตร่ ก่อนหน้าเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 ก.พ. ด.ต.อดุลย์พาครอบครัวไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ระหว่างนั้นผู้บังคับบัญชาโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบว่ามีงานด่วนจับกุมแก๊ง ยาบ้า ด.ต.อดุลย์จึงรีบขับรถกลับพาตนและลูกไปส่งที่บ้านก่อนจะออกไปทำงาน กระทั่งมาทราบอีกทีว่าประสบอุบัติเหตุขับรถชนเสียชีวิต

ทางด้าน พล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม ผบก.ภ.จ. ปทุมธานี เปิดเผยว่า ด.ต.อดุลย์เป็นตำรวจฝีมือดี มีอนาคตไกล ที่ผ่านมาเป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นที่รักของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน และยังเป็นนักฟุตบอลทีมตำรวจ ภ.จ.ปทุมธานี อีกด้วย ก่อนเกิดเหตุได้รับรายงานว่า ด.ต. อดุลย์พร้อมพวกวางแผนล่อซื้อยาบ้าในย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 1 พันเม็ด หลังจากนั้นได้ขับรถกลับบ้านพักห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนัก แต่ก็ต้องมาพบจุดจบเสียก่อน ทาง ภ.จ.จะได้ พิจารณาความดีความชอบเพื่อช่วยเหลือครอบครัวต่อไป


ที่มา ไทยรัฐ

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

'​มิ่งขวัญ​'​วูบลมจับ​ ​หงายตึง​ ​โพเดียมทับหน้าอก​ [26 ​ก​.​พ​. 51 - 03:29]

เมื่อเวลา​ 13.30 ​น​. ​วันที่​ 25 ​ก​.​พ​. ​ที่​โรงแรมเซ็นทารา​ ​เวิลด์​ ​นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​และ​ ​รมว​.​กลา​โหม​ ​เดินทางไป​เป็น​ประธาน​ใน​พิธี​เปิดงาน​ “​โพสต์​ ​ฟอรัม​ 2008 ​มองไปข้างหน้า​กับ​รัฐบาล​ใหม่​”

ผู้​สื่อข่าวรายงานว่า​ ​ภายหลังที่นายกฯกล่าวจบ​ ​ถึง​คิวนายมิ่งขวัญขึ้นกล่าวปาฐกถา​เรื่อง​ “​การตลาดประ​เทศไทย​” ​แต่ก่อนการปาฐกถา​ ​นายมิ่งขวัญ​ได้​กล่าวว่า​ ​ไม่​ทราบว่า​ ​วันนี้​จะ​พูดจบ​หรือ​เปล่า​ ​เพราะ​ไม่​สบายมาก​ ​เป็น​หวัด​ ​จาก​นั้น​ได้​พูดต่อว่า​ ​ยุทธศาสตร์​เศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้​จะ​เน้นสานต่อนโยบายประชานิยมสู่รากหญ้า​ ​เพิ่มราย​ได้​และ​ลดรายจ่ายประชาชน​โดย​เร็ว​ที่สุด​ ​พร้อม​ทั้ง​ออกมาตรการองรับระยะสั้น​ ​กลาง​ ​ยาว​ ​ที่สำ​คัญคือการสร้างมูลค่าผ่านนวัตกรรมทาง​ความ​คิด​ ​เช่น​ ​การผลักดันพืชเศรษฐกิจชนิด​ใหม่​ ​หรือ​สนับสนุนโครงการโอทอป​

นายมิ่งขวัญกล่าวว่า​ ​สำ​หรับวิธีการหาราย​ได้​เข้า​ประ​เทศ​ 3 ​รูปแบบ​ ​คือการหาราย​ได้​จาก​การท่องเที่ยว​ ​ซึ่ง​สร้างราย​ได้​รวด​เร็ว​ที่สุด​ ​นอก​จาก​นี้​ ​จะ​ใช้​วิธี​เพิ่มมูลค่าของประ​เทศ​ ​จาก​อุตสาหกรรมบันเทิง​ ​เหมือนที่หลายประ​เทศทำ​ ​เช่น​ ​เกาหลี​ ​ที่นำ​ดารานักร้อง​ ​มา​ช่วย​ประชาสัมพันธ์​เพิ่มมูลค่า​ให้​ประ​เทศ​ ​ต่อไปไทย​จะ​ต้อง​สร้างดารา​ ​นักร้อง​ ​ละครภาพยนตร์​ ​ระดับนานาชาติ​ ​แข่งขันสู่นานาชาติ​ด้วย​ ​หรือ​อาจร่วมมือ​กับ​ผู้​ผลิตค่ายหนังยักษ์​ใหญ่​จาก​ฮอลลีวูด​ ​นำ​บทภาพยนตร์​ไทยไปผลิต​เป็น​หนังฟอร์ม​ใหญ่​ออกฉายไปสู่ตลาดโลก​ ​เช่น​ ​เรื่องพระอภัยมณี​ ​เรื่องนี้​จะ​ช่วย​ประ​เทศ​ได้​มาก​


ผู้​สื่อข่าวรายงานว่า​ ​ระหว่างที่นายมิ่งขวัญกล่าวปาฐกถามา​ถึง​ การผลักดันการส่งออกอุตสาหกรรมบันเทิง​ ​นายมิ่งขวัญเริ่มมี​เสียงแหบ​ ​หน้าตาซีดเซียว​ ​มีอาการซวนเซมือจับโพเดียมแน่น​ ​และ​ล้มลงหมดสติจนโพเดียมทับลงไปที่ตัว​ ​จาก​นั้น​เกิด​ความ​โกลาหลขึ้น​ ​พิธีกร​ได้​ประกาศว่า​ผู้​ที่มาร่วมงาน​ ​มี​ใคร​เป็น​หมอ​ ​หรือ​พยาบาล​หรือ​ไม่​ ​ขอ​ให้​ช่วย​มาปฐมพยาบาล​ด้วย​ ​ซึ่ง​ ​นพ​.​ศุภชัย​ ​ชัยธีระพันธ์​ ​ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยา​ ​และ​ ​พล​.​ต​.​ท​. ​นพ​.​นุกูล​ ​เจียมอนุกลกิจ​ ​อายุรแพทย์​โรคหัวใจ​ ​โรงพยาบาลเจ้าพระยา​ ​ที่มาร่วมงาน​ ​และ​เป็น​ 1 ​ใน​ผู้​สนับสนุนการจัดงานครั้งนี้​ ​ได้​รีบรุดขึ้นไปบนเวที​เพื่อปฐมพยาบาล​ ​ขณะที่นายสุวิทย์​ ​คุณกิตติ​ ​รองนายกฯ​ ​พร้อม​ด้วย​นายพิชายชื่นสุขสวัสดิ์​ ​บรรณาธิการอำ​นวยการโพสต์​ ​พับลิชชิ่ง​ ​ซึ่ง​นั่ง​อยู่​แถวหน้าสุด​ ​ก็รีบตามขึ้นไป​ช่วย​เหลือบนเวที​

ผู้​สื่อข่าวรายงานว่า​ ​จาก​การสอบถาม​ผู้​ใกล้​ชิดนายมิ่งขวัญ​ ​ทราบว่านายมิ่งขวัญมีอาการ​ไม่​สบายมาหลายวัน​แล้ว​ ​เพราะ​เครียด​กับ​งานที่กระทรวงพาณิชย์​ ​โดย​เฉพาะ​เรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น​ ​และ​การแก้​ไขปัญหาการส่งออก​ ​ประกอบ​กับ​มี​เวลาพักผ่อนน้อยมาก​ ​แต่ละวัน​จะ​เข้า​นอนเวลา​ 01.00 ​น​. ​และ​ตื่นนอนประมาณ​ 05.30 ​น​. ​ก่อนการมาบรรยาย​ใน​ครั้งนี้​ ​หลังอาหารเที่ยงเพิ่งรับประทานยา​แก้หวัด​เข้า​ไป​ ​ทั้ง​นี้​ ​ตั้งแต่ช่วง​เช้า​ ​นายมิ่งขวัญ​ได้​เข้า​ร่วมประชุมที่ทำ​เนียบรัฐบาล​ ​และ​มาร่วมงานโพสต์​ ​ฟอรั่ม​ 2008 ​โดย​ก่อน​จะ​ขึ้นรถนายมิ่งขวัญมีท่าทีที่อิดโรย​ ​และ​กล่าว​กับ​ผู้​สื่อข่าว​ด้วย​น้ำ​เสียงซึมๆ​ว่า​ ​วันนี้​ไม่​ค่อยสบาย​ ​ปวดหัว​ ผู้​สื่อข่าวรายงานว่า​ ​อาการ​เป็น​ลมของนายมิ่ง​-​ขวัญ​ไม่​ได้​เพิ่งเกิด​เป็น​ครั้งแรก​ ​เมื่อประมาณ​ 1 ​ปี​เศษที่ผ่านมา​ ​สมัยที่ดำ​รงตำ​แหน่ง​ ​ผอ​.​อ​.​ส​.​ม​.​ท​. ​ที่​ต้อง​ลุยงานอย่างหนัก​ ​นายมิ่งขวัญเคย​เป็น​ลมจมน้ำ​ใน​สระว่ายน้ำ​ ​ที่​ ​บ้านถนนพัฒนาการมา​แล้ว​ ​แต่​โชคดีที่คนขับรถเห็น​เข้า​ ​และ​นำ​ตัวขึ้นมา​จาก​สระ​และ​ทำ​การปั๊มหัวใจ​ช่วย​เหลือ​ไว้​ได้​ทัน

ข่าวตัดต่อจาก ไทยรัฐ


รายงานล่าสุด คุณมิ่งขวัญพ้นขีดอันตราย รอผลตรวจเอ็กซเรย์กระโหลกศรีษะ
ขอบคุณครับ ที่ตั้งใจทำงาน แต่ใจเย็น ๆ หน่อยก็ได้ครับ ถ้าต้องเปลี่ยนตัว รมว พาณิชย์ อีกก็ไม่รู้จะฝากความหวังไว้ที่ใครในรัฐบาลชุดนี้
-- pC --

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

ดร​.​อาจองแนะ​เติบโตอย่างมั่นคง​ใน​กระ​แส"​โลกาภิวัตน์​"



​เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา​ ​มีกิจกรรมน่าสนใจที่คลับ​ ​ทีน​ ​วอยซ์​ ​ของบริติช​ ​เคานซิล​ ​จัดขึ้นที่​โรงแรมโนโวเทล​ ​สยามสแควร์​ ​ซึ่ง​ ​ดร​.​อาจอง​ ​ชุมสาย​ ​ณ​ ​อยุธยา​ ​ได้​มาบรรยายแบบสบายๆ​ ​แต่​ได้​สาระ​ใน​หัวข้อ​ “Global Citizens-​สุดยอดคุณสมบัติสู่การ​เป็น​พลเมืองโลกยุค​ใหม่​”

เหลือเชื่อที่งานนี้​จะ​เห็นเยาวชนวัยทีน​ ​อายุตั้งแต่​ 13-19 ​ปีควงแขน​ผู้​ปกครองมาฟัง​ ​ดร​.​อาจอง​ ​พูด​ถึง​ความ​สำ​คัญของการ​เป็น​พลเมืองโลกที่ดี​ ​และ​การเตรียมตัวด้านการศึกษา​และ​ทักษะที่สำ​คัญเพื่อเติบโตอย่างมั่นคง​ ​ใน​กระ​แสโลกาภิวัตน์​กัน​แบบแน่นขนัด​ ​และ​ที่น่าชื่นใจที่สุดคือ​ ​มี​เด็กกลุ่มหนึ่งสนใจที่​จะ​รู้ว่า​ “​พลเมืองโลกที่ดี​” ​ควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไร​

ดร​.​อาจอง​ ​ได้​ให้​ความ​เห็น​ถึง​ “​พลเมืองโลกที่มีคุณภาพ​” ​ซึ่ง​เป็น​เทรนด์​ใหม่​ของการพัฒนาว่า​ ​พลเมืองโลกที่มีคุณภาพ​ ​คือบุคคลที่มี​ความ​มั่นใจ​และ​มี​ความ​คิดสร้างสรรค์​ ​รู้จักพัฒนาตนเองผ่านการศึกษา​และ​การเรียนรู้ตลอดชีวิต​ ​มี​ความ​สามารถ​ใน​การสื่อสารภาษาอังกฤษ​และ​ภาษา​อื่นๆ​ ​ได้​ ​เข้า​ใจบทบาทหน้าที่​และ​ความ​รับผิดชอบของตน​ทั้ง​ใน​ด้านจริยธรรม​และ​การกระทำ​ต่อชุมชนที่​อยู่​อาศัย​ ​ประ​เทศ​และ​ระดับโลก​ ​เป็น​ผู้​ที่สนใจ​ ​เคารพ​ ​และ​เข้า​ใจ​ใน​วัฒนธรรม​อื่นๆ​ ​ให้​ความ​ร่วมมือ​และ​ช่วย​เหลือ​ใน​เรื่องต่างๆ​ ​ที่ส่งผลกระทบระดับโลก​



สรุปง่ายๆ​...​พลเมืองที่มีคุณภาพของโลกอนาคต​จึง​ไม่​ใช่​แค่คนเก่ง​ ​แต่​เป็น​คนที่​ทั้ง​เก่ง​ ​ฉลาด​ ​ดี​ ​และ​มี​ความ​รับผิดชอบต่อ​ส่วน​รวม​!

แม้กิจกรรมของคลับทีนวอยซ์ครั้งนี้​ ​จะ​จบลงไป​แล้ว​ ​แต่บริติช​ ​เคานซิล​ ​มีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำ​หรับเยาวชนเช่นนี้​อยู่​อย่างสม่ำ​เสมอ​ ​ดัง​นั้น​นักเรียนนักศึกษา​ทั่ว​ไปที่สนใจ​จะ​เข้า​ร่วมกิจกรรมดีๆ​ ​และ​ได้​สาระ​แบบนี้​ ​สามารถ​ตรวจสอบตารางกิจกรรม​ ​หรือ​สมัครสมาชิก​ได้​โดย​ ​ไม่​เสียค่า​ใช้​จ่าย​ใดๆ​ ​ที่​ http://teenvoice.britishcouncil.or.th ​หรือ​สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม​ ​โทร​.0-2652-5480-9

.........



ล้อมกรอบ

.........

ดร​.​อาจอง​ ​เป็น​ที่รู้จัก​กัน​ดี​อยู่​แล้ว​ว่า​เป็น​อดีตนักเรียนที่มีผลการเรียนดี​เลิศ​ ​เป็น​นักวิชาการที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย​ ​และ​เป็น​ที่รู้จัก​ใน​วงกว้าง​จาก​โฆษณาชิ้นหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน​ ​ว่า​เป็น​ผู้​ออกแบบ​และ​สร้างอุปกรณ์ควบคุมการลงจอดบนพื้นดาวอังคารของยานอวกาศไวกิ้ง​ ​นาซา​เคยยื่นข้อเสนอ​ด้วย​เงินเดือนมหาศาลเพื่อ​ให้​ ​ดร​.​อาจอง​ ​ทำ​งานที่นั่นต่อแต่ท่านเลือกที่​จะ​กลับมาทำ​ประ​โยชน์​ให้​แผ่นดินเกิด​

นอก​จาก​นี้​ ​ท่าน​เป็น​ผู้​เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์​ ​แต่ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง​ ​และ​นำ​มา​เป็น​หลัก​ใน​การดำ​เนินชีวิต​ ​ขณะนี้ท่าน​ยัง​เป็น​ผู้​บริหารโรงเรียนสัตยา​ไสที่มุ่งถ่ายทอด​ให้​เด็กๆ​ ​มีคุณธรรม​ ​จริยธรรม​ ​ควบคู่​ไป​กับ​วิชา​ความ​รู้



ที่มา คมชัดลึก

ลุงเหลือ​ยอดนักประดิษฐ์

ถ้า​พูด​ถึง​งานอดิ​เรก​ใน​ช่วงบั้นปลายชีวิตของคนชรา​ทั่ว​ไป​ส่วน​ใหญ่​ ​คง​จะ​หนี​ไม่​พ้นการปลูกต้นไม้​ ​นั่งเล่นหมากรุก​ ​อยู่​กับ​บ้านเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน​ ​หรือ​เข้า​วัดฟังเทศน์ฟังธรรม​ ​หากแต่มีชายชราคนหนึ่งที่วันๆ​ ​หนึ่ง​ ​เกือบตลอด​ 24 ​ชั่วโมง​ ​ใช้​เวลาหมดไป​กับ​การนั่งคิดสร้างสรรค์​ ​ประดิษฐ์คิด​ค้น​สิ่งต่างๆ​ ​ตามหัวคิดแบบชาวบ้านๆ

นักประดิษฐ์ชาวบ้าน​ ​นักวิทยาศาสตร์​ ​ป​.4 ​หรือ​ใคร​จะ​ให้​นิยามอะ​ไรก็ตาม​ ​แต่คน​ใน​แถบ​ ​อ​.​แม่​แตง​ ​จ​.​เชียง​ใหม่​ ​จะ​คุ้นตา​กัน​ดี​กับ​ชายชราร่างสูง​ใหญ่​วัยเกือบ​ 80 ​ปี​ ​ที่ผมเผ้ามี​แต่​จะ​ลดน้อยถอยลง​ ​ฟันฟางก็หักหมดปาก​ ​วันๆ​ ​ง่วน​อยู่​กับ​กองเศษวัสดุ​เหลือ​ใช้​มากมายที่คนนำ​ไปทิ้งขว้าง​ ​เศษขยะต่างๆ​ ​เหล่านี้​ ​ชายชราคนเดียว​กัน​กลับมองว่าของทุกอย่างล้วน​ ​มีประ​โยชน์ทุกชิ้น​ไม่​ควร​จะ​ทิ้งอย่างไร้ค่า​ ​ฉะ​นั้น​ ​บ้านไม้สองชั้น​ทั้ง​หลัง​จึง​เต็มไป​ด้วย​เศษวัสดุสิ่งของมากมายหลากหลายชนิดที่​แออัดยัดเยียด​อยู่​ใน​ทุกพื้นที่ของบริ​เวณบ้าน

ชายชราที่กำ​ลังเอ่ย​ถึง​คนนี้​ ​มีชื่อว่า​ "ลุงเหลือ​ ​เปรมปราคิน" ​อดีตลูกจ้างประจำ​ของกรมชลประทาน​ ​ที่​เริ่มต้นทำ​งานตั้งแต่อายุ​ 22 ​ปี​ ​จนกระทั่ง​ถึง​วัย​ ​ปลดเกษียณ

"ตอนเด็กๆ​ ​ผมชอบแกะนู่นแกะนี่​ ​ชอบสงสัยว่า​เครื่องยนต์กลไกมัน​เป็น​อย่างไร​ ​และ​ผมก็​เรียนรู้ทุกอย่าง​ด้วย​ตัวเองตลอด​ ​ตั้งแต่​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้าทุกชนิด​ ​คอมพิวเตอร์​ ​เครื่องยนต์กลไก​ ​การออกแบบโครง​ ​สร้างต่างๆ​ ​รี​โมตคอนโทรล​ ​เครื่องไฮดรอลิกส์​ ​ช่างเชื่อม​ ​ช่างไฟฟ้า​ ​ช่างก่อสร้าง​ ​และ​อื่นๆ​ ​อีกทุกชนิด​ ​ทุกวันนี้ผมก็​ยัง​ศึกษา​ค้น​คว้า​ใน​เรื่องที่ผม​ยัง​ไม่​รู้อีกมากมาย​ ​ผมว่าการเรียนรู้​ไม่​มีที่สิ้นสุด​ ​ตราบ​ใด​ที่​เรา​ยัง​มีลมหายใจ​อยู่​"



สิ่งประดิษฐ์มากมายหลายชนิด​ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ ​หมวก​กัน​น็อคที่​สามารถ​ฟังเพลง​ได้​ ​เครื่องตัดหญ้า​แบบ​ใช้​รี​โมตคอนโทรล​ ​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์​ ​เครื่องบินบังคับวิทยุ​ ​แม้กระทั่งเครื่องบิน​เล็ก​ที่​ใช้​ขับ​ได้​จริง​ ​สิ่งประดิษฐ์​เหล่านี้ล้วนเกิด​จาก​เศษวัสดุ​เหลือ​ใช้​ทั้ง​นั้น

แต่​ใน​จำ​นวนสิ่งประดิษฐ์มากมายหลากหลายที่ผ่านมันสมอง​ ​ผ่านหัวคิดสร้างสรรค์​ ​จินตนาการของนักประดิษฐ์ชาวบ้านๆ​ ​แบบลุงเหลือ​ ​ก็คง​ไม่​มีสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนน่าทึ่ง​เท่า​กับ​สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้​ ​นั่นก็คือ​ "จานดาวเทียมกระทะ​เหล็ก" ​ของลุงเหลือนั่นเอง

"ช่วงที่มีจานดาวเทียม​เข้า​มา​เมืองไทย​ใหม่ๆ​ ​ที่สร้างขึ้นมาที่สถานีจานดาวเทียมที่ศรีราชา​ ​กว้าง​ 29 ​เมตร​ ​หนัก​ 200 ​กว่าตัน​ ​ลงทุนไป​ทั้ง​หมด​ 141 ​ล้านบาท​ ​ผมก็สนใจ​ ​และ​พยายามศึกษา​ค้น​คว้ามาตลอด​ ​โดย​หา​ความ​รู้​จาก​หนังสือ​ทั่ว​ไป​ทั้ง​อเมริกา​และ​อังกฤษ​ ​ผมอ่านภาษาอังกฤษ​ไม่​ออกหรอก​ ​แต่​เราก็​ใช้​ตัว​ช่วย​ให้​คอมพิวเตอร์ทำ​การแปล​ให้​ ​ผมก็ศึกษา​ค้น​คว้ามา​เรื่อยๆ​ ​จนจานดาวเทียม​เป็น​ที่​แพร่หลายมากขึ้น​ ​ราคาก็​เริ่มลดลงประมาณ​ 38,000 ​บาท​ ​แต่​เงินเดือนของผม​ไม่​กี่บาท​ ​ผม​จึง​รวบรวมเงินเก็บ​เท่า​ที่มี​ไปขอซื้อจานดาวเทียม​ ​แต่ขอซื้อเฉพาะจานอย่างเดียว​เขา​ไม่​ให้​ ​ผมก็​เลยคิด​ค้น​ทำ​เองเลย​ ​โดย​ทดลองเอาสิ่งของ​ใกล้​ตัว​ ​เช่น​ ​เหล็กอะลูมิ​เนียมตู้​กับ​ข้าว​ ​กระทะที่​เรา​ใช้​ทำ​กับ​ข้าว​ ​โดย​คิดว่าอะ​ไรที่มันสะท้อนคลื่น​ได้​นั้น​ก็​สามารถ​ทำ​ได้​หมด"



จานดาวเทียมกระทะ​เหล็กของลุงเหลือ​ ​จึง​ถูกนำ​ไปติดตั้งตามโรงเรียนต่างๆ​ ​ทั้ง​ใกล้​และ​ไกล​ ​เพื่อ​ให้​นักเรียน​ได้​เรียนรู้ระบบการศึกษาทาง​ไกล​ผ่านดาวเทียม​ ​จาก​จานกระทะ​เหล็กของลุงเหลือ​ ​ด้วย​ความ​คิดที่ว่า​ ​ความ​รู้​ไม่​ควรถูกปิดกั้น​ ​แต่ควร​จะ​กระจายไปทุกที่ทุกตำ​บล

เพราะ​เป็น​คนที่​เรียนรู้ทุกอย่าง​อยู่​ตลอดเวลา​ ​ใน​บั้นปลายชีวิตของลุงเหลือ​จึง​คิดว่าทำ​อย่างไร​จึง​จะ​ให้​ได้​งานมากที่สุด​เท่า​ที่​จะ​มาก​ได้​ ​และ​เวลาที่​เหลือ​อยู่​ก็มี​แต่ถดถอยลงไปทุกขณะ​ ​ลุงเหลือ​จึง​ใช้​เวลาอย่างคุ้มค่า​ ​และ​เป็น​ประ​โยชน์มากที่สุด

วันเวลา​ใน​ช่วงกลางวัน​ใน​แต่ละวัน​ ​ถ้า​ไม่​หมดไป​กับ​การประดิษฐ์คิด​ค้น​สิ่งต่างๆ​ ​ก็​จะ​มีคนที่สนใจเรื่องจานดาวเทียม​ทั้ง​ใกล้​และ​ไกล​เดินทางมาขอคำ​แนะนำ​บ้าง​ ​หรือ​บางวันลุงเหลือก็​จะ​เดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ​ ​ที่​เชิญมา​ ​ให้​ไปสอน​ให้​กับ​ครู​ ​อาจารย์​ ​นักเรียน​ ​ไม่​เว้นแม้​แต่สอนนักการภารโรงเกี่ยว​กับ​การบำ​รุงรักษา​ ​ส่วน​ใน​ช่วงกลางคืนลุงเหลือก็​ไม่​ได้​ทิ้งเวลา​ให้​เปล่าประ​โยชน์​ ​ศึกษา​ค้น​คว้า​ใน​อินเตอร์​เน็ต​ ​บางทีก็​เขียนโปรแกรมออโต้​แวร์​ ​เพื่อนำ​มาสร้างสื่อการเรียนการสอนบันทึกลงแผ่นซีดี​แจกจ่ายไปตามโรงเรียนต่างๆ​ ​อีก​ด้วย

"ผม​ไม่​คิดที่​จะ​ทำ​ขาย​ ​หรือ​จดลิขสิทธิ์​ ​ผมอยาก​ให้​ความ​รู้กระจายไป​ใน​ทุกพื้นที่​ ​ดัง​นั้น​ ​ผมถือว่ามัน​เป็น​กุศลที่ผม​ได้​มอบ​ให้​กับ​คน​อื่น​ ​อันดับแรกคือ​ ​ร่างกายผม​ไม่​ป่วย​ยัง​แข็งแรงดี​ ​สองผม​ความ​จำ​ยัง​ดี​ยัง​ทำ​ประ​โยชน์​ได้​ ​และ​สามคือ​ ​ผมพอ​อยู่​พอกิน​ไม่​ได้​อยากร่ำ​รวยอะ​ไร​ ​ฉะ​นั้น​ ​เรื่องเงินเรื่อง​เล็ก​ ​ถ้า​ตัวเรา​อยู่​สุขสบาย​แล้ว​ล่ะก็​ ​วิธีคิดเหล่านี้ผม​ได้​มา​จาก​พระราชดำ​รัสของ​ใน​หลวง​ ​คือคิดอะ​ไร​ให้​มันง่ายๆ​ ​เข้า​ไว้​อย่าสลับซับซ้อน​ ​คน​อื่น​เขา​จะ​ได้​ทำ​ตาม​ได้​"

เพราะ​เหตุ​ใด​ชายชราวัย​ใกล้​ 80 ​ปี​ ​และ​เป็น​นักประดิษฐ์ฝีมือชาวบ้าน​ ​จึง​สามารถ​เรียนรู้​ ​สร้างสรรค์​ ​คิด​ค้น​สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ​ ​ไว้​อย่างมากมาย​ ​ถ้า​หาก​ไม่​มี​ความ​เชื่อเกี่ยว​กับ​เรื่องของการเรียนรู้ตลอดเวลา​ ​ที่สำ​คัญก็คือว่า​เมื่อเรียนรู้​แล้ว​ ​ลุงเหลือเอา​ความ​รู้ของตนเองไปทำ​คุณประ​โยชน์​ให้​กับ​สังคมต่อไปอีก​ ​ใน​ยุคสมัยที่คน​ส่วน​ใหญ่​มัก​จะ​เป็น​ผู้​รับมากกว่าการ​เป็น​ผู้​ให้​ ​ลุงเหลืออาจ​จะ​มีคำ​ตอบ​ให้​กับ​การนำ​ความ​รู้​เพื่อไปสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ​ ​ให้​กับ​ผู้​อื่น​อีกมากมาย​ ​เพราะ​การ​เป็น​ผู้​ให้​ย่อมมี​ความ​หมายต่อการ​เป็น​ผู้​รับอย่างแน่นอน

ที่มา มติชน

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

สุดยอดอาจารย์

นักเทศน์หน้า​เสาธง​ "ถาวร​ ​ชัยจักร"...​ผอ​.​ร​.​ร​.​มัธยมฐานบิน





​"​ให้​เชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา​เวลา​ ๐๘.๐๐​น​. ​หรือ​เวลา​เข้า​เรียน​ใน​ตอน​เช้า​ตาม​ความ​เหมาะสม​ ​ส่วน​การลดธง​ใน​ตอนเย็น​ ​ให้​ลดธง​ใน​เวลา​ ๑๘.๐๐​น​. ​ทั้ง​นี้นักเรียนร้องเพลงชาติ​ใน​ขณะ​เชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา​ด้วย​ตนเอง​ ​ห้าม​ใช้​วิทยุ​หรือ​แผ่นเสียง​ ​แต่​ถ้า​สถานศึกษา​จะ​ใช้​แตรวงบรรเลงประกอบการร้องของนักเรียน​ด้วย​ก็​ให้​กระทำ​ได้​"





​ที่กล่าวมาข้างต้น​ ​เป็น​การเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาของสถานศึกษา​ซึ่ง​เป็น​การปฏิบัติตามระ​เบียบการเชิญธงชาติสยาม​ ​โดย​ประกาศ​ใช้​ครั้งแรก​ใน​ ​พ​.​ศ​.๒๔๗๙​นอก​จาก​นี้​แล้ว​ยัง​มีกิจกรรมที่สำ​คัญอีก​ ๒ ​อย่าง​ ​ที่​โรงเรียนปฏิบัติ​เหมือน​กัน​คือ​ สวดมนต์​ไหว้พระและ​ ฟังการอบรม​จาก​ครูหรือ​ฟังครูด่านั่นเอง​
​แต่การเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาของโรงเรียนมัธยมฐานบินกำ​แพงแสนอ​.​กำ​แพงแสน​ ​จ​.​นครปฐม​ ซึ่ง​มีนายถาวรชัยจักร​ เป็น​ผู้​อำ​นวยการ​แล้ว​กลับมี​ความ​แตกต่าง​จาก​โรงเรียน​ทั่วๆ​ ​ไปอย่างสิ้นเชิง​ ​กล่าวคือ​ ​การเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา​เป็น​พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์​ ​มีการกล่าวคำ​ปฏิญาณตน​ ​ที่สำ​คัญคือ​ ​นายถาวร​จะ​ยืนเล่านิทานธรรมะ​และ​นิทานชาดก​ ​ก่อนเคารพธงชาติทุกๆ​ ​เช้า​ ​ให้​นักเรียนกว่า​ ๒,๕๐๐​คน​ ​ฟัง​ ​โดย​ไม่​เคย​ซ้ำ​เรื่อง​กัน​เลย​ ​และ​ทำ​มาติดต่อ​กัน​เป็น​ปีที่​ ๖ ​แล้ว​ ​ซึ่ง​อาจ​จะ​เรียก​ได้​ว่า​ ผอ​.​ถาวร​ คือ ​นักเทศน์หน้า​เสธง​ ก็​ได้​
​เพราะ​เรา​ไม่​สามารถ​บรรจุวิชาศีลธรรม​ไว้​ใน​หลักสูตร​ได้​เพราะ​เวลา​เรียนมีขอบเขตจำ​กัด​ ​โรงเรียน​จึง​ใช้​วิธีทำ​หลักสูตร​โดย​บรรจุวิชาศีลธรรม​ไว้​ใน​พิธีกรรมหน้า​เสาธง​ ๑ ​ชั่วโมง​ ​โดย​จะ​แบ่ง​กับ​รอง​ ​ผอ​.​อีก​ ๓ ​คน​ ​มา​ช่วย​สอน​และ​ช่วย​เล่านิทานธรรมะ​ ​ทั้ง​นี้​แต่ละคน​ต้อง​เขียนแผนที่​จะ​พูดแต่ละวัน​ด้วย​ ​เมื่อรวม​แล้ว​ ​นักเรียน​จะ​มี​ความ​รู้ด้านศีลธรรมครอบคลุมทุกเรื่อง​ ​นี่คือเหตุผลของนายถาวร​



​พร้อม​กับ​เล่า​ให้​ฟังว่าวันแรกที่ยืนเล่านิทานธรรมะ​ ​เด็ก​ไม่​สนใจฟังเลย​ ​แต่ก็​ไม่​คิดโทษเด็ก​ ​แต่กลับมองที่ตัวเรา​เองว่า​ ​หานิทาน​ไม่​สนุก​ ​หรือ​วิธีการนำ​เสนอที่​ไม่​ได้​เรื่อง​กัน​แน่​ ​จาก​นั้น​ก็ปรับปรุงเรื่อยมา​ ​ทุกๆ​ ​เช้า​จะ​ไม่​ไปไหน​ ​เพราะ​มีหลักที่ว่า​ ​นักเรียน​ต้อง​มี​ความ​สำ​คัญที่สุด​ ​ด้วย​เหตุนี้​ ​ถ้า​ใครนัดประชุม​เช้า​นอกโรงเรียน​ ​ผม​จะ​ปฏิ​เสธ​ ​หรือ​จะ​ส่งครูคน​อื่น​ไปแทน​ ​ซึ่ง​ตลอดเวลาของการ​เป็น​ผู้​อำ​นวยการมา​ ๖ ​ปี​ ​เล่านิทานธรรมะ​ ​รวม​ทั้ง​นิทานชาดกทุกวัน​ ​โดย​ไม่​ซ้ำ​เรื่อง​กัน​ ​โดย​เรื่องที่นำ​มา​เล่า​นั้น​ทั้ง​จาก​การอ่านหนังสือ​ ​และ​ดูรายการพุทธศาสนาทางโทรทัศน์ของดี​เอ็มซี​ ​ทั้ง​นี้​จะ​เขียน​ไว้​ทุกๆ​ ​วัน​
​วันไหนนิทานสนุกเล่ามัน​ ​เด็ก​จะ​ไม่​คุย​ ​ถ้า​เด็กคุย​จะ​ไม่​โทษเด็ก​ ​ครู​ผู้​เล่าต่างหากที่นำ​เสนอเนื้อหาที่​ไม่​น่าสนใจ​ ​รวม​ทั้ง​เรื่องการสอนหนังสือ​ด้วย​ ​การที่ครู​โทษเด็กว่า​ ​ไม่​สนใจเรียนคุย​กัน​ ​ครู​ต้อง​มอง​และ​สำ​รวจตัวเองก่อนว่า​ ​ได้​เตรียมเนื้อหามาสอน​เป็น​ที่น่าสนใจ​หรือ​เปล่า​ ​ครูคนไหนโทษเด็ก​ ​คือครู​ไม่​รู้จักตัวเอง​ ​นายถาวร​ ​กล่าว​
​นอก​จาก​ความ​โดดเด่นของพิธีกรรมหน้า​เสาธง​แล้ว​ยัง​มีนโยบายที่​โดดเด่นอีก​ ๒ ​อย่าง​ ​คือ​ ​นักเรียนทุกคน​ไม่​ต้อง​สอบ​เข้า​ ​เมื่อมาสมัครเพื่อที่​จะ​เข้า​เรียน​แล้ว​ ​โรงเรียน​จะ​มอบหนังสือคู่มือ​ผู้​ปกครองไป​ให้​ฟรีๆ​ ๑ ​เล่ม​ ​ผู้​ปกครอง​ต้อง​กลับไปอ่าน​ ​ถ้า​อ่าน​ไม่​ออก​ ​ลูก​ต้อง​อ่าน​ให้​ฟัง​ ​เนื้อหาของหนังสือ​จะ​ออกไป​ใน​แนวการเลี้ยงลูก​และ​ธรรมะ​ ​พร้อม​กับ​ให้​ข้อสอบไป​ช่วย​กัน​ทำ​ทั้ง​ครอบครัวอีก​ ๑๐๐ ​ข้อ​ ​ใน​วันมอบตัว​ผู้​ปกครอง​จะ​ต้อง​สอบ​ ​ทั้ง​นี้​จะ​นำ​ข้อสอบ​ทั้ง​ ๑๐๐ ​ข้อ​ ​มา​เลือก​ให้​เหลือ​ ๕๐ ​ข้อ​ ​โดย​จะ​สลับข้อ​กัน​ทั้ง​ข้อเขียน​และ​เลือกคำ​ตอบ​ ​ถ้า​ผู้​ปกครองสอบ​ไม่​ผ่าน​ ​ลูกของ​ผู้​ปกครอง​จะ​ไม่​ได้​เรียน​
​ทั้ง​นี้นายถาวรพูด​ไว้​อย่างน่าคิดว่าพูดเรื่องดีๆ​ทุกๆ​ ​เช้า​ ​พูดเรื่องดีๆ​ ​ทุกวัน​ ​จะ​ทำ​ให้​ผู้​ที่​ได้​ยิน​และ​ผู้​ที่พูดคิด​และ​ทำ​ใน​สิ่งดีๆ​ ​ด้วย​ ​เด็กดี​ไม่​ดีอย่า​โทษเด็ก​ต้อง​โทษพ่อแม่ครู​ผู้​ปกครองว่า​ ​ฝีมือ​ไม่​ถึง​ที่​จะ​สอน​ให้​เด็ก​เป็น​คนดี​ได้​ ​โรงเรียน​ค้น​พบกุญแจสำ​คัญที่ว่า​ ​การแก้ปัญหา​ต้อง​แก้ที่​เหตุ​ ​และ​เหตุที่​เด็ก​จะ​ดี​ ​หรือ​ไม่​ดี​ ​ไม่​ได้​อยู่​ที่ครู​ ​หาก​อยู่​ที่สถาบันครอบครัว​เป็น​หลัก​ ​พ่อแม่​เป็น​ครูคนแรก​ ​ถ้า​ครูคนแรกดีลูกย่อมดี​ด้วย​ ​ครูที่​โรงเรียน​เป็น​เพียงครูคนที่​๒-๓ ​เท่า​นั้น​ ​แม่​แบบ​หรือ​แม่พิมพ์​ซึ่ง​หมาย​ถึง​ครู​จึง​เป็น​สิ่งสำ​คัญ​
​ส่วน​อีกสิ่งหนึ่งคือโรงเรียนนี้​ไม่​มีกระดิ่ง​ ​ระฆัง​ ​รวม​ทั้ง​สัญญาณ​ใดๆ​ ​เป็น​เครื่องบอกเวลา​เข้า​แถวหน้า​เสาธง​ ​เวลาหมดคาบ​ ​เวลาพักกลางวัน​ ​รวม​ทั้ง​เวลา​เลิกเรียน​ ​ที่​เป็น​เช่นนี้​เพราะ​เกิด​จาก​การฝึกอบรมเรื่องระ​เบียบวินัย​ ​ทุกคนมีนาฬิกา​ ​ทุกคนมี​เวลา​เป็น​ของตัวเอง​ ​ทุกคนรู้หน้าที่​ ​และ​มีวินัย​ใน​ตัวเอง​ ​กระดิ่ง​ ​ระฆัง​ ​รวม​ทั้ง​สัญญาณ​ใดๆ​ ​จึง​ไม่​ใช่​สิ่งสำ​คัญ​ ​โรงเรียนแห่งนี้​ทั้ง​ครู​และ​นักเรียน​ไม่​ได้​ยินเสียงเหล่านี้มากว่า​ ๕ ​ปี​ ​แล้ว​
"พุทธศาสนา​ไม่​ได้​สอน​ให้​ท่องจำ​หลักคำ​สอน​ ​การท่องจำ​หลักคำ​สอน​ได้​ทุกข้อ​หรือ​จะ​สู้การปฏิบัติตามหลักคำ​สอนเพียงข้อเดียว​ ​ถ้า​นักเรียนมีศีลธรรม​ ​มีวินัย​ ​รู้หน้าที่​ ​สิ่งที่ตามมาคือ​ ​การเอา​ใจ​ใส่​ต่อการเรียน​ ​เอา​ใจ​ใส่​ต่อการอ่าน​ ​มี​ความ​เพียรพยามยาม​ ​ซึ่ง​เป็น​จุดเริ่มต้นของการเรียนเก่งนั่นเอง" ​นายถาวร​ ​กล่าวทิ้งท้าย​

เสียง​จาก​ทีมบริหาร​
อ​.​ประ​เจิด​อยู่​สงค์​ รอง​ผู้​อำ​นวยการกลุ่มบริหารวิชาการบอกว่า​ ​นอก​จาก​ความ​โดดเด่นเรื่องศีลธรรมของนักเรียน​แล้ว​ ​ศีลธรรมของครูก็​แตกต่าง​จาก​โรงเรียน​อื่นๆ​ ​เดิมทีครูกินเหล้า​ ​สูบบุหรี่​ ​พอๆ​ ​กับ​นักเรียน​ ​แต่​เมื่อครู​ได้​ยินครู​ใหญ่​ฝึกอบรมศีลธรรมนักเรียนหน้า​เสาธง​ ​ซึ่ง​ครู​ทั้ง​โรงเรียนก็ฟัง​อยู่​ด้วย​ ​ทำ​ให้​ครู​เกิด​ความ​ละอายนักเรียน​ ​จาก​ที่กินเหล้าสูบบุหรี่​อยู่​ก็ทยอยเลิก​ ​ใน​ที่สุดจำ​นวนครูที่กินเหล้าสูบบุหรี่​ ​เกือบ​จะ​ไม่​มี​เลย​ ​โดย​เฉพาะ​ใน​ระดับ​ผู้​บริหารถือว่า​ไม่​มี​เลย​
​ปี​แรกครู​ให้​ความ​สนใจ​กับ​แนวคิดของผอ​.​เพียงร้อยละ​ ๑๐ ​เท่า​นั้น​ ​ปีถัดมาก็​เพิ่มขึ้น​ ​จน​ถึง​ปีที่​ ๔ ​ครู​จึง​เห็น​ด้วย​เกือบเต็มร้อย​ ​ที่​เห็นชัดเจน​ ​คือ​ ​กินเหล้าสูบบุหรี่​ ​รวม​ทั้ง​เรื่องชู้สาว​ ​หาย​จาก​โรงเรียนแห่งนี้​ไปเลย​
​นอก​จาก​นี้​แล้ว​ครูทุกคน​ใน​โรงเรียน​ซึ่ง​มี​อยู่​เกือบ​ ๑๓๐ ​คน​ ​จะ​ต้อง​สอบวัดผลเรื่องคุณธรรมจริยธรรมทุกๆ​ ​ปี​ ​ด้วย​
​"​ใน​ส่วน​ของ​ผู้​ปกครอง​ ​ก็​เช่น​กัน​ ​แรกๆ​ ​ก็​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​นโยบายของโรงเรียน​ ​แต่​เมื่อโรงเรียนบอกว่า​ ​ทุกสิ่งที่​เราทำ​ ​เรา​ไม่​ได้​ทำ​เพื่อตัวเอง​ ​หรือ​ทำ​เพื่อโรงเรียน​ ​แต่​โรงเรียนทำ​เพื่อลูกหลานของท่าน​ ​ผู้​ปกครอง​จึง​เห็น​ด้วย​กับ​โนยบายของโรงเรียน" ​อ​.​ประ​เจิด​ ​กล่าว​
0 ​เรื่อง​ / ​ภาพไตรเทพ​ ​ไกรงู​ 0

ข้อมูลจาก คมชัดลึก