วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

เสรีนี้หนึ่งเดียว (2)

สวัสดีค่ะ..ท่านผู้อ่าน Web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

ถึงวัน พักผ่อน สบาย ๆ อีกแล้วนะคะ ผู้เขียนวางแผนไว้ในใจว่า จะหา บทกลอนดี ๆ น่ารัก ๆ มาฝากท่านผู้อ่าน Web blog นี้ทุกเช้าวันเสาร์ จะพยายามทำอย่างที่ตั้งใจไว้ค่ะ เพื่อแทนความรู้สึกที่อยากมอบให้กับผู้อ่านทุกท่าน
หนังสือเล่มนี้ ...มีเรื่องราวมากมายให้ติดตาม เป็นความงามจากธรรมชาติ และ เรียนรู้จิตใจตนเอง ..วันนี้ขอนำเสนออีก 4 บทกลอน เป็นกำลังใจ ...เชิญติดตามค่ะ



มีเพื่อนเป็นคู่คิด
ถูกหรือผิดคอยติงเตือน
ถึงใครเขาแชเชือน
เพื่อนไม่ทิ้งยังจริงใจ
ปวดร้าวหลายคราวครั้ง
เพื่อนสร้างหวังให้สู้ใหม่
ร่วมต้านผองมารภัย
พร้อมเสพสุขทุกข์ด้วยกัน
ซึ้งในน้ำใจนี้
เกินวลีเอ่ยรำพัน
จึงร้อยถ้อยจำนรรจ์
แทนมาลัยให้มิ่งมิตร


ทางสายนี้มากด้วยขวากหนาม
แต่จุดหมายคือนิยามความสูงส่ง
หากมุ่งมั่นยึดถือความซื่อตรง
มรรคผลคงอยู่ไม่ไกลเกินไขว่คว้า
ขอเพียงความจริงใจในสำนึก
พร้อมสู้สึกรายทางที่ขวางหน้า
เพียงบากบั่นสรรสร้างทางสัมมา
สิ่งล้ำค่าย่อมไม่พ้นมือคนจริง



พักเถิดพักผ่อนเมื่ออ่อนล้า
หลับเถิดหลับตาอย่าสับสน
ด้วยทุกบททุกตอนละครคน
มีทุกข์ทนมีสุขเศร้าเคล้ากันไป
พักเพื่อเพิ่มแรงเพียรในวันพรุ่ง
มาดมุ่งผดุงธรรม์ไม่หวั่นไหว
ถักทออุดมการณ์งานกว้างไกล
พร้อมจุดไฟแห่งความหวังให้สังคม


....เหนื่อยใช่ไหม
อยากพักใจสักครั้งหรือยังเพื่อน
ทุกข์ร้อนอ่อนระอาอย่าแชเชือน
มาสิเพื่อนนั่งลงที่ตรงนี้
เพื่อพักผ่อนทักทายดอกไม้ไหว
ดูน้ำใสไหลเอื่อยระเรื่อยรี่
ฟังลำนำธรรมรสบทกวี
และดื่มซับสุนทรีย์ให้ชีวิต


ที่มา : เรื่อง ....เสรีนี้หนึ่งเดียว โดย อิสรา สำนักพิมพ์ ฟ้าอภัย. 2535.
ภาพ ...Canon digital IXUS 60 ...สีตะวัน

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

ยอดอาหารสุขภาพ 9 อย่าง

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่าน Web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

วันนี้มีเรื่องราวการดูแลสุขภาพมาฝากค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน กินดี อยู่ดี ก็มีความสุขนะคะ โรคภัยเบียดเบียนน้อยลง หรือไม่เบียดเบียนเลยยิ่งดีใช่ไหมคะ ค่ะ ...ก็ขอแนะนำ ยอดอาหารสุขภาพ 9 อย่าง หรือ 9 รายการ ประกอบด้วย บร็อกโคลี่ กระเทียม ถั่วแดง นมพร่องมันเนย ส้ม ปลาแซลมอน เต้าหู้ มะเขือเทศ และน้ำ
ลองมาอ่านรายละเอียดของแต่ละข้อ และถ้าปฏิบัติได้ก็จะเป็นยอดของการมีสุขภาพดีเลยทีเดียว

1. บร็อกโคลี่ คือ ซูปเปอร์ผักในตระกูลกะหล่ำ ยอดนิยมของนักบริโภคทั่วโลก มีคุณค่าทางอาหารสูง เบต้าแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันมะเร็ง ป้องกันการเกิดต้อกระจก เนื่องจากมีวิตามินซีสูง มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย และยังช่วยให้ผนังเส้นเลือดแข็งแรงอีกด้วย สารบางชนิดในบร็อกโคลี่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไขข้ออักเสบ โรคเบาหวานและโรคหัวใจ และนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยลดระดับความดันโลหิตสูง หากสามารถรับประทานได้เป็นประจำ และสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ถ้วยตวง ก็จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ค่ะ

2. กระเทียม ศัตรูตัวฉกาจของบรรดาผีดิบฝรั่งนั้น มีสรรพคุณช่วยลดคลอเลสเตอรอล และมีฤทธิ์คล้ายกับยาแอสไพริน ในการช่วยป้องกันการแข็งตัวและการอุดตันของหลอดเลือด แถมกระเทียมยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้คล้ายกับยาเพนนิซิลลิน โดยเฉพาะเวลาเจ็บคอ สามารถใช้กระเทียมรักษาได้ดี และยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านมได้ดี
แนะนำรับประทานวันละ 1 กลีบ สำหรับท่านที่ต้องการป้องกันโรคหัวใจ ส่วนการรับประทานโดยทั่วไปไม่มีข้อจำกัดอะไร ยิ่งรับประทานได้มากยิ่งเป็นประโยชน์ แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนเรามักจะรับประทานกระเทียมไม่ได้มากนัก เนื่องจากมีรสเผ็ดร้อนรุนแรง ส่วนใหญ่ถ้าหากไม่ได้ตั้งใจรับประทานกระเทียมจริงจัง ก็มักจะบริโภคกระเทียมปริมาณเล็กน้อยในฐานะเครื่องเทศปรุงแต่งกลิ่น รส อาหารเท่านั้นค่ะ

3. ถั่วแดง เป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของเส้นใยอาหารที่สูงมาก ดังนั้น จึงช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล ป้องกันภาวะเส้นเลือดในสมองปริ แตก ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ดี จึงสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิก ที่ช่วยบำรุงโลหิต ป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์
ถั่วแดงนอกจากจะอร่อยแล้ว ยังประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ polyphenolics ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ดีอีกด้วย ควรรับประทานให้ได้วันละ 1 ถ้วย
4. นมพร่องมันเนย เป็นแหล่งของแคลเซียมสูง ปลอดไขมัน เป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในหญิงชายวัยกลางคน ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน ในนมพร่องมันเนย นอกจากจะมีแคลเซียมสูงแล้ว ยังมีโปรแทสเซียม และแมกนีเซียมสูงอีกด้วย ขนาดความต้องการแคลเซียมของวัยหนุ่มสาว วันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนวัยสูงอายุต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
5. ส้ม ผลไม้ยอดนิยมที่มีปริมาณวิตามินซีสูง เส้นใยอาหารสูง รวมทั้งสารอาหารชนิดอื่น ๆ ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ต่อต้านมะเร็งเต้านม ควรรับประทานส้มวันละ 1 – 2 ผลเป็นประจำ

6. ปลาแซลมอน ใครที่ชอบรับประทานปลา ขอแนะนำให้รับประทานปลาแซลมอน เนื่องจาก มีปริมาณน้ำมันปลา โอเมก้า -ทรี (Omega-3s) ค่อนข้างสูง สรรพคุณของโอเมก้า-ทรี เป็นที่รู้จักทั่วไปว่า ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และช่วยควบคุมอาการไขข้ออักเสบ ลดอาการปวดรอบเดือน รวมทั้งช่วยระงับอาการซึมเศร้าได้ด้วย รับประทานให้ได้สัปดาห์ละครั้งจะดีมากค่ะ ชิ้นขนาดเท่าฝ่ามือ ก็น่าจะเพียงพอ
7. เต้าหู้ เป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดที่ได้จากพืช ทดแทนอาหารโปรตีนจากสัตว์ได้ดีทีเดียว เนื่องจากในเต้าหู้มีกรดอะมิโน ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย มีฮอร์โมนธรรมชาติ ช่วยป้องกันภาวะอาการวัยทอง ได้ทั้งหญิงและชาย หาก รับประทาน วันละครึ่งถ้วย หรือดื่มนมถั่วเหลืองวันละ 1 แก้ว ได้ก็จะเป็นการดี
8. มะเขือเทศ ในมะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดสูงมาก ช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร หากรับประทานมะเขือเทศบ่อย ๆ จะช่วยให้ผิวพรรณแจ่มใส ไม่ร่วงโรยง่าย สำหรับท่านที่ไม่ชอบรับประทานมะเขือเทศสด ๆ สามารถรับประทานซอสมะเขือเทศ หรือมะเขือเทศเชื่อมได้ แต่ถ้ารับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือมากเกินไป ท่านอาจจะได้รับสารอาหารบางอย่างเกินจำเป็นได้ เช่นน้ำตาล และโซเดียม

และ 9. สิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง คือ น้ำ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญถึง 80 % ของปริมาณของเหลวในร่างกายของคนเรา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารผ่านน้ำเข้าไปได้อย่างเต็มที่ น้ำ จึงเป็นยอดอาหารสุขภาพที่มหัศจรรย์อย่างแท้จริงสำหรับมนุษย์ การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลีย ตะคริว ป้องกันการเกิดนิ่วและรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกาย ให้คงที่และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส มีน้ำมีนวล

ยอดอาหารสุขภาพดังกล่าว เป็นอาหารทั่วไปที่เรารับประทานอยู่ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่เราสนใจ กับคุณประโยชน์ของอาหารเหล่านี้สักนิด ก็จะช่วยให้อาหารมื้อนี้มีคุณค่ามากขึ้น ส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โรคภัยไม่เบียดเบียน


สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แม่น้ำโขง หนองคาย


อาหารตา - อาหารใจ

ที่มา : เคล็ดลับการกิน เพื่อชีวิตที่ดีกว่า พิมพ์ครั้งที่ 2 ฉบับที่. 2 , 2551.
ภาพ : canon digital IXUS 60...สีตะวัน

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ริบบิ้นสีฟ้า

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้รับริบบิ้นสีฟ้า จากเพื่อนคนหนึ่งส่งมาให้จากประเทศอังกฤษ นอนคิดอยู่หลายวัน...แล้วดิฉันก็คิดได้ว่า อยากส่งริบบิ้นสีฟ้านี้ให้คุณ คุณ ทั้งหลาย ที่กำลังอ่าน web blog จิต-ใจ-ดี อยู่ในขณะนี้ เรื่องมันยาวสักเล็กน้อย อยากให้อ่านให้จบนะคะ...ขอบคุณค่ะ
......สีตะวัน

ริบบิ้นสีฟ้า

มีความรู้สึกดีๆมาให้

ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์ค ตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูลชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอน ด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคนแรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่า พวกเขามีคุณค่าเพียงใดทั้งต่อตัวครูและเพื่อนร่วมห้อง จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้ข้อความบนริบบิ้นมีว่า 'ฉันเป็นคนมีคุณค่า'จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่งด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชนเธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้นให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไปจากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและดูว่าใครยกย่องใครบ้างแล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆเพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคตแล้วมอบริบบิ้นติดให้บนเสื้อเชิ้ตจากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า...'เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่นชมผู้อื่นครับ ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง'แล้วให้ริบบิ้นเขาส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไปเพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง'ต่อมาในวันเดียวกันผู้บริหารท่านนี้เข้าพบเจ้านายเขาซึ่งเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด อารมณ์ร้ายเขานั่งลงคุยกับเจ้านายบอกเจ้านายว่า 'ลึกๆ เขายกย่องชื่นชมเจ้านายว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ'ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่งเขาถามเจ้านายว่า จะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชมและอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่

เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอกบริเวณเหนือหัวใจเมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านายเขาบอกเจ้านายว่า ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับผมอยากให้ เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้นเส้นสุดท้ายนี่ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคนพ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่>ในวงกว้างออกไป แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง

ค่ำวันนั้นชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่เขาเรียกลูกชายให้นั่งลงแล้วกล่าวว่า วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อตอนอยู่ห้องทำงาน ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อแล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจฉริยะเรื่อง ความมีหัวคิดสร้างสรรค์ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะแล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่าติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้นให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อระหว่างที่พ่อ ขับรถกลับบ้านก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดีแล้วพ่อก็นึกถึงแก พ่ออยากชื่นชมแกนะ วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมากพอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไรบางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดีเรื่องทำห้องนอนรกแต่ยังไงไม่รู้สิวันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแกอยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหนนอกจากแม่แกแล้ว ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อแกเป็นเด็ก ที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ แล้วพ่อก็รักแกนะ...

เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้นแล้วก็สะอื้นเขาไม่อาจหยุดร้องไห้ ร่างสั่นเทาไปทั้งตัวเขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา'พ่อครับ เมื่อตอนเย็นผมอยู่บนห้อง นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผมผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลยจดหมายอยู่บนห้องครับแต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ'พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจบรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานจดหมายฉบับนั้นจ่าหน้า ถึงพ่อกับแม่

ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้างส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรองก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆต่อมาอีกหลายคนเรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคตแล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขาอย่างไรบ้างหนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขาส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือเราต่างเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น

คุณไม่จำเป็นต้องส่งเมล์ฉบับนี้ต่อให้ใครแม้แต่คนเดียว..อย่าว่าแต่สองคนหรือสองร้อยคนเลยคุณอาจจะลบเมล์ฉบับนี้ทิ้ง แล้วไปเปิดดูเมล์ฉบับต่อไป ! !

แต่ถ้าคุณมีใครสักคนที่มีความหมายกับคุณมากฉันขอสนับสนุนให้คุณส่งข้อความนี้ไปให้เขาหรือเธอผู้นั้น เพื่อให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า การให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆมีคุณค่าแค่ไหนกับคนสักคนส่งเรื่องนี้ไปยังคนทุกคนที่คุณเห็นว่ามีความหมายต่อคุณมีความสำคัญต่อคุณหรืออาจส่งไปให้คนหนึ่ง..สอง..หรือสามคนที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุดหรือคุณอาจจะแค่ยิ้มที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญไม่งั้นคุณก็คงไม่ได้รับเมล์ฉบับนี้แต่แรก.........
จำไว้นะ ฉันให้ริบบิ้นสีฟ้าแก่คุณแล้ว ……….