วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จงเป็นผู้เลือก อย่าเป็นผู้ถูกเลือก^^

...รู้จักชีวิต...โดยคุรหมอวิทยา นาควัชระ:D

สาเหตุที่คนไม่กล้าเป็นผู้เลือก เพราะ

1. ชินกับของเดิม เคยเป็นอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น ชินแล้ว
ไม่อยากเปลี่ยนแปลง

2. เลือกตามคนอื่น เพราะไม่ค่อยมั่นใจตัวเอง
จึงคิดว่าปลอดภัยถ้าจะเลือกตามคนอื่น
บางคนเลือกตามคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ
โดยไม่คิดเองเลยก็มี แม้แต่จะกินอาหาร ก็เลือกสั่งตามๆ กันใช่ไหม?

3. อยากได้ความรักจากคนอื่น คิดว่าถ้าเลือกตามเขา
เขาคงรักเรา ชอบเรา จึงเลือกตามเขาโดยไม่คิดมาก

4. มีคนช่วยเหลือมากไป เลยเลือกไม่เป็น เช่น
เด็กที่พ่อแม่รักและตามใจมาก พ่อแม่ช่วยเลือกตัดสินใจให้ตั้งแต่เด็กๆ
พอโตขึ้นเลยตัดสินใจไม่เป็น เลือกเองไม่ได้

5. มีประสบการณ์ชีวิตน้อย ไม่ค่อยได้เห็นโลกกว้าง
ข้อมูลน้อย

6. กลัวความผิดพลาด กลัวถูกหาว่าเป็นคนโง่
กลัวเลือกผิด จึงคิดมาก กังวล

ขณะนี้เรารู้แล้วว่าการเป็นผู้เลือกทำให้เรามีค่า
  • จงเลือกที่จะช่วยตัวเองให้มากขึ้น
  • เลือกที่จะพึ่งคนอื่นให้น้อยลง
  • ไม่อดทนกับสิ่งที่ไม่ชอบ ไม่ฝึนทำในสิ่งที่ไม่อยากทำจริงๆ
  • เมื่อจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ก็ให้คิดว่าฉันเลือกที่จะทำหรือไม่อยากทำสิ่งนั้น
  • ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เรายังไม่สามารถแก้ไขได้ และจำเป็นต้องอยู่ต่อไปจริงๆ ก็ให้คิดว่า"ฉันเลือกอยู่กับสิ่งนี้ จะรับผิดชอบและทำให้ดีที่สุด"
  • ถ้ามีโอกาสเลือกใหม่ ฉันก็จะเลือกใหม่

เมื่อตัดสินใจเลือกแล้วให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

รับผิดชอบต่อผลของการเลือกนั้นด้วย

ถ้าได้ผลไม่ดี ไม่ถูกใจซ้ำๆ ก็มีสิทธิ์เลือกใหม่ได้

" ไม่มีคำว่าซังกะตายอยู่ ฝืนทำ หรือถูกบังคับให้ทำ

เพราะไม่มีทางเลือก...อีกต่อไป

จะมีแต่คำว่า เลือกอยู่...เลือกทำ ทั้งนั้น

ทั้งที่พอใจและไม่พอใจ

(แต่ก็ใช้คำว่า เลือกอยู่...เลือกทำแล้ว พร้อมรับผิดชอบ
และรอคอยโอกาสที่จะเลือกใหม่ต่อไป)

จะไม่มีวันเสียกำลังใจเลย

จะเกิดความภูมิใจและรู้สึกเป็นผู้ชนะในทุกโอกาส

...แม้ในยามวิกฤติ

คัดลอกจาก:กุลสตรีฉบับอ่านจบเมื่อกี้ค่ะ อิอิ:D

ความรัก...ที่แท้จริง


" สิ่งมีค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมองเห็น ..
.. ความรักที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้ "


ในโลกที่สับสนวุ่นวายนี้จะมีสักกี่คนที่จะรักเราจริง
และมีคนที่เรารักอย่างแท้จริงสักกี่คน

หากเรารู้แล้วว่าคนๆ นั้นคือใคร
อย่าปล่อยให้เวลาที่เหลือผ่านเลยไปโดยไม่ใส่ใจคนๆ นั้น

เรื่องเล่าดีๆ จากอีเมลวันนี้
เป็นเรื่องของผู้ให้ที่ไม่เคยต้องการสิ่งตอบแทน

และเราทุกคนมีผู้ให้คนนี้อยู่ข้างตัวเหมือนกัน
เพียงแต่เราจะหันไปมองหรือเปล่าเท่านั้นเอง

ใครมีเรื่องดีๆ ความรู้สึกดีๆ ส่งผ่านถึงกันทางอีเมลนะคะ


ความรักที่แท้จริง"





เช้าวันหนึ่ง ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

"ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อยได้ไหมคะ" คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น


เมื่อห่อผ้าน้อยๆ อยู่ในอ้อมกอดเธอ
เธอค่อยๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก เพื่อมองใบหน้าเล็กๆ



"กรี๊ดดดด..." เธอกรีดร้อง


หมอต้องอุ้มเด็กทารกออกไปอย่างรวดเร็ว

**เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู**


และแล้ว กาลเวลาพิสูจน์ว่า
การได้ยินของเจ้าตัวเล็ก ไม่มีปัญหา

ปัญหามีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ ใบหูที่หายไป
หลายครั้งที่เด็กชายกลับจากโรงเรียน

แล้ววิ่งมาบอกแม่ว่าถูกเพื่อนรังแก
เธอรู้ว่า หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน

เด็กชายพูดโพล่งออกมาอย่างน่าเศร้า
พวกเด็กตัวโต พวกมันล้อผมว่า

"ไอ้ตัวประหลาด"



จนกระทั่ง เจ้าหนูเติบโตขึ้น หล่อเหลา เป็นที่รักของเพื่อนๆ
เขามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี และดนตรี



เขาอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น แต่การที่เขาไม่มีใบหู
ทำให้เขาไม่อยากเจอใคร "ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก"

แม่กล่าวด้วยความสงสารลูก
พ่อของเด็กชาย ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว

และได้รับข่าวดีจากหมอว่า "ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ
ถ้ามีผู้บริจาค แต่ใครล่ะ จะเสียสละใบหู เพื่อเด็กน้อยคนนี้"



คุณหมอกล่าว จนกระทั่ง 2 ปีผ่านไป
พ่อบอกกับลูกชาย "ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ

พ่อกับแม่ หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว แต่นี่เป็นความลับ"


การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี และแล้วคนๆ ใหม่ก็เกิดขึ้น
เขากลายเป็นผู้มีพรสวรรค์ เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน

ในมหาวิทยาลัย จนเป็นที่กล่าวขานกันรุ่นต่อรุ่น
ต่อมาเขาได้แต่งงาน และทำงานเป็นข้าราชการในสถานทูต

วันหนึ่ง ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า "พ่อครับ ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา
ใครช่างให้ผมได้มากมาย แต่ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเขาได้เลยสักนิด"



"พ่อไม่เชื่อว่า ลูกจะตอบแทนเขาได้หมดหรอก
เรื่องนี้เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว" พ่อตอบ



หลายปีผ่านไป มันยังคงเป็นความลับ
และแล้ววันหนึ่ง วันที่มืดมิดที่สุด ผ่านเข้ามาในชีวิตของลูกชาย


แม่เขาได้เสียชีวิตลง เขายืนข้างๆ พ่อ ใกล้กับศพของแม่
พ่อเรียกเขา.. "มานี่สิลูก มานั่งใกล้ๆ นี่"

พ่อลูบผมแม่อย่างช้าๆ อย่างนุ่มนวล ผมสีน้ำตาลแดง ถูกเสยขึ้น
จนมองเห็นใบหน้าที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ

และแล้ว สิ่งที่ทำให้ลูกชายถึงกับต้องตะลึง ใบหูของแม่หายไป!
แม่ไม่มีใบหู...


"นี่เป็นคำตอบที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต" พ่อกระซิบผ่านลูกชาย

"แม่บอกพ่อว่าเธอดีใจที่ได้ทำอย่างนี้" ตั้งแต่วันผ่าตัด แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย

ไม่มีใคร มองเห็นว่าเธอไม่สวยจริงไหม?


"จงจำไว้ สิ่งมีค่าที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การมองเห็น
ความรักที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่เราได้ทำอะไรแล้วมีคนรับรู้
ความรัก บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำเพรื่อ


ถ้าพรุ่งนี้เราตายไป บริษัทสามารถหาคนมาแทนเราได้ภายในไม่กี่วัน
แต่ครอบครัวเรา ต้องสูญเสีย และคิดถึงเราไปตลอด



เราได้ใช้ชีวิตกับการทำงานมากกว่าครอบครัวหรือเปล่า?
ถ้าใช่ วันนี้คุณยังเริ่มต้นใหม่ได้ ^^"



คัดสรรจาก: Fw เมล์และคอลัมน์ "ฝากไว้ให้คิด":กุลสตรี
ปล. ขอขอบคุณทุกความคิดถึงค่ะ แห่ะๆ ห่างหายไปเพียงอักษร
แต่ใจยังคงความหนาแน่นของความคิดถึงเหมือนเดิมจ๊ะ อิอิ :P

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551

บนจุดตัดของเส้นขนาน

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่าน web blog จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

ในยุคของการสื่อสารไร้พรมแดน ในงานสาธารณสุขของจังหวัดอุดรธานี บางครั้งอาจจะมีการสั่งงานหรือแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์งานต่าง ๆ ทางเวปของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และเวปของสาธารณสุขอำเภอเมือง คนทำงานในพื้นที่ ...อย่างดิฉัน จึงต้องใส่ใจในการเข้าไปหาข่าว หรือติดตามงานต่าง ๆ ในเวป...ที่กล่าวถึง...อยู่เสมอ
เมื่อวานได้เข้าไปหาข่าวประชาสัมพันธ์ในเวปสสอ. เมือง เผื่อมีข่าวให้ส่งรายงานอะไรบ้างหรือเปล่า...(กลัวตกข่าว..อิ อิ) มีเรื่องเล่าของชายผู้หนึ่งที่โพสต์ไว้ ..เลยเอามาฝาก...ฝากอ่านขำ ขำ คลายเครียด ...ก่อนนะคะ ..อิ อิ อิ



ความตั้งใจในวันนี้อยากเล่าเรื่องราว สาระ ใน “ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน” หนังสือที่รวบรวมบทสนทนาของผู้ชายต่างวัย 2 คน คือคุณวินทร์ เลียววาริณ และคุณปราบดา หยุ่น คุยกันในจดหมายอิเลคทรอนิกส์ (e-mail) เผื่อจะเป็นข้อคิดและกำลังใจให้กับใคร ๆ ได้บ้างในช่วงที่ประเทศชาติ กำลังอยู่ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้...(เหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551...ประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีก 1 บท)

เรื่องเล่าในห้องเรียน
เพื่อนสองคนเดินทางในป่าทึบ คนหนึ่งกล่าวว่า หากมีอันตรายใด ๆ เขาจะไม่มีวันทิ้งเพื่อนเป็นอันขาด แล้วทั้งสองคนก็เดินไป เดินไป... เดินผ่านมาถึงจุดหนึ่ง ทั้งสองเจอหมีใหญ่ยืนจังก้า แสยะปากแยกเขี้ยว เพื่อนคนที่บอกว่าจะไม่ทิ้งเพื่อนวิ่งหนีไปซ่อนในพุ่มไม้ทึบ ส่วนอีกคนหนีไม่ทัน ก็ทิ้งตัวลงกับพื้นแกล้งตาย
หมีเข้าไปดม ๆ รอบตัวชายที่นอนอยู่ สักพักก็เดินจากไป ชายที่ทิ้งเพื่อนเดินกลับมา ถามแก้เขินว่า “เมื่อกี้ หมีพูดอะไรกับคุณน่ะ?”
“มันบอกว่า...อย่าคบคนที่ทอดทิ้งเอ็งเวลาที่มีภัยมา”

เรื่องเล่านอกห้องเรียน
ชายคนหนึ่งขับรถไปขับรถไปตามทางหลวงเปลี่ยว ระหว่างทางเขาเห็นคนทำสัญญาณขอโดยสารรถไปด้วย
เขารับชายแปลกหน้าขึ้นรถ...
สภาพคนแปลกหน้าโทรมและเหนื่อย เขาบอกขอติดรถไปถึงตัวเมืองข้างหน้า
ขับไปได้พักใหญ่ คนขับเห็นตำรวจโบกมือเป็นสัญญาณให้เขาจอดรถ ทั้งสองคนก้าวลงมา
ตำรวจทางหลวงกล่าวว่า “คุณทำผิดกฎจราจร ขับรถเร็วเกินกำหนด”
ชายแปลกหน้ายืนดูอยู่เงียบ ๆ ขณะที่ตำรวจทางหลวงเขียนใบสั่งยื่นให้เจ้าของรถ และยัดต้นขั้วใบสั่งปรับใส่กระเป๋าตนเอง
รถแล่นต่อไป ตลอดทางทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกัน เมื่อถึงจุดหมาย ชายคนขับส่งคนแปลกหน้าลงที่มุมถนนหนึ่ง
คนขับเคลื่อนรถต่อไป พลันหยุดรถกะทันหันเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นสิ่งของที่ผู้โดยสารน่าจะลืมทิ้งไว้ เขาหยิบมันขึ้นมาดู เป็นต้นขั้วสั่งปรับในกระเป๋าของตำรวจนายนั้นนั่นเอง...

เรื่องแรกคือความเป็นเพื่อนในอุดมคติ เป็นขาวกับดำ กล่าวคือ หากไม่เป็นเพื่อนก็เป็นศัตรู และการเป็นเพื่อนคือการไม่ทิ้งเพื่อนในยามยาก
ส่วนในเรื่องหลัง ความเป็นเพื่อนคือ ‘การแลกเปลี่ยน’ ชนิดหนึ่ง
ในโลกของความเป็นจริงที่มีสีออกเทา ดูเหมือนว่า การเป็นเพื่อนจะโน้มหาแบบหลังมากกว่า !..!!

อ่านแล้ว...รู้สึกอย่างไรบ้างไหม? คะ ...

ก้อ!...เล่าให้ฟังเล็ก ๆในบทนำของคุณวินทร์... ส่วนเนื้อหาในเรื่องราวต่าง ๆ สนุกมากกว่านี้ และสามารถเป็นข้อคิด..แรงใจได้ดีในช่วงวิกฤติของชีวิตได้เหมือนกัน ลองหามาอ่านดูนะคะ

อ่านหนังสือ ..อ่านคน
อ่านฝน อ่านฟ้า
แล้วก็กลับมา..
อ่านใจตัวเอง ...^_^...


ทุ่งหญ้า...ข้างที่ทำงาน

ค่ะ....สำหรับวันนี้ ....ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดีไปนาน ๆ ...
พบกันใหม่ในโอกาสหน้า...
...สวัสดีค่ะ
(ประเทศไทย : 05.50 น.)

ที่มา : ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน. โดย วินทร์ เลียววาริณ // ปราบดา หยุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 3 ธันวาคม 2545.
ภาพ : สีตะวัน