วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คุณอยู่ใน 6 กลุ่มเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อโรคหรือไม่

"ไม่น่าเชื่อว่าในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวไปไกลอย่างทุกวันนี้
โรคระบาดต่างๆ
ยังคงมีอยู่ และดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเดิมด้วย…"



ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ให้ความเห็นว่าวิถีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น
บางครั้งก็ทำให้เราเป็นพาหะของเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว…
โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ใน 6 กลุ่มนี้

1. กลุ่มล้างแต่ไม่เช็ด (Wet Hands Harry)
คนกลุ่มนี้เรียกว่าเป็นผู้ประสงค์ดี แต่แพร่เชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว
เพราะเป็นกลุ่มที่รู้จักล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะ แต่ไม่ยอมเช็ดมือให้แห้ง
นั่นคือแหล่งเพาะเชื้อโรคตัวดี เพราะเชื้อโรคชอบความเปียกชื้น

2. กลุ่มไม่เปลืองสบู่ (Soapless Sue)
คนกลุ่มนี้ออกจะขี้เกียจ พอทำกิจกรรมที่ทำให้มือเลอะสกปรก
แล้วก็แค่พรมน้ำบนมือ สบู่ไม่ต้อง เพราะคิดว่าเพียงพอต่อการกำจัดเชื้อโรคไปจากมือแล้ว

3. กลุ่มกางเกงสารพัดประโยชน์ (Trouser)
คนกลุ่มนี้เป็นพวกมักง่าย หลังล้างมือแล้วไม่ยอมใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ
แต่กลับเอามือเปียกๆ มาเช็ดกางเกงตัวเอง แบบนี้ต่อให้ล้างมือสะอาดขนาดไหน
ก็ยังมีเชื้อโรคติดมืออยู่

4. กลุ่มไม่มีเวลา (Flat Chat Pat)
คนกลุ่มนี้มีความมั่นใจเกินร้อย ทำอะไรก็ต้องว่องไวเกินคนอื่นเสมอ
แถมยุ่งวุ่นมาก จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น นิสัยที่ต้องรีบเร่ง
มีผลเสีย เช่น เวลาเข้าห้องน้ำเสร็จก็รีบออกอย่างด่วนจี๋
ล้างมือแบบลวกๆ

5. กลุ่มเพื่อนแท้ของเชื้อโรค (Nev)
คนกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคมากที่สุด
เพราะพวกเขาคือศัตรูตัวฉกาจของคนรอบข้าง
เนื่องจากนิสัยที่ไม่เคยล้างมือและเช็ดมือเลย
หลังออกจากห้องน้ำ

6. กลุ่มต้องการไออุ่น(Blower Boy)
คนกลุ่มนี้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะชอบไออุ่นจากเครื่องเป่าลม
โดยไม่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกสุขอนามัย แถมยังเอาหน้า
และผมไปเป่าลมด้วย ซึ่งเป็นตัวเพิ่มเชื้อโรคมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

ที่มา : วารสารขวัญเรือน ปักษ์แรกกรกฎาคม 2552 หน้า 49

สังเกตพฤติกรรมตัวเองแล้วถอนตัวจากกลุ่มซะนะคะ….
ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และปรารถนาดีจากชุมนุมจิต-ใจ-ดี ค่ะ :)

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เรื่องราวดี ๆ มีไว้แบ่งปัน...





....ฉันพูดกับพุทธองค์ว่า


ฉันพูดกับพุทธองค์ว่า : ขอให้เพื่อนของฉันทุกคนมีความสุข สุขภาพดี ตลอดไป
พุทธองค์ตอบว่า : ขอได้เพียง 4 วันเท่านั้น

ฉันตอบว่า : ได้ ถ้างั้นขอวันฤดูใบไม้ผลิ วันฤดูร้อน วันฤดูใบไม้ร่วง วันฤดูหนาว
พุทธองค์ตอบว่า : 3 วัน

ฉันตอบว่า : ได้ เมื่อวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้

พุทธองค์ตอบว่า : ไม่ได้ ให้ได้แค่ 2 วัน

ฉันตอบว่า : ได้ งั้นเป็นกลางวัน และ กลางคืน

พุทธองค์ตอบว่า : ไม่ได้มากไป ให้ได้วันเดียว

ฉันตอบว่า : อ๋อ ได้

พุทธองค์ถามว่า : วันไหนล่ะ

ฉันตอบว่า : ขอเป็นวันที่เพื่อนๆของฉันยังมีชีวิตอยู่

พุทธองค์หัวเราะ แล้วพูดว่า :

นับแต่นี้ไปเพื่อนๆของเธอจะมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงทุกๆวัน







คนที่ได้เมล์ฉบับนี้แล้วส่งต่อให้เพื่อน , ขออวยพรให้เพื่อนๆ ของคุนทุกคนมีความสุข สุขภาพดี อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลตัวเองด้วย (อย่าลืมส่งความอบอุ่นไปด้วยล่ะ)

ปล. พุทธองค์พูดว่าเพื่อนที่ดีไม่ควรขาดการติดต่อ




เรื่อง : Fw mail .....

จงมองความรักด้วยความอ่อนโยน

สวัสดีค่ะ..พี่น้อง และเพื่อนพ้อง..ชาวชุมชน จิต-ใจ-ดี ที่รักทุกท่าน

ห่างเหินไปนานเลยค่ะ..แต่ก็ยังคิดถึงกันอยู่เสมอ ๆ นะคะ ..ยังแวะเวียนผ่านไปมาตามจังหวะและโอกาสดี ๆ ที่จะมาพบกันอีกค่ะ.. วันนี้เป็นวันเข้าพรรษา และเป็นวันหยุดสุดท้าย..หลังจากได้หยุดยาวกันมาหลายวัน...
...หลายคนคงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่..และหลายคนคงได้ไปทำบุญวันเข้าพรรษากันนะคะ

เช้านี้.. มีเรื่องซึ้ง ๆ มาฝากค่ะ... ฮือ ฮือ...



จงมองความรักด้วยความอ่อนโยน...

มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ
ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง
และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น

แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด
พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น
ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง
แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ
จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก
เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง
โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ใหม
นาทีนั้น ?.. เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ
แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ
เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง
พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง
จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้
วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ
คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า
ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆครับ
เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร
คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า .. สามเดือนที่ผ่านมา
ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้ามานั่งตรงเบาะหลังคุณ
เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย และตามคุณลงรถไป
และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย
ทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถและคอยดูคุณจนคุณลงรถ
พอเธอได้ยินดังนั้น เธอก็นำตาไหลด้วยความตื้นตัน..และสำนึกผิด
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน
เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด
เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก
เธอหวนนึกถึงคำพูด เขา ที่บ่นลอยๆ ออกมา บ่อยๆ ว่า

ชีวิตคนไม่แน่นอน อาจตายวันนี้ พรุ่งนี้ ได้ทุกเมื่อเลยนะ..
ดูอย่างคุณสิ...เมื่อวานยัง มองเห็น วันนี้ คุณมองไม่เห็นแล้ว....
เธอ คิดน้อยใจเขา มาตลอด 3 เดือน
ที่คิดว่า เขา เบื่อ รำคาญ การเป็น คนตาบอดของเธอ...
ณ วันนี้เธอรู้แล้วว่า...เขากลัวว่า วันนี้ พรุ่งนี้ เขาจะตายไป...
แล้ว เธอ จะไม่สามารถ ไปไหนมาไหน หรือมีชีวิตอยู่ เองได้ ถ้าขาดเขา

หวังว่าทุกคนที่อ่านเรื่องนี้แล้ว ช่วยกลับไปมองความรักของเราอีกทีว่า
ทุกวันนี้เรารักเขาหรือเธอแบบไหน
จงมองความรักด้วยความอ่อนโยน

แทนความคิดถึง

By สีตะวัน

เรื่อง : FW mail จากเพื่อนที่แสนดี
ภาพ : จากอินเทอร์เน็ต