วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

แก๊งมิรูโม่ : เรื่องจริงที่ควรอ่าน


คุณรู้จักแก๊งมิรูโม่แล้วหรือยัง ถ้ายัง เรื่องจริงที่ควรอ่านครับผม.....
ณ ชุมชนที่เงียบสงบ ต. อินทร์บุรี จ. สิงห์บุรี มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี ที่สำคัญว่ากันว่า หัวหน้าของกลุ่ม - แก๊งนี้มีอายุเพียงแค่ 13 ปี แต่กลับมีลูกสมุนคอยหนุนหลังถึง 10 กว่าคน โดยสมุนตัวเปี๊ยกสุดจะถูกเรียกขานว่า " เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม"
กิจวัตรของสมาชิกในแก๊ง สร้างความฮือฮาให้แก่บรรดาผู้ใหญ่ในชุมชนเสมอ แต่มิใช่การซิ่งมอเตอร์ไซค์ การชกต่อย หรือการเสพยา แต่เป็นภารกิจเพื่อสังคมง่ายๆ อย่าง การเก็บขยะ ถางหญ้า กวาดลานวัด ขัดห้องน้ำ

เด็กๆ กลุ่มนี้เขาเรียกตัวเองว่า " มิรูโม่...มาเฟียแห่งความดี"
มิรูโม่ : แก๊งนี้มีที่มา " น้องตั้ม" ด.ช.สุรชัย จิตตั่ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ บอกว่ามีสมาชิกทั้งหมด 14 ชีวิต ซึ่งสมาชิกในแก๊งล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนๆ และลูกพี่ลูกน้องของน้องตั้มทั้งสิ้น แก๊งนี้เป็นที่รวมของสมาชิกวัยละอ่อน ตั้งแต่รุ่นดูดขวดนม 2 ขวบครึ่ง ไปจนถึง 13 ปี ซึ่งที่มาในการก่อตั้งแก๊งนั้น ....





น้องตั้มเล่าให้ฟังว่าพวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องอนุบาลเด็กโข่ง "คือวัดนี้มีพระอยู่รูปเดียว ทุกวันผมก็จะเห็นหลวงตา (พระระพิน กิตฺติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จ.สิงห์บุรี) กวาดลานวัดอยู่คนเดียว แดดก็ร้อน ผมสงสารว่าท่านคงเหนื่อยมาก ผมเลยเข้าไปช่วย แล้วก็มีเพื่อนๆ อีกหลายคนตามไปช่วยด้วย เราก็เลยปรึกษากันและตั้งแก๊งขึ้นมาครับ คือความคิดในการตั้งแก๊งเนี่ยเกิดมาจากการที่เราไปดูหนังเรื่องอนุบาลเด็กโข่ง ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กอนุบาลที่รวมตัวกันตั้งแก๊งของตัวเองขึ้นมา มันก็คล้ายๆ กับพวกเราเหมือนกัน เพราะปกติเราจะขี่จักรยานไปโรงเรียนพร้อมกัน บางทีก็ชวนกันไปขี่จักรยานเล่น แต่ในหนังเขาเป็นแก๊งอันธพาล หัวหน้าแก๊งแต่ละแก๊งพยายามขยายอิทธิพล มีการยกพวกตีกัน เหมือนพวกมาเฟีย แต่แก๊งเราไม่ใช่แบบนั้นครับ เราเป็นแก๊งที่รวมตัวกันทำความดี "




โดยปกติตอนเย็นหลังเลิกเรียน พวกเราก็จะมาช่วยหลวงตากวาดลานวัดกันทุกวัน เห็นใบไม้มันรกน่ะครับ แล้วก็ช่วยเก็บขยะ ถางหญ้า ล้างห้องน้ำ มันก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่เราทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ช่วยกันหลายๆ คนเดี๋ยวก็เสร็จ นอกจากนั้นตอนเช้าผมกับเพื่อนอีก 2 คนก็จะไปช่วยหลวงตาถือของตอนออกบิณฑบาต เสร็จแล้วถึงจะกลับมาอาบน้ำไปโรงเรียน จริงๆ พวกเราก็ชอบเล่นสนุกกันนะครับ แต่จะช่วยหลวงตาทำงานให้เสร็จแล้วค่อยไปเล่น คือหลวงตาท่านใจดี ไปช่วยท่าน ท่านก็ให้ขนมพวกเรากินทุกวัน พ่อแม่เห็นพวกผมไปช่วยหลวงตาที่วัดเขาก็บอกว่าดีแล้ว ได้บุญ คุณครูที่โรงเรียนก็บอกว่าดีให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ผมก็ภูมิใจที่ได้ช่วยวัด ทำให้วัดไม่รก แล้วก็ได้บุญด้วย ดีกว่าไปเล่นเกมตามร้านเน็ต เล่นแล้วก็ติด เสียการเรียน เปลืองเงินด้วย




หลวงตาระพิน กิตฺติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง เมตตาให้ข้อมูลว่า ทั้งวัดก็มีอาตมาอยู่รูปเดียว อยู่ได้สักพักเด็กๆ พวกนี้เขาก็มาช่วยทำความสะอาดวัด เขาบอกว่าสงสารหลวงตา (ยิ้ม)

ใบไม้มันร่วงเยอะ เช้าๆ อาตมาไปบิณฑบาตเด็กๆ ก็จะมาช่วย มากันตั้งแต่ตีห้าเลย เขาก็ขี่รถซาเล้งพาอาตมาไปที่ตลาด พอถึงตลาดก็เดินบิณฑบาตไปเรื่อยๆ เด็กเขาก็ถือกระป๋องเดินตาม เดินกันเป็นกิโลๆ เลย เขาก็สนุกกันตามประสาเด็กๆ กลับมาถึงวัด อาหารที่เหลือจากอาตมาพิจารณาแล้วก็จะแจกจ่ายให้เด็กๆ ไป อาตมาว่าก็ดีนะ เด็กๆ มาทำความดีกัน ช่วยพระช่วยวัด มันหายากนะสมัยนี้






เรื่องราวจาก Fw - mail จ้า...!!! ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม.....^_^
คำคมวันนี้ ....คิดดี ทำดี พูดดี ....ชีวีสดใส
...............<<<....>>>..................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น