วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก "การเข้าทรง"

สวัสดีค่ะ

หลังจากห่างหายจากการเขียนบล็อกที่นี่ไปนานเลย

แต่วันนี้ได้ไปเรียนรู้บทเรียนใหม่จากการเข้าทรง

และคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้เอามาแบ่งปันให้กับเพื่อน ๆ ที่นี่ค่ะ

ตามประเพณีของคนไทย

เมื่อมีผู้ตายครบ 100 วัน เราก็จะมีการทำบุญใช่มั้ยคะ

ของทางเหนือก็เช่นกัน

ก่อนที่จะทำบุญร้อยวัน

วันนี้เราได้ไปเข้าทรงเพื่อดูว่าคุณยายต้องการอะไรบ้างจะได้ทำไปให้ค่ะ

เป็นครั้งแรกที่บีมได้ไปที่นี่...

บ้านบีมอยู่ อ.พาน จ.เชียงราย

ตำบลที่อยู่ก็ไกลจากที่เข้าทรงพอสมควร

ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีไปถึงที่นั่นโดยรถยนต์ค่ะ

ถึงเป็นรายแรกเลย...

ไม่มีอะไรน่ากลัวค่ะ

ร่างทรงเป็นเจ้าของบ้านผู้หญิงที่ออกมาต้อนรับเรานั่นล่ะค่ะ เค้าเป็นญาติของญาติกันอีกที

เค้าจะปลูกเรือนเข้าทรงไว้ข้าง ๆ บ้านค่ะ

เรื่องรายละเอียดคงข้ามไปนะคะ บีมขอกล่าวถึงเฉพาะสิ่งได้ที่ได้เรียนรู้จากตรงนี้ดีกว่านะคะ

อย่างแรกก็คือ สิ่งที่เห็นและสัมผัสวันนี้ เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า ภพภูมิอื่นนั้นมีจริง จิตวิญญาณนั้นมีจริง

บางที จิตที่ออกจากร่างอาจจะเป็นขันธ์ 4 ที่ขาดร่างกายอันเป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ไปเท่านั้นเอง

มีความจำ มีความคิด มีจิตวิญญาณ มีความรู้สึก (รึเปล่า?)

ซึ่งการที่ร่างทรงแสดงออกมาได้เหมือนกับบุคคลผู้นั้นในยามมีชีวิตอยู่นั้น

แสดงถึง การปรุงแต่งจิต ความคิด การเรียนรู้ของเค้าในภพภูมินั้น ๆ

คนเราเมื่อจากภพมนุษย์ไปแล้ว

เมื่อไปอยู่ภพอื่น ก็สามารถเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมได้เช่นกัน

ขอยกตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ นะคะ

แต่ก่อนคุณยายของบีม ชอบเล่นหวยมาก ๆ

แต่เมื่อเช้า มีคนขอหวย ยายกลับบอกว่า

"ให้ไม่ได้ มันผิดศีล"

บีมฟังแล้วประทับใจมาก...

แสดงว่าจิตตอนเสียนั้น ท่านได้ไปจุติอยู่ภพภูมิที่ดี

คงจะได้ไปเจออะไรดี ๆ เป็นแน่แท้

นอกจากนี้ เราถามท่านว่า ท่านห่วงหรือต้องการอะไรมั้ย

ท่านบอกว่าอะไรรู้มั้ยคะ

ต้องการอาหารเจ

ต้องการชุดขาวใหม่ที่ใส่ไปทำบุญที่วัด

และต้องการขรัวเงิน ขรัวทอง (บีมไม่รู้จักค่ะอันนี้) เพื่อไปรับทานที่เราเคยถวายไปให้

แต่ก่อนนี้ ท่านจะชอบเงินมาก ๆ

ชอบเอาไปเก็บไว้..

แต่เมื่อเช้า...

ท่านบอกว่า เงินไม่ต้องการ ขออาหารเจ ชุดขาวก็พอ

เจ็บคอ เจ็บขา

แต่ไม่เอายารักษาโรค เพราะกินก็ไม่หาย

ขออาหารเจ กับ ชุดขาว

อ้อ..ขอรถจักรยานด้วยนะคะ

แต่ท่านก็ยังมีห่วงของบ้าง

และเมื่อเราให้เค้าชี้ตัวเองในรูปถ่าย ก็ชี้ได้ถูกต้องเลย

เมื่อให้เลือกเสื้อผ้า ท่านก็เลือกได้ถูกต้อง (ทั้งที่ร่างทรงไม่เคยเห็นยาย)

ท่านจะเอาเสื้อผ้าที่เราใส่ของหลายคนไว้ในกองเดียวกันค่ะ

ท่านจะดม ๆ และบอกได้ถูกต้องเลยว่าอันไหนของท่าน

คือ ทุกอย่างเป๊ะ ๆ

ตอนท่านไม่สบาย และบีมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

บีมก็จะถามตลอดว่า ยายจะใส่ตัวไหน เลือกเลย

ท่านจะมองไปราวและชี้เอาค่ะ

เลือกเสื้อสูทสีขาวทุกครั้ง

และวันนี้ก็เช่นกัน

ท่านเห็นเสื้อสีขาวตัวนึง ก็รีบหยิบออกมาดม ๆ ดู

ก็บอกว่านี่ไม่ใช่นี่ ไม่ได้เอาเสื้อขาวมาให้เค้าเหรอ

แต่สุดท้ายก็เจอค่ะ ท่านดีใจมาก ก็เอาไปใส่เลย บอกว่าหนาว

อากัปกิริยาทุกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

เพราะบีมได้มีโอกาสดูแลท่านตั้งแต่ท่านยังไม่นอนบนเตียง

เห็นมาตลอด...และไม่รู้สึกเลยว่านี่คือร่างทรง

นี่่คือจิตของยายของบีมจริง ๆ

สิ่งที่บีมได้เรียนรู้โดยสรุปก็คือ

เงินทองไม่มีค่ามีราคาเลยในโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์
การกำหนดจิตที่ลมหายใจสุดท้ายหรือคุณภาพของจิตที่ลมหายใจสุดท้ายเป็นสิ่งกำหนดภพภูมิใหม่จริง ๆ
การที่จิตใต้สำนึกหรือจิตของเรายึดติดกับอะไร มันก็จะติดเป็นสันดานของเราทุกชาติไป
ดังนั้น เราควรหัดปล่อยวาง อย่ายึดติดกับอะไร

เพราะไม่มีอะไรเป็นของเราจริง ๆ

มีแต่การปรุงแต่ง..ทั้งนั้น..

จริง ๆ แล้ว การที่ท่านจำเราได้...

ก็เพราะมี "ความจำ" นั่นเอง

ความจำ และ การปรุงแต่งนี้ หรือแม้แต่เวรกรรมต่าง ๆ ...

ก็คงเป็นตัวตัดสินว่าเราจะไปอยู่จุดไหนในอนาคตจริง ๆ นั่นล่ะค่ะ

วันนี้ได้มั่นใจเพิ่มขึ้น

ว่าโลกหลังความตาย

อย่างน้อย ถ้าเราฝึกตัวเองให้คิดถึงแต่สิ่งที่ดี อยู่ในศีล

เหล่านี้ เป็นเสบียงให้เราได้ไปต่อในที่ดี ๆ ในโลกอื่นจริง ๆ ด้วย

จบเท่านี้ก่อนนะคะ ^^

ขอบคุณค่ะ


2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ15 กุมภาพันธ์ 2553 00:58

    อนุโมทนาที่คุณบีมเข้าใจในสิ่งดี ๆ ประสบการณ์นี้คงมีประโยชน์แก่คุณบีมเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อยอดแก่คนอื่น ๆ อีกมากต่อไป

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ15 กุมภาพันธ์ 2553 11:10

    ขอบคุณมากนะคะ ^^ อนุโมทนาเช่นกันนะคะ หากบทความนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณค่ะ ^^

    ตอบลบ