วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ไม่เห็นโลงศพอย่าหลั่งน้ำตา*

แม้จะเป็นจอมยุทธ์ก็หาใช่จะไม่มีความคำนึงไม่
แปลว่า "จอมยุทธ์ก็เครียดเป็นนะโว้ย"

ในโลกสังคมปัจจุบัน ความเครียดเป็นปัญหาที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก ทุกคนเครียดเป็นตั้งแต่เด็กอนุบาลยันท่านประธานบริษัท

ตอนเป็นเด็กก็รบเร้าอยากได้ของเล่น
เข้ามัธยมต้นก็เครียด เมื่อไหร่ตูจะมีแฟน
มัธยมปลายก็เครียดหนักอยากเข้ามหาลัย
จบมหาลัยก็กลัวไม่มีงานทำ
พอมีงานทำ ก็กลัวไม่รวย กลัวไม่ได้เลื่อนขั้น
มาทำธุริกิจเอง ก็กลัวมันเจ้ง

แล้ว มันก็ทำให้ทุกคนเครียด ยิ่งเจอกับปัญหาหนัก ๆ กับสังคมปัจจุบันก็ยิ่งไปกันใหญ่ บริษัทหลายบริษัทปิดตัวเอง คนงานถูกไล่ออกจากงานเพราะเจ้าของไม่มีเงินจ้าง แล้วทุกอย่างก็ดูเลวร้ายยิ่งขึ้น

ความเครียดกลายเป็นปํญหาที่ทวี ความรุนแรงสูงขึ้นตั้งแต่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม โลกหดตัวลง ตามกลไกของโลกาภิวัฒน์ และเศรษฐกิจที่เป็นไปตามระบบทุนนิยม (ใครมีทุนมากคนอื่นก็นิยม)

จากการทำวิจัยฉบับย่อบน Internet ด้วยเวลาเท่ากับการหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ เรื่อง ความเครียด
ผล จากการสำรวจผู้ที่มีความเครียดสูงและเข้าทำการรักษาในโรงพยาบาลโรคจิตต่าง ๆ ของรัฐ พบว่า มากกว่า หนึ่งในสี่ ความเครียดมีสาเหตุจาก สถานภาพการเงิน เนื่องจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ อันหมายถึง รายได้ไม่พอรายจ่าย ของของเครื่องใช้ราคาสูงขึ้น และรายได้ลดลง ผลกระทบทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น ใช้ชีวิตด้วยความขัดสนมากขึ้น และกู้เงินจากคนอื่น 7 คน ใน 100 จากกลุ่มคนเครียดนี้คิดที่จะฆ่าตัวตาย



ตอลสตอย เขียนในหนังสือ คำสารภาพ (แต่งเติมด้วยความคิดฝันของผู้เขียนสม้ยวัยหนุ่ม)
ว่า ภาพที่เขาเห็นในยามจะข่มตาหลับ เป็นภาพ หนูดำ กับ หนูขาว วิ่งหมุนวนสลับกันไป บนยอดหน้าผาในขณะที่ในเบื้องล่างผา มีตัวเขาเองเหนี่ยวรั้งดึงโหนยอดไม้ตรงสุดขอบหน้าผาด้วยความเหนื่อยล้า รอเวลาและตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ควรปล่อยมือ

เห็นภาพไหม ถ้ายังไม่เห็นก็ไปหาหนังสือมาอ่านนะครับ

ทำไมต้องฆ่าตัวตาย
จาก การศึกษาโดยถามกลุ่มตัวอย่างที่ฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ(ถ้าสำเร็จ งานวิจัยนี้เป็นไสยศาสตร์) ผู้ที่ยังไม่ตายกล่าวว่า การฆ่าตัวตายเสมือนเป็นสัญญะ (สิ่งที่เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันในสังคม) ว่าการฆ่าตัวตายสื่อถึงความทุกข์ใจแสนสาหัส คนฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มักมีคนใกล้ชิดคิดฆ่าตัวตายมาก่อน การฆ่าตัวตายเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ เช่นทะเลาะกันรุนแรงแล้วถูกไล่ให้ไปตายเสีย (ในกรณีคนสนิทหรือคู่รัก) เสียความภูมิใจตัวเอง เพราะได้ยินคำพูดที่นึกไม่ถึงจากคนใกล้ชิด ถูกหมิ่นเกียรติ มีปัญหาแต่แก้ไม่ได้

แล้วทำอย่างไร
ผู้ให้ สัมภาษณ์ กล่าวว่าการฆ่าตัวตายเป็นความคิดชั่ววูบ ใช้วิธีกินสารพิษ เช่นยาเบื่อหนู ยาฆ่าแมลง และยานอนหลับ ผู้ชายบอกว่าเพราะยาอยู่ใกล้ตัว (ง่ายดีว่างั้นเถอะ) ผู้หญิงบอกว่าเป็นวิธีการที่ไม่ทรมาน (ตายทั้งทีขอสบายสักครั้ง)

แล้วตายไหม
จากการสำรวจข้อมูลการ วิจัยอีกฉบับ ที่ศึกษาเฉพาะการตายที่เกิดขึ้นจากการฆ่าตัวตายพบว่า พวกที่ฆ่าตัวตายแล้วตายจริง ๆ นั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มากกว่าผู้หญิง เทียบเป็นอัตราส่วนก็มากกว่าถึง 20% โดยผู้ชายที่ตายอยูในช่วงอายุ 21-30 ปี ผู้หญิง 16-20 ปี และที่ตายจริง ๆ เป็นเพราะ การแขวนคอตายถึง 80 % และใช้อาวุธยิงตัวตาย 10% ส่วนที่กินสารพิษตายจริง ๆ เพียง 5%


แต่ อย่าเพิ่งสบประมาท คนฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ ใช่ว่าจะหยุดคนที่ฆ่าตัวตายครั้งหนึ่งแล้ว มีโอกาสจะประสบความสำเร็จในการฆ่าตัวตายครั้งต่อ ๆ ไป เพิ่มขึ้น ถึง 100 เท่า กล่าวคือ อัตราคนฆ่าตัวตายสำเร็จในครั้งที่สองต่อคนพยายามฆ่าตัวตายทั้งหมด สูงกว่า อัตราคนฆ่าตัวตายสำเร็จในครั้งที่หนึ่ง 100 เท่า
กลุ่มตัวอย่างที่พยายามฆ่าตัวตายกล่าวว่า ถ้ายังไม่สามารถยุติความเครียดได้ มักจะมีการกระทำครั้งที่สอง ครั้งที่สาม

จาก รายงานการตายของประชากรในประเทศไทยในปัจจุบันพบว่า 3 ศพ ใน 100 ศพ ของผู้ชายตายเพราะการฆ่าตัวตาย (เท่ากับอัตราการตายเพราะมะเร็งปอด) ในปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยมีประชากร 60,816,227 มีผู้พยายามฆ่าหรือฆ่าตัวตายสำเร็จ 16,639 คน ในขณะที่ ปี พ.ศ. 2545 ประชากร 62,799,872 คน มีผู้พยายามฆ่าหรือฆ่าตัวตายสำเร็จ 21,177 คน อัตราเพิ่มขึ้นเทียบกับจำนวนประชากรในอัตราส่วนถึง 23% !!!!

ลองสำรวจตัวเองดูคุณเป็นหนึ่งในนี้ไหม
บุคลิกของผู้พยายามฆ่าตัวตาย เรียงตามลำดับ

ใจร้อน วู่วาม ฉุนเฉียว
จิตใจอ่อนไหวต่อการตำหนิ
เมื่อทุกข์ใจมักแก้ปัญหาด้วยการ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่

เพศหญิง มักปรึกษาคนใกล้ชิดแต่มักคิดว่าไม่มีคนให้ความสนใจอย่างจริงจังหรือได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม
เพศชาย มักไม่พูดปรึกษาใคร มีการปรับตัวต่อปัญหาในทางลบ เช่นดื่มเหล้า

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้ ก็แสดงว่าความเครียดของคุณอาจจะทวีความรุนแรง
จนถึงขั้นไปฆ่าตัวตายได้

จะ เห็นได้ว่า การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นจากความเครียด การนำจิตไปติดกับปัญหาและเป็นทุกข์ก่อนที่จะถึงเวลา ขอย้ำว่ามันเป็นความทุกข์ที่ยังไม่ถึงเวลา เป็นความวิตกกังวลที่เป็นไปก่อนเหตุ สถานะการณ์ยังไม่ทันเกิดขึ้นก็คิดล่วงหน้าไปก่อน ซึ่งมักจะมองปัญหาหนักเกินจริง

กลับมาคิดทางบวก
ถูกคนอื่นว่าติเตียนทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น ก็เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น อย่าเสียความภูมิใจในตนเลย
ธุรกิจจะล้มมันก็ยังไม่ล้มเสียหน่อย ถึงมันล้มไปแล้วเราก็ยังหาเงินได้อีก
เป็นหนี้ก็ใช้ ใช้ไม่ได้ก็ผ่อน ผ่อนไม่ได้ก็ NPL
แฟนทิ้งก็ใช่ว่าในชีวิตนี้จะไม่มีเมีย
คิดว่าชีวิตตนไม่มีประโยชน์ อดสูเหลือเกิน ก็ลุกขึ้นมาทำประโยชน์บ้าง
เช่น รดน้ำต้นไม้ งานง่าย ๆ ที่กำลังช่วยชีวิตสิ่งมีชีวิตอื่น

แต่การตัดสินใจฆ่าตัวตายไปก่อน นี่มันน่าเสียดาย

เหมือนดูหนังมากลางเรื่องแต่ไม่ยอมดูตอนจบ


ไม่เห็นโลงศพ อย่าเพิ่งหลั่งน้ำตา นะจอมยุทธ์
อดทนหน่อย

คิดถึงคนที่ยังไม่อยากตายในเหตุการณ์ สึนามิ บ้าง


รวมรวมข้อมูลผลการวิจัยด้านสุขภาพจิตของคนไทยจาก web กรมสุขภาพจิต http://www.dmh.go.th


"ปัญหาบางปัญหาแก้ได้ก็หายกังวลส่วนปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ กังวลไปก็เท่านั้น"องค์ทาไลลามะ

* เขียนไว้ ยามเครียด ๆ ปี 2005 *

2 ความคิดเห็น:

  1. เคยอ่านแล้ว...

    แต่อ่านอีกที...มันก็จริงนะ

    หุๆ

    ตอบลบ
  2. อืม อ่านแล้วอ่านอีกก็เหมือนเดิม

    ตอบลบ